เพื่อนผู้ซึมเศร้า
1.“ เขาจะคิดว่ากูบ้าเปล่าว่ะ “ 
นั่นคือน้ำเสียงของเพื่อนเอ่ยขึ้น เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่โรงพยาบาลศรีธัญญา ผมพาเพื่อนมาพบจิตแพทย์ 
เหตุเกิดจากที่เขาบอกว่า ช่วงนี้นอนไม่หลับ 
หลับวันเว้นวัน บางคืนก็นอนไม่หลับเลย 
ร่าเริงตลอดเวลา อยากจะทำอะไรไปซะทุกอย่าง 
ซึ่งต่างจากก่อนปลายปีที่แล้ว 
ที่เขารู้สึกดาวน์ สิ้นหวัง ไร้ค่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่ 
ถึงขั้นคิดอยากฆ่าตัวตาย 


ตอนนั้นผมทักปนขำไปว่า

“มึงเป็นซึมเศร้าหรือเปล่าเนี่ย”

เขาเลยอยากมาพบจิตแพทย์ อยากรู้ว่าอาการที่ตนเองเป็นอยู่ 
มันอยู่ในขั้นไหนแล้ว วิธีการรักษาต้องทำยังไง 

2.เมื่อเข้ามาในโรงพยาบาล ถ้าเป็นคนไข้ใหม่ก็ต้องไปลงทะเบียน กรอกประวัติ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน ก่อนจะพบด่านคัดกรอง ด่านคัดกรอง คือ จะมีพยาบาลมาถามว่า ช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา มีอาการอย่างไรบ้าง นอนหลับมั้ย ใช้เงินเปลืองหรือเปล่า อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากพบเจอใครมั้ย 

3.ซึ่งเพื่อนผมก็บอกอาการที่เขาเป็นอยู่ไป เช่น 
ช่วงนี้นอนไม่หลับ ร่าเริงตลอดเวลา 
มีแผนการงาน มีแผน A B C เยอะมาก ในหัวมีเรื่องมากมาย ไม่อยากนอน 
อยากทำตอนนั้นเลย พอรู้ตัวอีกที ก็เช้าแล้ว สรุปไม่ได้นอนแล้วก็ไปทำงานเลย 
ซึ่งต่างจากเมื่อก่อน
ที่จะเครียดเรื่องที่ทำงาน ไม่เข้าใจทำไมต้องมาเจอคนแบบนี้ในที่ทำงานด้วย มันมีคนแบบนี้จริงๆ เหรอว่ะ เรื่องการใช้เงินก็ใช้จ่ายแบบไม่ได้วางแผน คือ ใช้เยอะจนเกินไป และก็มีปัญหากับที่บ้าน มีความไม่เข้าใจกันระหว่างพ่อลูก ความรักก็ลุ่มๆ ดอนๆ 

เหมือนชีวิตไม่มีอะไรดีสักอย่าง ไม่มีอะไรให้เราพอใจในชีวิตได้เลย 
บางทีการไม่มีเราอยู่ในโลก คงจะดีกว่า 
ใช่ครับ..เขาคิดอยากฆ่าตัวตาย !!!


4.ด่านต่อไปคือพบกับนักสงคมสงเคราะห์ 
ซึ่งเขาจะมาประเมินว่าอาการตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง โดยผ่านการ ซัก ถาม ตอบ 
พอเจอนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อนผมก็เหมือนเจอคนคุยที่ถูกคอ นักสังคมสงเคราะห์ก็ให้เพื่อนเล่า เล่าเรื่องที่อยากเล่า และเขาก็ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี 
แต่ก็มีบ้างที่ให้คำแนะนำ คนเล่าก็ร่ายประโยคที่อึดอั้นตันใจยึดยาว บางเรื่องผมก็ไม่เคยได้ยิน 
พอได้ยิน อ๋อออออ...เรื่องมันเป็นแบบนี้ 

เลยไม่แปลกใจทำไมเพื่อนถึงมีอาการซึมเศร้าได้ 
เพราะสิ่งที่เขาเจออยู่ก็หนักหนาเอาการเหมือนกัน

5.พอเสร็จจากนักสังคมสงเคราะห์ ก็ถึงคราวของจิตแพทย์ ก่อนจะเข้าพบจิตแพทย์ตัวผมเองก็ค่อนข้างคาดหวังว่า 
จิตแพทย์จะให้คำปรึกษาที่ดี แต่ปรากฏว่า ไม่ใช่อย่างที่คิด ผมไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร อาจเพราะใกล้ถึงเวลาเลิกงานของเขา 
หรือเพราะมีคิวคนไข้ต่ออีกหลายคนรออยู่ 
ตอนให้คำปรึกษาจิตแพทย์คนนี้ 
เลยทำได้แค่ ถาม ตอบ เขาก็มีคำถามคลาสสิคของเขาเวลาเจอคนไข้ 
เช่น ดื่มแอลกอฮอล์มั้ย คิดอยากฆ่าตัวตายหรือเปล่า ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟื่อยหรือไม่ 
แล้วพอได้คำตอบ ก็พิมพ์ลงใส่ไปในประวัติข้อมูล จากนั้นก็บอกว่า 
จะให้ยากลับไปกิน ให้ยานอนหลับ ในกรณีที่นอนไม่หลับ และยาช่วยคุมอารมณ์ ไม่ให้อารมณ์สวิงมากเกินไป 

และจิตแพทย์ก็วินิจฉัยว่า เพื่อนผมเป็น..ไบโพลาร์
 

6.พอได้ยินหมอวินิจฉัยดังนั้น เพื่อนก็ตกใจเล็กน้อย จากที่เมื่อก่อนคิดว่าตัวเองจะเป็นซึมเศร้าหรือเปล่า 
แต่พอหมอบอกว่าเป็นไบโพลาร์ ก็เซอร์ไพรส์ไปอีก 
ไบโพลาร์ คือ อาการ 2 ขั้วอารมณ์ 
ที่จะมีทั้งร่าเริง สดใส และเศร้า หดหู่ สลับกันไปมา 
เพื่อนผมในช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาก็มี 2 ขั้วอารมณ์นี้
7.ทั้งหมอและนักสังคมสงเคราะห์แนะนำว่า สิ่งที่พอจะรักษาโรคนี้ได้ อย่างแรกต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอ กินยาตามที่หมอบอก เพราะบางครั้งการไปนั่งสมาธิ หาหมอดู อาจจะช่วยไม่ได้มาก 
เพราะโรคเหล่านี้ เป็นอาการเคมีทางสมอง 
ต้องกินยาช่วย 

ต่อมา
ถึงแม้ยาจะดีขนาดไหน แต่ถ้าคนรอบข้างไม่ให้ความสำคัญ 
เอาใจใส่ ก็ไม่สามารถหายได้ สิ่งที่คนรอบข้างควรทำกับคนที่มีภาวะซึมเศร้า 
คือ รับฟังปัญหาของคนไข้ ไถ่ถามชีวิตประจำวัน ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว 


สิ่งเหล่านี้จะสามารถเยียวยาคนไข้ได้ดีมาก 

8.ก่อนมาโรงพยาบาลเพื่อนผมก็ไม่ได้บอกที่บ้าน เพราะกลัวที่บ้านจะเป็นห่วง 
แต่พอรู้ว่าตนเองเป็นโรคนี้จริง คงต้องบอกแล้วล่ะ พอเขาบอกไป เป็นธรรมดาที่คนในบ้านจะเป็นห่วง แต่มีคนหนึ่งที่สีหน้าดูแปลกจากคนอื่น 
นั่น คือ แม่ของเขา เพื่อนเคยบอกว่า 
แม่ของเขามีอาการทางจิต 
ปัจจุบันนี้ก็ยังกินยาเพื่อรักษาอยู่ 
หมอก็บอกว่า
เป็นไปได้โรคที่เพื่อนผมเป็นอยู่อาจเกิดจากพันธุกรรม 
พอรู้แบบนี้คงเป็นเรื่องน่าเศร้า
สำหรับผู้ที่เกิดมาทีหลังทางสายเลือด 

แต่เพื่อนบอกว่าสีหน้าแม่ดีขึ้นจากเมื่อก่อนมาก เหมือนเมื่อก่อนแม่รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว 
เป็นโรคนี้คนเดียวในบ้าน พอลูกมาบอกว่าลูกก็มีอาการซึมเศร้า แม่ก็รู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อน 

9. คนเป็นโรคซึมเศร้า การที่รู้ว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยว นั่น เป็นสิ่งที่วิเศษกับเขามากๆ 
การที่กูเป็นแบบนี้เหมือนมันจะแย่นะ แต่ถ้าทำให้แม่รู้สึกว่ามีเพื่อน
กูก็ดีใจว่ะ
 น้ำเสียงของเพื่อน เมื่อผมพบเจอกับเขาอีกวัน

SHARE
Writer
Duang_04
Citizen
Travel | Movie | Book | Music

Comments

pelung
11 days ago
คนรอบข้างดี มันทำให้ทุกอย่างดีขึ้นจริงๆ ค่ะ คุณเป็นเพื่อนที่ดีมากที่ช่วยแนะนำ เปิดโลกในด้านการแพทย์อีกด้านเลย ขอให้เพื่อนคุณดีขึ้นเรื่อยๆ นะคะ
Reply
Duang_04
11 days ago
ขอบคุณงับ 😊
Angiej
11 days ago
ใช่ค่ะ เห็นด้วยค่ะ การที่เราได้รับกำลังใจดีๆจากคนรอบข้างและเขาไม่ทิ้งเรา เป็นสิ่งที่วิเศษมากๆค่ะ คุณเป็นเพื่อนที่ดีมากค่ะ 
Reply
Duang_04
11 days ago
ขอบคุณงับ 😊
anngumi
11 days ago
โรงพยาบาลเอกชนคุยกับคุณหมอไป 2 ชั่วโมง ถ้าเราเจอถามคำ-ตอบคำคงดาวน์กว่าเดิมแน่ๆ แต่เป็นสิ่งดีมากๆที่มีเพื่อนไปด้วยทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและกังวล เป็นกำลังใจให้ทั้งเพื่อนทั้งคุณที่อยู่ข้างๆค่ะ
Reply
Duang_04
10 days ago
ผมนั่งในห้องกับเพื่อนและจิตแพทย์
ไม่ถึง 1 ชั่วโมงเลยครับ
แค่ครึ่งชั่วโมงเองมั้ง เหมือนจิตแพทย์แกจะรีบ
แต่ถ้าใครพบเจอจิตแพทย์ดีๆ ก็แนะนำมาได้นะครับ

ขอบคุณครับ 😊