Writing note to you

เราเป็นคนที่หลงรักตัวอักษร ชอบเขียน มากกว่าพูด 

ชอบให้คนตีความสิ่งที่เราเขียนไป
มันรู้สึกเหมือนว่า เขาได้ให้ความสำคัญกับเรา

ไม่ว่าจะเขียน note แบบ คลุมเครือ
การเขียนกลอน การเขียนคำคมลอยๆ
ไม่ได้สื่อตรงๆว่าจะเขียนถึงใคร 

แต่เชื่อไหม? ว่าทุกอย่างที่เขียนไป 
มีความหมายมีเรื่องราวในตัวของมันเองเสมอ

ฉันถึงใช้นามปากกาว่า Story ไง 
มันเป็นเรื่องราวในหัวของฉัน 
อาจเป็นเรื่องของฉันเอง เรื่องของคนอื่น 
นิยาย ละคร แต่มันเป็นเรื่องที่ตรงใจฉัน
จนต้องหยิบยกมันออกมาเล่าใหม่
ด้วยภาษาของฉันเอง

ฉันเป็นแบบนี้ของฉันมานานแล้วล่ะ 
มันเริ่มต้นจาก ตอนที่ฉันแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง
ฉันเป็นคนไม่กล้า และรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์ 
แต่ฉันก็ตัดใจจากเขาไม่ได้

เขาเป็นคนทำให้ฉันเรียนรู้ ถึงบทเรียน
" ...การให้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน... "
แค่เขายิ้ม มีความสุข ได้ทำตามฝัน ฉันก็สุขแล้ว
เขาเป็นคนมุ่งมั่น ตั้งใจ มั่นใจ 
ทำให้การอยู่ข้างๆเขา ได้ช่วยเขาเท่าที่ช่วยได้
ให้เขาเดินไปถึงฝัน ... ที่แม้อาจทำให้ไกลจากเราไป
แต่มันเป็นความภูมิใจอย่างที่สุดของฉันเลยนะ

เรื่องที่ฉันชอบเขา ฉันบอกใครไม่ได้หรอก 
ฉันไม่กล้า ดังนั้นทุกอย่างที่รู้สึก 
การเขียน จึงเป็นหนทางเดียวที่ทำให้ฉัน
ได้ระบายความรู้สึกของตัวเอง ออกมา 
ให้โลกรู้ว่าคนอย่างฉัน ก็มีความรู้สึกเหมือนๆกัน
เผื่อเขาได้เข้ามาอ่าน เขาจะได้รู้ว่ายังมีฉันอยู่ตรงนี้เสมอ
แม้ไม่อาจทำอะไรได้มากกว่านี้ก็ตาม

ฉันคิดแบบนี้นะ

ฉันทำอย่างนี้มาเกือบสิบปี 
มีบทกลอนที่เขียน ทั้งลงและไม่ได้ลงโซเชี่ยว
มากกว่าสามร้อยบท มี note ที่ย้ำเตือนความจำ
อยู่ทุกที่ในบ้าน : )

สิ่งเหล่านั้น
มันหลอมรวมทำให้ฉัน กลายเป็นคนแบบนี้
ฉันพูดความรู้สึกตัวเองน้อยลง
และเขียนมันมากขึ้น 

เราค่อนข้างมั่นใจว่าถ้าเราพูด เรามักจะพูดไม่คิด
เพราะเราไม่ค่อยได้พูด
อีกสิ่งหนึ่งที่เรากลัว เวลาพูดเรื่องความรู้สึก 
เรื่องความสัมพันธ์ โดยเฉพาะกับคนที่เราแคร์มากๆ
ฉันกลัวปฏิกิริยาตอบสนองที่เกิดขึ้นทันทีนั้น
ฉันไม่กล้าบอกชอบ ไม่กล้าบอกว่ารัก 
ไม่กล้าเอ่ยปากชม ไม่กล้าตัดพ้อ ไม่กล้างอน
ไม่กล้าทำต่อหน้า ฉันกลัว ว่าเขาจะมองฉันยังไง?
แต่ความรู้สึกที่มันมีอยู่ มันก็ยังมีอยู่

อยากให้คุณรู้ไหม? ... ก็ยังอยากให้คุณรู้
สุดท้าย ฉันก็ลงเอยด้วยการเขียน คลุมเครือ ลงโซเชี่ยว
ไม่กล้าแท็กคุณหรอก ใจหนึ่งก็กลัวคุณรำคาญ
ฉันแค่รอให้คุณเข้ามาอ่าน เหมือนทุกๆคนที่ฉันเคยทำ

และคุณ...เป็นคนแรกที่ทำให้ฉันเรียนรู้ว่า
การโพสอะไรแบบนี้ลงโซเชี่ยว 
เป็นเรื่องเปราะบางกว่าที่คิด
โดยเฉพาะเมื่อข้อความเหล่านั้นเป็นการบ่นคุณ 
เตือนคุณ และเเนะนำคุณ

ความจริงฉันล็อกคนมาดูไว้แล้วนะ ให้ดูได้เฉพาะคุณ
แค่ยังไม่เคยบอกคุณถึงเรื่องนี้

ก็ไม่คิดหรอกว่าคุณจะเข้ามาอ่าน 
เพราะไม่คิดจริงๆว่าคุณจะเป็นคนละเอียดขนาดนั้น

หลังจากที่คุณเห็น ฉันก็ลบมัน 
ฉันพึ่งคิดได้ว่า คุณน่าจะไม่พอใจ 
เพราะเหมือนโดนประจาน แม้ฉันจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม

ไม่รู้ว่าข้อความเหล่านั้นมันทำร้ายคุณแค่ไหน
ฉันเขียนด้วยเจตนาอยากจะเตือนคุณ 

ฉันรู้นะ ว่าฉันเป็นคนคิดมาก 
ส่วนคุณนะ ก็คิดมาก เฉพาะเรื่องที่คุณสนใจ
ฉันเลยไม่รู้ว่า คุณจะคิดเรื่องฉันรึเปล่า หรืออาจไม่คิด

เรากลับมาเจอกันด้วยบรรยากาศที่แย่ไปกว่าเดิม 
ไม่รู้เพราะอะไร เพราะปัญหาส่วนตัวของคุณเอง 
เพราะข้อความจากความรู้สึกฉัน 
เพราะคุณรู้แล้วหรอ? ว่าฉันชอบคุณ 
ฉันไม่รู้อะไรเลย รู้แค่ว่า บรรยากาศมันไม่เหมือนเดิม
สายตา ท่าที คำพูดคำจาของคุณ มันไม่เหมือนเดิม

คุณรู้ไหม? ยิ่งบรรยากาศมันเป็นแบบนี้ 
ความกล้าเข้าใกล้คุณที่ฉันเคยมี มันหายไปหมดเลย
แล้วหลังจากนั้น คุณก็เริ่มทิ้งงาน 
มันจะไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ถ้าคุณไม่ทิ้งงาน ไม่หายไป
แต่นี่คุณหายไป เงียบๆ ไม่พูด ไม่บอกใคร 
ฉันหาคุณไม่เจอในนาทีที่ต้องการคุณที่สุด

มันเกิดอะไรขึ้น ... ?
ฉันไม่เข้าใจอะไรสักอย่างจนสักนิดเดียว
แต่ฉันก็ไม่กล้าพอ ที่จะถามตรงๆ 
ก็ได้แต่หวัง หวัง ในทุกๆวัน ว่าคุณจะกลับมาเป็นปกติ
ไม่ต้องปกติกับฉันก็ได้ แต่ขอให้คุณทำงาน ได้ไหม?

แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น คุณค่อยๆเริ่มหายไป 
ไปไหนก็ไม่ยอมบอก มาบอกตอนกลับมาแล้ว
มันไม่มีใครเก็ตหรอกนะ  
คนที่หวังว่าคุณจะมาเป็นหลักให้ มันผิดหวัง 
ซ้ำแล้ว ... ซ้ำเล่า 

ตอนนั้นฉันอยากจะรั้งคุณเอาไว้ 
แล้วคุยกับคุณต่อหน้าตรงๆ เรื่องนี้ แต่ฉันก็ไม่ได้ทำ
ปล่อยให้คุณกลับไป 

แต่สุดท้ายก็อึดอัดจนทนไม่ไหว 
ทักข้อความไปบอกกับคุณแค่ว่า
" ...ฉันเหนื่อยแล้ว... "
เหนื่อยแล้วจริงๆ ที่คุณเป็นแบบนี้ 

ไม่รู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับมัน
ฉันรู้ว่าบางทีการสื่อสารทางนี้ มันก็มีปัญหา
เราไม่ได้มองตากัน ไม่ได้เห็นสีหน้ากัน 
ไม่ได้เห็นความรู้สึกของกันและกัน ความจริงใจของฉัน
ที่พยายามจะเตือนคุณ ไม่ได้ดูถูกคุณ

ก็พึ่งได้คิด หลังจากที่มันพังไปแล้วว่า บางที
แค่ตัวอักษรมันไม่พอหรอก ที่จะทำให้เห็นถึงความตั้งใจ อารมณ์ หรือความจริงใจที่แฝงอยู่ในข้อความ
และบางครั้ง คำบางคำก็อาจจะทำร้ายกันได้ 
ถ้าแปลความหมาย จุดประสงค์ในข้อความไปคนละทาง

ฉันเคยคิดอยากจะพูดกับคุณตรงๆ ต่อหน้านะ
ถ้าเป็นคนอื่นๆ ฉันคงทำไปนานแล้วล่ะ 
จะจับมานั่งด่าตัวต่อตัวเลย แต่พอเป็นคุณคนนี้
ฉันไม่เคยทำได้เลย ไม่เคยเลยจริงๆ 

ฉันพยายามแล้วนะ
แต่มันคิดไม่ทัน พูดไม่ทัน มันกลัวไปหมด
เพราะเมื่อคุณตอบกลับมา 
มันไม่ใช่คำตอบอย่างที่ในหัวฉันแพลนไว้ 
ฉันทำได้แค่นิ่งไป ... และพูดอะไรไม่ออกอีกเลย 

วันนั้นที่ฉันแพ้ ฉันเกือบร้องไห้แล้วนะ 
ทำไมฉันไม่ร้องไปเลยนะ เผื่อคุณจะเห็นใจฉันบ้าง

สุดท้าย เมื่อได้กลับมาอยู่กับตัวเอง
ถามตัวเองว่า จะให้คุณเป็นแบบนี้ต่อไปจริงๆหรอ 
เมื่อได้คำตอบว่า ไม่ได้สิ 

ฉันจึงเริ่มทักข้อความคุณไปอีกครั้ง 
ฉันเป็นคนที่ไม่กล้า หลบอยู่แต่หลังหน้าจอแบบนี้
คุยกับคุณผ่านตัวหนังสือแบบนี้แหละ 5555

พอเป็นตัวหนังสืออย่างที่ฉันชอบ 
ก็เหมือนคุณไม่ชอบ ... เพราะคุณไม่อ่าน 
ไม่ตอบ...
หรือตอบแบบขอไปที ฉันไม่เคลียร์อะไรเลย
ฉันตีความความรู้สึกคุณไม่ออกเลย

หลังจากเหตุการณ์นั้นฉันไม่กล้าโพสชื่อคุณ
ลงโซเชียวแล้วล่ะ ฉันเข็ดแล้ว 
การไปขอโทษคุณ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับฉันเลยนะ 
แต่ฉันบอกตัวเองให้ต้องไป ต้องทำ เพราฉันรู้สึกผิดจริงๆ

ข้อความหลังจากนั้น ฉันพยายามคิด
ฉันพยายามเขียน ให้คุณเห็นถึงความรู้สึกของฉัน 
ไม่ได้ตั้งใจจะกดดันคุณ แค่อยากให้คุณใส่ใจมันบ้าง
แต่เพราะเป็นตัวหนังสือเนอะ ไม่รู้คุณตีความมันยังไง

สุดท้ายฉันคงเยอะกับคุณมากไป 
เพราะฉันอยากให้งานออกมาดี
เพราะฉันไม่อยากได้ยินคนด่าคุณ ...
... ว่าคุณไม่มีความรับผิดชอบ 
ฉันอยากให้คุณ ได้ภูมิใจในตัวเอง 

ซึ่งใช่ ... เรื่องนี้ฉันก็ไม่เคยได้บอกคุณตรงๆ
... อ้อมโลกไว้เช่นเดิม

ไม่รู้ฉันมี ฐิถิมากไป หรือกดดันคุณมากไป
หรือคุณไม่ได้แคร์ฉันเลย
Game เลย over ทั้งๆที่เราไม่ได้คุยกันต่อหน้าเลย

ฉันทำตัวเองทุกอย่างแหละ 
ฉันผิดเองที่กลัว ฉันผิดเองที่ไม่กล้า 
บางที ถ้าฉันกล้ามากกว่านี้ กล้าที่จะคุยกับคุณตรงๆ
ซึ่งฉันก็รู้อ่ะ ว่าคุณก็เป็นคนตรงๆอ่ะ
กล้าที่จะงี่เง่าใส่คุณ กล้าที่จะถูกคุณเกลียด
คุณอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้นะ

ฉันขอโทษนะคุณ
ฉันไม่รู้จะต้องทำอย่างไรแล้วจริงๆ 

หรือบางที การที่ฉันไม่ทำอะไรเลย
เป็นสิ่งที่คุณต้องการจากฉันแต่แรกแล้วก็ได้

ฉันไม่รู้อะไรเลย ในหัวฉันมีแต่คำถามเต็มไปหมด
คุณเป็นอะไร? มันเกิดอะไรขึ้น?

คุณคนเดิมที่ฉันรู้จัก ไม่ใช่คนแบบนี้นี่นา
คุณเปลี่ยน...เพราะคนอื่น หรือเพราะฉัน
หรือคุณไม่ได้เปลี่ยน แค่ความรู้สึกฉันที่เปลี่ยน
ฉันไม่รู้อะไรเลย...

ถ้าสักวันหนึ่ง คุณมาบอกฉันให้ชัดๆ 
ว่าคุณคิด คุณรู้สึกยังไง ถึงได้ตัดสินใจแบบนี้ 
ก็คงดีสินะ

แต่สุดท้ายเมื่อฉันเลือกที่จะออกมาแล้ว 
ทั้งๆที่มีหลายอย่างยังค้างคาใจฉันอยู่
แต่ฉันคงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ 

เรื่องของเรามันจบแล้ว 
คุณไม่ แม้จะทักฉันด้วยซ้ำ ตอนที่เราบังเอิญได้มาเจอกัน
ทั้งๆที่ฉันก็พิมพ์บอกคุณแล้ว ...
... ว่าฉันไม่ได้เกลียดคุณ ฉันแค่เสียใจ

คุณรู้ไหม?
ฉันให้ใจคุณไปเต็มๆเลยนะ 
คุณคือ Safe zone ของฉัน ...
...ในสถานที่ที่ฉันไม่เคยชอบมัน
ใช่ ฉันอาจเลือกมาอยู่ด้วยเหตุผลหลากหลายอย่าง
แต่คนที่ทำฉันยังทนอยู่ได้ ... ก็คือคุณ

เพราะคุณคนเดียวเลยจริงๆ 

พี่ตั้งใจไว้แล้ว ตั้งแต่วันแรกๆที่ตัดสินใจชอบน้อง

ว่าพี่คนนี้ยินดีจะเป็นพี่สาว ... ที่หวังดีต่อน้องเสมอ
พี่จะไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวน้อง ...
... แต่ถ้าเป็นเรื่องทำงาน พี่ยอมไม่ได้จริงๆ 

ดีใจทุกครั้ง ที่เห็นน้องทำงาน เห็นน้องขยัน
เห็นน้องตั้งใจ ไม่ว่ากับเรื่องอะไรก็ตาม
เสียใจทุกครั้ง ที่เห็นน้องทิ้งงาน เห็นน้องโดนด่า
เห็นน้องทำร้ายตัวเอง 

พี่ไม่รู้ ... ว่าพี่จะได้เป็นพี่สาวในสายตาน้องไหม?
น้องไม่ต้องมาอะไรกับพี่หรอก 
แค่น้องเดินไปในทางที่ดี คิด และทำในสิ่งที่ดี
มีความรับผิดชอบ อย่าให้คนอื่นมาว่าเอาได้
มีขอบเขตในการเที่ยว การเล่น การดื่ม การสูบบุหรี่
แคร์ตัวเองให้มากๆ 

แคร์ความรู้สึกพี่สาวคนนี้บ้าง ... ก็พอแล้ว
ฉันนี่สำคัญตัวเองมากไปไหมนะ 5555 

ก็หวังแหละ แต่คงไม่ได้จริงๆหรอก
เพราะถ้าน้องแคร์เรา 
คำตอบของคำถามพี่ที่ให้น้องเลือกวันนั้น
... น้องก็คงไม่เลือกที่จะจากไป 

พี่ยังเชื่อในความรู้สึกพี่จริงๆนะ 
ว่าลึกๆแล้ว น้องยังเป็นคนดี และยังเติบโตต่อไปได้

จากนี้ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดนะน้อง
อย่าอินดี้เยอะ 5555
พี่คงทำได้แค่ รอฟังข่าว

... ว่าน้องเรียนจบแล้ว อีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้
... น้องเติบโตไปในทางที่ดี 
... มีความสำเร็จในชีวิต
... มีคนพูดถึง ในทางชื่นชม 

ยิ้มเยอะๆนะน้อง
เผื่อวันหนึ่งพี่เดินผ่านเข้าไปเห็น 
พี่จะได้ไม่เป็นห่วงเรามาก จนเกินไปนัก

สุดท้าย ...
อย่างที่เคยเขียนไว้ให้ในวันเกิดน้อง
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ผ่านมา เมื่อก่อน
ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรู้จักกัน ...
... จนถึงตอนนี้
... คงไม่มีแล้วล่ะ อนาคตข้างหน้า

แต่พี่ดีใจนะที่ได้มีเราอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตพี่

ดีใจที่สุดเลย : )

# Story <NPR>

ป.ล. อาจงงในสรรพนาม 555
สำหรับฉัน การเลือกใช้สรรพนามก็มีความหมายนะ
SHARE
Written in this book
Story for NPR
พี่ชอบเรานะ คนที่ไม่มีอะไรเหมือนพี่เลยสักอย่าง
Writer
DreamN
Reader
เป็นเพียงหนึ่งคน ที่หลงรักบทกลอนหวานๆ

Comments