[OS] Monk (Chaeyeon x Eunbi)



หงุดหงิด


ควอน อึนบี กำลังนั่งสงบสติอารมณ์อยู่คนเดียวเงียบ ๆ แต่ก็มีหายใจฟึดฟัดพร้อมกับทึ้งหัวตัวเองไปด้วยเพื่อระบายความหงุดหงิดนั้น



แชยอนมันเป็นพระหรือไง


หลายครั้งหลายคราพออยู่ต่อหน้ากล้อง แฟนสาวเธอจะชอบทำตัวห่างเหิน แม้แต่แขนเสื้อก็ห้ามแตะกัน ทำเหมือนตัวเองเป็นพระแล้วมองว่าเธอเป็นสีกาที่อยู่ใกล้กันไม่ได้ อึนบีไม่เคยเข้าใจสาเหตุเลยว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะหลังกล้องแชยอนก็ทำตัวติดเธอจะตาย เหมือนกับคนละคน

เวลาที่เธอเข้าหา แชยอนก็จะถอยออกไป แต่พอเธอถอยออกไป ตัวเองก็ดันจะเข้ามาซะงั้น

เมื่อตอนกลางวันที่กำลังไลฟ์วันเกิดนาโกะ เธอพยายามจะกอดแชยอน ซึ่งแชยอนเองก็ทำท่าเหมือนจะกอดเธอตอบแต่สุดท้ายก็ชักแขนกลับ พลอยให้เธอต้องปล่อยมือออกจากเอวเจ้าตัวด้วย

รู้สึกวืดสุด ๆ

ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกหงุดหงิดมากจนเกือบควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ มีชักสีหน้าไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบกลับไปทำหน้าตาให้เป็นปกติ ไม่รู้ว่าอีกคนจะสังเกตได้หรือเปล่า แต่เธอรู้สึกว่าแชยอนเองในตอนหลังก็พยายามที่จะพาตัวเองเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ เธอ แต่เธอก็พยายามหนีเหมือนกัน

อยากเป็นพระนักก็จะจัดให้ สีกาจะอยู่ให้ไกลเลยเจ้าค่ะ


ก๊อก ก๊อก


ยังไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น อึนบีที่กำลังจะลุกจากเตียงขึ้นไปเปิดประตูก็ต้องชะงักไปเพราะไม่ทันอี แชยอน ที่เปิดเข้ามาก่อน

“หายมาอยู่นี่นี่เอง”

อึนบีไม่ได้ตอบอะไรกลับไปและหันหน้าหนีไปอีกทางทันทีเพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าไม่อยากคุยด้วย แชยอนขมวดคิ้วเล็กน้อย งุนงงกับท่าทีของแฟนสาวก่อนปิดประตูห้องและเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ

“ไหนหันหน้ามาคุยกันหน่อยเร็ว”


“พี่อึนบี”


“พี่อึนบี ?”

เมื่อไม่มีการตอบสนองใด ๆ จากอึนบีที่ก็ยังคงนั่งหันหลังให้กันอยู่ ก็พาลทำให้แชยอนต้องขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม จากประสบการณ์ที่มีเธอพอรู้ว่าท่าทางแบบนี้มันแปลว่าอึนบีกำลังโกรธหรืองอนเธอด้วยเรื่องอะไรสักอย่างอยู่


แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ ?


ไม่รู้แหละ ง้อไปก่อน


“ไหนพี่อึนบีงอนอะไรเราคะ”

ไม่พูดเปล่าแต่สอดแขนผ่านเอวบางโอบกอดคนตัวเล็กไว้จากทางด้านหลังพลางเกยคางไว้ที่ไหล่อย่างออดอ้อน อึนบีในตอนนี้กำลังแพ้ทางให้กับลูกอ้อนของแชยอนเต็ม ๆ นึกเกลียดตัวเองอยู่เล็กน้อยที่พอเวลาแชยอนมาง้อด้วยวิธีแบบนี้ก็พาลใจอ่อนไปเสียง่าย ๆ หากแต่รอบนี้ยังมีความหมั่นไส้อยู่ลึก ๆ

คิดว่ามาไม้นี้แล้วเธอจะยกโทษให้ทุกครั้งเหรอ

“เดี๋ยวก็อาบัติหรอก”

อาบัติ ?

“เป็นพระห้ามโดนตัวสีกา หลวงพี่ไม่รู้เหรอคะ”

ในคราวนี้แชยอนไม่อาจทนเก็บความสงสัยได้อีกต่อไปจนต้องคลายอ้อมกอดและจับอึนบีหันหน้ามาหากันหวังจะคุยให้รู้เรื่อง คนตัวเล็กทันทีที่หันมาเห็นหน้าตางุนงงนั้นก็เกือบจะหลุดขำออกมา โชคดีที่ยังเก็บสีหน้าไว้ได้ทัน

“พี่พูดอะไรของพี่เนี่ย”

“ไม่รู้ โตแล้วก็คิดเองสิ”

“โกรธอะไรเรา”

“เปล่า”

“เปล่าแปลว่าโกรธ”

พอถูกย้ำเรื่องเดิมเข้าซ้ำ ๆ ก็พาลทำให้อึนบีกลับไปรู้สึกหงุดหงิดอีกครั้ง สีหน้าคนตัวเล็กแสดงออกมาชัดเจน ในหัวแชยอนตอนนี้กำลังประมวลผลหาสาเหตุที่คิดว่าน่าจะเป็นชนวนในครั้งนี้ไปพร้อม ๆ กับวิธีง้อคนตรงหน้า

แต่ดันคิดอะไรไม่ออกสักอย่าง

“ฉันไม่เคยเข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมเธอถึงชอบทำตัวห่างเหินกับฉันนักเวลาที่อยู่ต่อหน้ากล้อง ดูอย่างตอนนี้สิ เธอเหมือนคนละคนกันเลย”

นับว่าเป็นโชคดีของแชยอนที่อยู่ ๆ อึนบีก็เฉลยสาเหตุออกมาเอง แชยอนฉลาดพอที่จะจับประเด็นได้และตอนนี้เธอรู้แล้วว่าจะแก้ต่างให้ตัวเองยังไง

“ฉันหงุดหงิดมาตลอด หงุดหงิดทุกทีเวลาอยู่หน้ากล้อง เพราะเธอเลยแชยอน เวลาฉันเข้าหาเธอก็เดินหนี นึกอยากจะมาอยู่ใกล้ ๆ เมื่อไหร่ก็ค่อยมา เธอจะเอายังไง”

คนตรงหน้าดูจะหงุดหงิดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา รู้ได้เลยจากสีหน้าที่เอาเรื่องกับน้ำเสียงที่เริ่มจะแข็งและกระชากขึ้นเรื่อย ๆ

“แล้วก็วันนี้ !”

อยู่ ๆ อึนบีก็ขึ้นเสียงทำเอาแชยอนสะดุ้งด้วยความตกใจ

“เธอกล้าดียังไงมาทำให้ฉันวืดกอดเธอ ห้ะ !”

จบประโยคคนตัวเล็กก็ง้างฝ่ามือขึ้นและฟาดไปยังต้นแขนแฟนสาวอย่างเต็มแรง ทำเอาแชยอนสะดุ้งอีกครั้งด้วยความเจ็บแต่ไม่กล้าร้องออกมาสักแอะ ได้แต่ลูบแขนตัวเองป้อย ๆ

เจ็บมาก ฟาดมาแบบไม่ยั้งมือเลย

พอได้ระบายความหงุดหงิดแล้วอึนบีก็รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย แต่ใบหน้าสวยก็ยังคงบึ้งตึงไม่ต่างจากตอนแรก เมื่ออีกคนไม่มีท่าว่าจะพูดอะไรต่อแชยอนจึงได้เริ่มพูดบ้างเสียที

“พี่โกรธเราเรื่องนี้นี่เอง”

“ก็เออน่ะสิ”

“ใจเย็นคนสวย เดี๋ยว ๆ อย่ามองค้อนสิ”

คำพูดเย้าแหย่เป็นผลให้อึนบีส่งค้อนให้วงใหญ่ ปากเกือบจะพาซวยอีกรอบแล้ว แชยอนจึงต้องปรับโหมดตัวเองใหม่ทิ้งความขี้เล่นไปก่อนแล้วจริงจังกว่าเดิม

“เราเข้าใจถ้าพี่จะหงุดหงิดเราเรื่องนั้นนะ เพราะเราก็หงุดหงิดตัวเองเหมือนกัน”

“หมายความว่าไง”

“เวลาอยู่หน้ากล้องมันทำตัวไม่ถูกนี่ ไม่เหมือนกับเวลาอยู่หลังกล้อง อย่างตอนนี้ถ้าเราคิดอยากจะกอดพี่เราก็ทำได้เลย แต่พอมีกล้องถ่ายอยู่มันรู้สึกยังไงก็ไม่รู้ เหมือนกำลังโดนจับผิด”

“จับผิดอะไร”

“ไม่รู้สิ แต่มันเหมือนถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา เราทำตัวไม่ถูก กลัวแสดงออกมากไป”

พอได้ฟังเหตุผลของแชยอน อึนบีก็เริ่มที่จะคลายความหงุดหงิดลงบ้าง เธอเข้าใจถ้าแชยอนจะรู้สึกแบบนั้น ช่วงแรกที่เราคบกันเธอเองก็มีบ้างที่รู้สึกเหมือนกัน

“แชยอน”

“ว่าไง”

“ก็แค่ทำตัวปกตินั่นแหละ ถ้าเธอกลัวคนอื่นจะรู้ก็เลิกกลัวไปได้เลย เชื่อเถอะ นอกจากพวกเราก็ไม่มีใครรู้แล้ว ไม่มีใครมานั่งสงสัยเราหรอก”

อึนบีพูดไปตามสิ่งที่ตัวเองรู้สึก นอกจากเมมเบอร์ที่รู้ความสัมพันธ์ของพวกเธอ คงไม่มีใครมานั่งจับผิดอยู่แล้ว อยู่วงเดียวกันแถมยังเป็นผู้หญิงเหมือนกัน คนอื่นคงคิดไม่ถึงแน่ ๆ

“ถ้าจะสงสัยจริง ๆ น่าจะเป็นเธอกับคนอื่นมากกว่ามั้ง ออกกล้องกันทีไรโดนตัวได้กับทุกคนยกเว้นฉัน คนเขาจะเอาอะไรมาสงสัยเราถามจริงเถอะ”

แชยอนได้แต่ส่งยิ้มแหยและหัวเราะแห้งตอบกลับไปเมื่ออึนบีเริ่มจะงอนเธออีกรอบ แต่ครั้งนี้ไม่ได้รุนแรงเท่าเดิม

“ต่อไปนี้อาตมาจะไม่ทำแล้วค่ะโยมแฟน จะกอดโยมแฟนออกกล้องเลยดีมั้ยคะ แบบเนี้ย”

ไม่ปล่อยให้อีกคนได้งอนหนักไปกว่านี้ พอได้จังหวะแชยอนจึงต้องรีบงัดคำหวานออดอ้อนหยอดมุกลงไปเผื่อคนตัวเล็กจะใจอ่อน สองแขนเข้ารวบตัวแฟนสาวไว้อีกครั้ง เว้นช่องว่างระหว่างกันพอให้มองเห็นใบหน้าสวยได้ชัดเจน และวิธีนี้มันได้ผล อึนบีตอนนี้กำลังกลั้นยิ้มอย่างสุดชีวิต

“อาบัติหมดแล้วพระ”

“พอเถอะ เรารู้สึกเหมือนจะเป็นพระขึ้นมาจริง ๆ แล้ว”

ในที่สุดเสียงหัวเราะจากอึนบีก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสถานการณ์อันตรายสำหรับแชยอนได้สิ้นสุดลง ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะอมยิ้มเอ็นดูกับความน่ารักของคนตรงหน้า

สัญญากับตัวเองในใจว่าต่อไปนี้จะทำตัวเป็นปกติเวลาอยู่ต่อหน้ากล้องเหมือนที่อึนบีบอก ไม่อยากทำให้เจ้าตัวต้องเก็บเอามาหงุดหงิดน้อยใจอีกแล้ว




ไม่เป็นมันแล้วพระ สึกดีกว่า




THE END.

ไม่มีโอกาสพิเศษอะไรทั้งนั้น นอกจากหมั่นไส้ในความแชบีค่ะ แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เรยอะ มันทำไมห้ะมันทำไม !!!!


ได้แต่ภาวนาว่าครั้งหน้าจะโดนตัวกันบ้างนะคะ


ขอให้มีฟามสุขกับการอ่านกันถ้วนหน้า

สำหรับวันนี้ ลาค่ะ สวัสดี



SHARE

Comments

Esta
11 months ago
55555555555555 แม่งเง้ย รักนะคะ
Reply
YYLMYY
10 months ago
ชอบความแตะนิดแตะน้อยไม่ได้รึไงของไรท์ค่ะ55
Reply