[2Short] U-Turn (Yujin x Eunbi) - 2 (END)

หลังจากเมื่อเช้าโทรไปอายัดบัตรตัวเองเรียบร้อยแล้วและโชคดีที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรแปลกๆ ในบัญชีของเธอ วันนี้เอยที่ไม่มีเรียนช่วงบ่ายเลยได้กลับมาเตรียมตัวออกไปทำงานตามปกติ ถึงแม้จะต้องไปล้วงเอาเหรียญในโหลที่เธอหยอดใส่เวลาฉุกเฉินมาใช้เป็นค่ารถไปก่อน ซึ่งตอนนี้ก็คงเรียกว่าฉุกเฉินได้แล้วแหละ


และเอยก็ต้องแปลกใจที่พ้นจากประตูหอพักก็พบกับเด็กตัวสูงในชุดนักศึกษาไม่ใช่ชุดวินมอไซค์แบบเมื่อวานยืนพิงรถคันเดิมพร้อมโบกกระเป๋าหนังสีน้ำตาลอ่อนที่ดูคับคล้ายคับว่ามันจะเป็นของเธออยู่ กะว่ารีบออกแล้วจะไม่เจอซะอีก…และพอเอยเดินเข้าไปดูใกล้ๆ สิ่งที่ยีนถืออยู่มันก็คือกระเป๋าตังค์ของเธอจริงๆ


“ไปเอามาจากไหน”


“เอ่อ…มันร่วงอยู่ที่ช่องเก็บของหน้ามอไซค์ พอดีเมื่อคืนมันมืดเลยไม่เห็น”


“คิดคำโกหกได้แค่นี้หรอยีน” เอยกอดอกมองหน้าตาโทรมๆ เหมือนคนที่ไม่ได้นอนทั้งคืนของยีน “ถามจริงๆ ขับไปเจอที่ไหน”


“ใครขับอะไร”


“เธอไง ดูหน้าตาตัวเองมั่งหรือเปล่า ขับพิงค์กี้หาทั้งคืนเลยใช่มั้ย”


“โห พี่จำชื่อมอไซค์ยีนได้ด้วยหรอ”


“อย่ามานอกเรื่อง”


พอเอยทำเสียงเข้มใส่ ยีนเลยได้แต่หัวเราะแห้งๆ แล้วยอมรับสารภาพไปตามที่มันควรจะเป็น


“เจอตกอยู่ข้างๆ ถังขยะตรงป้ายรถเมล์นั่นแหละ เงินไม่อยู่แต่บัตรอื่นๆ อยู่ครบนะ” ยีนยื่นกระเป๋าตังค์คืนให้เอย “คนจรจัดแถวนั้นคงมาค้นเอาไปล่ะมั้ง”


แต่พอเอยจะรับเอาคืน ยีนก็ดึงมือกลับไปซะก่อน เธอมองเด็กที่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มมีเลศนัยน์ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจว่ายีนกำลังจะล้อเล่นอะไรอีก


“อยากได้กระเป๋าตังค์คืน ยีนมีข้อแม้” ยีนกระตุกยิ้มมุมปาก ในขณะที่เอยกระตุกคิ้วอย่างหงุดหงิด “ถ้าพี่สัญญาว่าจะยอมให้โอกาสยีนจีบพี่ใหม่อีกครั้งแล้วก็ปฏิบัติกับยีนเหมือนเดิม ไม่เอาเรื่องเก่าๆ มาใส่อารมณ์ ว่าไง?”


เอยสูดหายใจเข้าลึกก่อนผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอขยับเข้ามาใกล้ยีนจนยีนต้องเลิกพิงรถแล้วยืดตัวตรงเพราะความเกร็ง อาศัยความประหม่าของคนเด็กกว่าคว้ากระเป๋าตังค์คืนแล้วเดินหลีกไปอีกทาง แต่ยีนยังคงความพยายาม พอหลุดจากอาการเสียศูนย์ชั่วขณะก็รีบขึ้นคร่อมพิงค์กี้แล้วใช้เท้าเข็นรถตามไปเดินข้างๆ ทันที


“การที่เอากระเป๋าตังค์คืนไปแบบนี้ ยีนถือว่าพี่ตกลงนะ”


เอยไม่ยอมตอบ ทำเพียงแค่เดินต่อไปเรื่อยๆ ให้ถึงป้ายรถเมล์เพื่อที่จะได้พ้นจากเด็กน่ารำคาญคนนี้สักที


“ขึ้นมาน่า ยีนอุตส่าห์ซื้อมาใหม่ช่วยใช้ให้คุ้มหน่อยสิ” ไม่ลดละความพยายามที่จะชวนคุย ยีนกลับยื่นหมวกกันน็อคอันเมื่อวานมาให้เอยอีกครั้ง “เพราะกลัวผมสวยๆ หอมๆ ของพี่ไปเปื้อนเหงื่อของลูกค้าคนอื่นเลยนะ”


เอยก็ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่สนใจเสียงเจื้อยแจ้วของยีนแต่อย่างใด คนโดนเมินเลยตัดสินใจรีบไสรถไปดักหน้า “นะพี่เอย เย็นนี้ยีนติดสอบไม่ได้มารับพี่กลับบ้านนะ นี่จะได้เจอพี่แค่ตอนนี้เอง ไปกับยีนเถอะนะ นะๆ เดินไปร้อนก็ร้อน รถเมล์คนก็เยอะ รถก็ติด ไปทำงายสายจะทำยังไง ให้ยีนไปส่งเนี่ยแปบเดียวถึงเลยนะ หรือต่อให้พี่หนียีนขึ้นรถเมล์ไปจริงๆ นะ ยีนก็จะขับพิ้งค์กี้ตามไปพล่ามให้พี่ฟังอยู่อย่างนี้แหละ”


“ส่งหมวกกันน็อคมา” เอยที่เงียบมาตั้งนานก็โพล่งขึ้นแล้วคว้าหมวกจากมือยีนมาสวมให้ตัวเอง เธอรู้ว่าเด็กคนนี้พูดจริงทำจริง “เลิกพูดมากแล้วตั้งใจขับรถไปๆ”


ยีนหัวเราะพลางยิ้มอย่างผู้ชนะที่คำขู่ดูเหมือนจะได้ผล



เด็กขี้โกหก…


เมื่อเย็นบอกซะดิบดีว่าติดสอบจะไม่มา แล้วนี่พึ่งหายไปหลังจากมาส่งเธอเสร็จได้ไม่กี่ชั่วโมงดีก็โผล่มายืนทำหน้าตาชวนในอารมณ์ไม่ดีอยู่ตรงชั้นขนมตรงข้ามเคาท์เตอร์ที่เธออยู่ซะแล้ว ยังจะมีหน้ามายักคิ้วหลิ่วตาให้อีก.. เอยทำเป็นไม่สนใจหันไปตั้งใจรับลูกค้าที่เข้ามาจ่ายเงินแทน


“นี่พี่” เอยเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกเพราะความเคยชิน แต่เจ้าของเสียงดันไม่ได้คุยกับเธอ เธอเลยต้องทำเป็นก้มลงไปสแกนบาร์โค้ดสินค้าตามเดิม “ปกติเซเว่นเขาไม่รับคนเข้าทำงานหรอ”


“รับค่ะ”


เมย พนักงานที่เป็นรุ่นน้องเธอตอบกลับไปตามมารยาท แต่ทำไมเอยถึงสัมผัสได้ถึงความสนิทกันแปลกๆ ของทั้งคู่ล่ะเนี่ย


“อ้าว แล้วทำไมนางฟ้าอย่างคนนี้ถึงมาทำงานที่นี่ได้อ่ะ” ยีนย้ายตัวเองมายืนตรงหน้าเธอทันทีที่ลูกค้าคนเมื่อกี้เดินออกไป เหมือนรอจังหวะมานาน


เมยและคนอื่นๆ ในร้านที่ได้ยินมุกตลกของยีนต่างพากันอมยิ้มให้ ขณะที่คนที่โดนมุกนั้นเล่นอย่างเอยกลับยืนทำหน้าสีหน้าไร้อารมณ์และภายในใจที่รู้สึกเอือมระอา


“ไม่เขินหรอ”


“ไม่”


“ว้า งั้นเดี๋ยวหามุกใหม่แป๊บ” ว่าจบยีนก็ทำท่าครุ่นคิดเหมือนมันเป็นเรื่องที่ซีเรียสมากๆ ทันที


“หยุดมาวุ่นวายกับฉันสักที”


“อ๊ะๆ เราตกลงกันไว้ว่าไง”


“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำ”


“แต่พี่เงียบแล้วเอากระเป๋าตังค์คืน ยีนก็จะโมเมไปเองว่าพี่ตกลง…ไม่สน”


คนหน้ามึนวางถุงลูกอมรสมิ้นท์ห่อสีฟ้าพร้อมเงินที่พอดีกับราคาลงบนเคาท์เตอร์ เอยพยายามปลอบใจตัวเองให้คิดซะว่ายีนคือลูกค้าที่กวนๆ คนหนึ่งแค่นั้นแล้วทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป


“ยีนไปทำงานของยีนแล้วนะ เจอกันตอนพี่เลิกงาน ถ้าหนีไม่ยอมไปกับยีน ยีนตามยันหอพี่เลยนะ” 


ไม่ทันให้เอยได้ค้านอะไร เด็กเอาแต่ใจนั่นก็หยิบถุงลูกอมแล้วเดินออกไปคร่อมรถสตาร์ทพิ้งค์กี้ขับออกไปทันทีแบบไม่รอรับใบเสร็จหรือใส่ถุงหิ้วอะไรทั้งนั้น


“แฟนหรอพี่” เมยเขยิบตัวเข้ามากระซิบถาม “หรือมาตามจีบ?”


“อดีต”


“อ้อ …เอ้ะเดี๋ยว พี่คบผู้หญิงหรอ” เมยแซวพลางเอาศอกสะกิดแขนเธอไปมา “งี้น้องเขาก็มาตามง้ออ่ะดิ น่ารักอ่ะ ไม่ใจอ่อนจริงหรอ”


“ไปทำงานเลยไป เดี๋ยวพี่จะฟ้องว่าเมยอู้”


ทำเป็นเข้มกลบเกลื่อนอาการประหม่า


 
พอถึงเวลาเลิกงาน เพราะเธอไม่อยากจะมายืนต่อล้อต่อเถียงกับยีน เอยเลยต้องยอมก้มหน้ารับชะตากรรมให้ยีนพาไปส่งหอตามที่พูดไว้


และวันต่อมาก็มาเริ่มต้นการทำงานด้วยการมาดักรอรับอย่างเคย ดีที่ยีนไม่มารับเธอไปส่งที่มหาลัยตอนเช้าด้วย ไม่งั้นเธอคงต้องทนโดนเพื่อนๆ ล้อทุกวันแน่ๆ


เนื่องจากมัวแต่เวฟแซนด์วิชให้ลูกค้าอีกคน เอยเลยไม่ทันได้สังเกตลูกค้าที่เข้ามาคนล่าสุดที่เอาขนมมาคิดเงินและไม่ได้สนใจจะหน้ามองลูกค้าคนนั้นเลยด้วยซ้ำ จนต้องพูดสโลแกนประจำร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 นั่นแหละ เอยถึงกับกลืนคำพูดลงคอไม่ทันเพราะรู้เลยว่าลูกค้าหน้าคุ้นเคยคนนี้จะเล่นมุกอะไรต่อ


“รับขนม…”


“ไม่พูดต่อหรอ”


“รับซาลาเปาเพิ่มมั้ยคะ” น้ำเสียงราบเรียบไร้การเชิญชวน


“อยากได้เป็นขนมจีบมากกว่า”


“จีบอะไรดีคะ” กัดฟันพูดเพราะเอยขี้เกียจจะโดนยีนเป่าหูด้วยคำว่าเราตกลงกันไว้ว่าไงแล้ว


“จีบแคชเชียร์คนนี้ได้มั้ย” นั่นปะไร..


“รับเป็นจีบกุ้งนะคะ”


เอยทำเป็นไม่ได้ยินก่อนจะหันตัวเพื่อไปหยิบขนมจีบมาเวฟก็เจอกับเมยที่ยืนอมยิ้มให้เลยสั่งให้อีกคนไปทำแทนเป็นการลงโทษที่มาตีสีหน้าล้อเลียนใส่เธอ ครั้นจะหันกลับมาก็ต้องมาเจอกับยิ้มละมุนของเด็กที่กล้าเล่นมุกห้าบาทสิบบาทได้หน้าตาเฉยอีก.. สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจใส่เสียงหัวเราะที่ตามมานั้น


เมยยื่นถุงขนมจีบมาให้เอยคิดเงินก่อนส่งให้ยีน เธอต้องทนกัดฟันพูดตามหน้าที่ตัวเองอีกรอบ เนื่องจากครั้งนี้มีพี่พนักงานอีกคนหนึ่งยืนมองอยู่ คงเห็นว่าเป็นวินคนเดิมเมื่อครั้งก่อนเลยกลัวว่าจะสร้างปัญหาอะไรอีก “รับอะไรเพิ่มอีกมั้ยคะ”


“ไม่อ่ะ”


“ค่ะ”


“แค่เห็นความน่ารักของพี่ก็รับอะไรเพิ่มไม่ไหวแล้ว”


“…”


พอมุกเมื่อวานไม่ได้ผล วันนี้ก็มีมุกใหม่มาให้ปวดหัวอีกตามเคยโดยมีเมยร่วมผสมโรงด้วย พาเธอรู้สึกเหมือนไมเกรนจะขึ้นไปกันใหญ่


“ตอนนี้มีโปรโมชั่น 1 แถมหนึ่งด้วยนะ เอาป้ะ?”


“ไว้เป็นโปรซื้อ 1 แถมแคชเชียร์คนข้างๆ แล้วจะซื้อนะ”


เอยส่ายหน้าให้การยักคิ้วของยีน.. เท่มากมั้ง


มันกลายเป็นว่าวันนั้นที่ยีนเล่นมุกชวนละอายใจกลับกลายเป็นวันเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเอยไปโดยปริยาย พอเลิกเรียนยีนก็จะมาดักรอรับเธอไปทำงานก่อนจะแยกตัวไปทำงานของตัวเองแล้วก็มีแวบๆ แวะมาเล่นมุกกับเมยโดยพาดพิงมาถึงเธอ จบที่มารับเธอกลับไปส่งหอ วนลูปอยู่อย่างนี้ทุกวัน


และวันนี้ก็เช่นกันเพียงแค่… เด็กนั่นโทรมาบอกว่าไม่ว่างมารับไปส่งที่ทำงานหลังจากบังคับเอาเบอร์เธอไปตามใจชอบแต่กลับขับมาส่งเมยได้ เอยไม่อยากจะยอมรับว่าเธอหงุดหงิดที่เห็นภาพนั้นแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ


จากที่ตอนแรกรู้สึกว่ายีนกับเมยสนิทกันแปลกๆ ตอนนี้เริ่มคิดว่าทั้งคู่สนิทกันขึ้นมาจริงๆ แล้วสิ


“รับป็อกกี้ด้วยมั้ย ตอนนี้มีโปรซื้อ 2 กล่อง แค่ 25 บาทเองนะ”


“รับก็ได้…” แม้จะอยู่อีกช่องหนึ่งของเคาท์เตอร์คิดเงิน ยีนก็ยังพยายามชะเง้อหน้ามาตบมุกกับเธออยู่ดี ให้ตายสิ..รู้ตัวมั่งหรือเปล่าว่าทำอะไรให้เธอไม่พอใจอยู่ตอนนี้ “แต่ยีนก็มีโปรนะ ใช้บริการวินที่ชื่อยีนตอนนี้แถมฟรีสถานะแฟนที่รักพี่มาก สนใจมั้ย?”


“พอสักที ฉันไม่ตลกด้วยนะยีน เลิกพยายามทำอะไรไร้สาระได้แล้ว เมื่อไรจะโตสักทีห้ะ” เพราะความหงุดหงิดจากเหตุการณ์เมื่อกี้ ทำให้เอยเผลอขึ้นเสียงใส่ยีน จนเด็กขี้เล่นกลายเป็นเด็กหน้าเสียทันที “เธอไม่รู้หรือไงว่ามันทำฉันอึดอัดแค่ไหน รำคาญ”


ยีนได้แต่ยืนเกาต้นคอกับเมยที่ยืนตัวหดแอบไปหลบมุมอยู่กับตู้อาหารแช่แข็ง ความรู้สึกน้อยใจเริ่มก่อตัวขึ้นก่อนจะเริ่มพัฒนาเป็นความเสียใจในเวลาไม่นาน


“ยีนขอโทษ..” เด็กที่เคยอารมณ์ดีพูดเสียงอ่อยแล้วหันตัวเดินออกไปจากร้านโดยไม่สนขนมที่เมยพึ่งใส่ถุงก่อนวางไว้ให้ ซึ่งเมยจะท้วงก็ไม่กล้าเพราะบรรยากาศที่แสนจะมาคุ


กลายเป็นเธอที่รู้สึกผิดขึ้นมาหลังจากเห็นใบหน้าของยีนแล้วมาสำนึกได้ว่าพูดแรงเกินไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเมยด้วยซ้ำ


เธออยากลืมเรื่องทั้งหมดของยีนมาตลอด ลืมทุกความรู้สึก ทุกอย่างที่เคยมีร่วมกัน พอได้บังเอิญกลับมาเจอยีนอีกครั้งและเด็กนั่นก็ประกาศตัวชัดเจนว่าอยากกลับมาคบกับเธอ เธอเลยต้องพยายามทำใจแข็ง ทำตัวเย็นชาใส่ทั้งๆ ที่ไม่ใช่นิสัยของเธอเลย แต่เพราะมียีนมาคอยก่อกวนอยู่แบบนี้ ความทรงจำเก่าๆ มันก็ย้อนกลับมาตลอด เธอยอมรับว่าเธอมีความสุขมากตอนนั้น ยีนเป็นเด็กอารมณ์ดีและเราก็รักกันมากด้วย แม้หลังๆ เธอจะไม่ค่อยมีเวลาให้เพราะต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย จนในที่สุดเราก็ต้องมาจบลงในแบบที่มันเจ็บปวด ซึ่งเธอรู้ตัวว่าตัวเองนิสัยแย่ที่หนียีนมาแบบนั้น แต่เธอไม่พร้อมจะเจอยีนจริงๆ เพราะเอยรู้ตัวเองว่าคงจะใจอ่อนให้ยีนเหมือนเดิม


ทางด้านยีนก็หนีมาพักใจหลังจากโดนพูดจาทำร้ายความรู้สึกอยู่ท่ารถวินมอไซค์ที่ตัวเองประจำอยู่ ซึ่งมาพอถึงก็โดนพี่วินหลายคนถามว่าเป็นอะไรทำไมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ยีนทำได้แต่ปฏิเสธแก้ตัวสีข้างถลอกไปทั้งที่อาการมันฟ้องอยู่ทนโท่


เกือบจะร้องไห้ต่อหน้าเอยแล้วไหมล่ะ ดีที่ยังใจแข็งพยายามคีพลุคให้ดูโตขึ้นอย่างเคยที่โม้เลยอดทนไว้ได้ ยีนลูบหน้าพลางปลอบใจตัวเองว่าเธอตัดสินใจแล้วว่าจะทำแบบนี้ จะไม่ยอมปล่อยเอยไปอีก เธอก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นแบบไหนแต่เธอไม่ยอมแพ้แน่ๆ ต่อให้เอยเอ่ยปากไล่ เธอก็ยังจะหน้าด้านตีมึนต่อไปนั่นแหละ …ตอนนี้ขอทำงานให้มันลืมๆ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ก่อนจะเริ่มใหม่แล้วกัน


แต่ลูกค้าคนสุดท้ายดันให้ไปส่งซะไกลเลยทำให้ยีนมาถึงเซเว่นช้ากว่าปกติ พอเข้าไปก็เจอกับพนักงานกะต่อไปมายืนประจำแทนที่คนสำคัญของเธอซะแล้ว ประจวบเหมาะกับที่เมยเดินออกมาจากห้องเก็บสินค้าข้างหลังร้านพอดี


ยีนพาตัวเองขับมอไซค์คู่ใจตรงไปหาเอยที่หอหลังจากได้คำตอบจากเมยว่าเอยกลับไปก่อนได้สักพักหนึ่งแล้วและยังบอกอีกว่าเอยเหมือนจะรอเธออยู่แปบหนึ่งด้วย พอได้ยินแบบนั้นแล้วก็ลืมไปหมดเลยว่ากำลังน้อยใจเอยอยู่ กลายเป็นว่ารู้สึกผิดที่ปล่อยให้เอยรอเก้อซะงั้น


ตอนนี้เหมือนยีนจะขับมาเจอทางตัน ที่พึ่งมานึกขึ้นได้ว่าเธอเข้าหอของเอยไม่ได้เพราะไม่ใช่ลูกหอ โทรหาก็แทนที่เจ้าของเครื่องจะรับสายกลายเป็นเสียงตอบรับอัตโนมัติแทน…ทำไมรู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเหมือนกลับไปเมื่อปีที่แล้วยังไงไม่รู้...ลงอิหรอบเดิมอีกแล้วแฮะ


สุดท้ายยีนก็ตัดสินใจกลับไปเพราะความล้าจากการขับรถติดต่อกันนาน 



เมื่อวานมาไม่ทันรับเอยกลับยังไง วันนี้ก็ไม่ทันรับเอยไปส่งร้านยังงั้นแหละ จอดรอเอยอยู่หน้าหอเกือบร่วมชั่วโมง จนคิดได้ว่าอีกคนคงจะไปทำงานแล้ว ยีนถึงยอมถอยรถออกมาระหว่างทางก็คิดว่าจะแวะไปที่ท่ารถวินก่อนค่อยย้อนกลับไปหาเอยที่เซเว่นสาขาเดิม ไปๆ มาๆ พี่วินคนหนึ่งดันลาป่วย ทำให้คนน้อยลงเธอเลยต้องวิ่งวินรับส่งลูกค้ามากขึ้น จากที่จะไปหาเอยกลายเป็นว่าได้มาหาอีกทีก็ตอนเกือบเวลาเลิกงานของเอยแล้ว


ครั้งนี้ยีนก็ยังคงไม่เจอเอย เจอแต่เมยที่เดินสวนออกมาอีกรอบ


“พี่เอยไปไหนอ่ะเมย กลับไปแล้วหรอ?”


“เปล่า วันนี้พี่เอยเขาไม่ได้เข้าทำงานนะ”


“เอ้า ไปไหนอ่ะ”


“เห็นว่าไปดื่มกับเพื่อนมั้ง”


“ร้านไหน พี่รู้มั้ย”


ได้ยินแบบนั้น ยีนก็เริ่มจะเป็นห่วงขึ้นมา เธอรู้ดีว่าเอยดื่มไม่เก่งเอาซะเลยแถมยังไม่รู้อีรกด้วยว่าเป็นเพื่อนคนไหน ใช่เพื่อนที่เธอรู้จักหรือเปล่า


“พี่เขาชวนพี่อยู่นะ น่าจะร้าน Triangle ตรงสะพาน 33 อ่ะ ไม่แน่ใจว่ายังไปร้านนี้อยู่มั้ย ลองไปดูเอาละกัน”


“ขอบคุณมากนะพี่ ไว้ยีนมาเลี้ยงหนมนะ”


เมยมองตามเด็กตัวสูงที่รีบวิ่งออกไปทันทีที่ได้คำตอบ เธอรู้สึกเอ็นดูความพยายามนั้น แต่ก็ไม่กล้าไปตัดสินอะไรพี่เอยที่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ยอมใจอ่อนให้ยีนสักทีทั้งที่น้องเขาก็น่ารักขนาดนี้ เมยคิดว่าเอยก็คงมีเหตุผลของตัวเองนั้นแหละ


ขับไปมองไปหาป้ายที่มีชื่อร้านตรงกับที่เมยบอกไป หวิดเกือบจะไปนอนทักทายรั้วบ้านใครไม่รู้ที่ข้างทางอยู่หลายครั้ง จนสายตาไปสะดุดกับผู้หญิงที่หน้าคุ้นมากๆ คนหนึ่งแต่ไม่ใช่คนที่ยีนตามหาหรอกนะ ตรวจสอบชื่อหน้าร้านที่ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่พบว่าใช่ก็เลี้ยวรถเข้าไปทันที


ดูเหมือนคนคุ้นเคยที่ยืนทำหน้าเครียดจะไม่ทันสังเกตถึงการมาของยีนเพราะข้างกายมีคนที่เป็นต้นเหตุให้ยีนถ่อตัวเองมาถึงนี่นั่งคอพับสภาพดูไม่ดีอยู่พ่วงมาด้วยผู้หญิงอีกคนที่คุ้นเคยพอกันยืนเกาะเสาไฟฟ้าทำหน้าพะอืดพะอมอยู่ไม่ไกล


“พี่ไนน์”


ไนน์ขมวดคิ้วมองใบหน้าในหมวกกันน็อค เสียงดูคุ้นมากแต่เธอแค่ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใคร จนกระทั่งเจ้าของเสียงเรียกนั้นเลื่อนกระจกขึ้นไป “ยีน?”


“หนักเลยดิ พี่ซิมยังเมาแล้วอ้วกเหมือนเคยเลย” ยีนหัวเราะให้กับสภาพเจ้าของชื่อที่เมาแล้วชอบทำเสียของ


“เดี๋ยว แกมาได้ไงก่อน”


“เรียนอยู่แถวนี้”


“แล้วมาทำไร”


“มารับคนนี้กลับ” ยีนชี้นิ้วไปหาเอยที่ยังคงนั่งก้มหน้าก้มตาใบหน้าใบหูแดงจัดไม่รู้เรื่องอยู่ท่าเดิม


“กลับมาคุยกันแล้วหรอ ตอนไหนวะ ไม่เห็นเอยมันจะเล่าอะไรให้ฟังมั่งเลย” ไนน์ถามรัวๆ จนยีนต้องยกมือขึ้นมาเป็นสัญญาณบอกว่าพอก่อน แต่ไนน์ก็ยังคงไม่หยุดถาม “แล้วนี่เป็นวินมอไซค์หรอ ถามจริงเด็กที่เมื่อก่อนยังให้แม่โอ๋แบบแกเนี่ยนะ”


“ก็ตามที่เห็นแหละน่า ไม่ได้เป็นเด็กที่ให้แม่คอยโอ๋แล้ว!”


“เปลี่ยนไปเยอะเลยไอ้เด็ก แต่ไว้เดี๋ยวค่อยมาคุยกันแล้วกัน ใช้เบอร์เดิมใช่มั้ย เดี๋ยวแอดไลน์ไป” ไนน์หิ้วปีกเอยให้ลุกขึ้นแล้วดันไปหายีนที่รอรับอยู่ ซึ่งเอยก็ยังคงไม่รู้ตัวไม่งั้นคงจะโวยวายไปแล้ว “ตอนนี้ฝากพี่เอยของแกทีเถอะ พี่ต้องไปส่งไอ้ซิมมันอีก”


“ที่ยีนมาก็เพราะเหตุผลนี้แหละน่า”


ไนน์ช่วยพาเพื่อนที่เริ่มงอแงตลอดเวลาเมาไปซ้อนท้ายยีน พอเข้าทีเข้าทางเอยก็ทิ้งหัวพิงหลังคนขับทันที ยีนจับมือของเอยมาคล้องเอวเธอไว้ก่อนค่อยๆ ออกตัวไปอย่างช้าๆ ไม่ให้อีกคนร่วงไปนอนคุยกับรั้วบ้านแทนเธอตอนขามาซะก่อน 


ขับรับลมมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าหอของเอย เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมตื่น แม้จะอยากให้เอยนอนพิงหลังแบบนี้ไปนานๆ ก็ตาม แต่กลัวเอยจะคอเคล็ดไปซะก่อนยีนเลยต้องปลุก


“พี่เอย ถึงแล้วนะ”


ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ตัวนะว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนรถมอไซค์และเอยก็นึกว่าเป็นไนน์เลยไม่ได้สนใจอะไร แต่พอลืมตาขึ้นมาคนตรงหน้าดันกลายเป็นเด็กที่ทำให้ชีวิตช่วงนี้เธอสับสนได้ยังไงก็ไม่รู้


“ทำไมต้องเป็นเธอด้วยเนี่ย”


“ไหงพูดงั้นล่ะ ยีนอุตห์ส่ามาส่ง”


“เชิญไปส่งคนอื่นเถอะ คนที่ดูท่าเธอจะสนิทกับเขาอยู่ไม่น้อยเป็นไง


“ใครล่ะนั่น”


เอยส่งเสียงหึในลำคอเป็นคำตอบ ถ้าไม่ได้คบกันมานานก็คงไม่รู้หรอกว่าอาการแบบนี้ของเอยคือกำลังหึงหรือไม่ก็หวง แต่เพราะคบกันมานนั่นแหละยีนถึงได้รู้และพยายามใช้วิชาแก็ทเชื่อมโยงหาเหตุผลที่เอยหึงเธอจากคำพูดของเจ้าตัวเมื่อกี้ และก็นึกได้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานนี้และดูใกล้เคียงที่สุด


“พี่เมยหรอ?”


ได้เสียงหึเป็นคำตอบกลับมาอีกรอบ


“ยีนก็แค่บังเอิญเจอพี่เขาระหว่างทางเลยรับมาด้วยแค่นั้นเอง” เอยเวลาเมาแล้วเก็บอาการไม่อยู่เลยสักนิด “พี่หึงหรอ”


“เปล่า”


“พี่หึงแน่ๆ ยีนดูออก”


“ไม่ใช่”


“พี่หึงง ยีนรู้ พี่ขี้หึงจะตาย ตอนคบกันพี่หึงยีนบ่อยจะตาย”


“เพราะงั้นเธอเลยนอกใจฉันหรอ” จู่ๆ เอยก็ก้มหน้าเอ่ยเสียงสั่นที่ทำเอาใจของยีนสั่นตาม “เพราะงั้นเธอเลยไปมีคนอื่นหรอ”


“ไม่ใช่แล้วพี่ เลยเถิดกันไปใหญ่แล้วเนี่ย”


“เงียบไปเลย!!” และเสียงสั่นๆ ของเอยก็เปลี่ยนเป็นเสียงตะคอกรุนแรงแทน “เธออยากรู้ใช่มั้ยว่าฉันเลิกกับเธอเพราะอะไร ได้ฉันจะบอกให้!”


“เบาๆ สิ พี่เมามากนะเนี่ย..”


“เพราะเธอไปนอนกับคนอื่น!”


“พี่พูดเรื่องอะไรเนี่ย ยีนไม่เคยไปนอนกับใครสักหน่อย กับพี่ยังไม่เคยเลย”


“ก็ฉันเห็นในทวิต มีคนแท็กเธอ เป็นรูปเธอนอนกับคนอื่น” เสียงเอยกลับมาสั่นอีกครั้งพร้อมน้ำตาที่เริ่มคลอและไม่ทันที่มันจะได้ไหลออกมา เจ้าของหยดน้ำตานั้นก็เช็ดมันทันที “มีความสุขมากมั้ยล่ะ ฉันนอนร้องไห้อยู่คนเดียวทั้งคืน เคยสนใจบ้างมั้ย!”


“พี่เข้าใจผิดแล้ว”


“จะเข้าใจผิดได้ไง รูปก็ชัดเจนขนาดนั้น”


“เข้าใจผิดสิ ก็รูปนั้นน่ะ ยีนไปถ่ายละครเพื่อนที่เอกภาพยนตร์มา”


“ฉันไม่เชื่อ”


“เอ้า ยีนพูดจริงๆ นะ” เธอยื่นผ้าเช็ดผ้าที่พึ่งนึกได้ว่าพกไว้ให้เอย


“แล้วทำไมไม่บอกฉันว่าไปถ่ายละคร วันนั้นเธอบอกฉันว่าเธอไปทำรายงานกับเพื่อน แล้วก็มีรูปนั้นโผล่มาจะให้ฉันคิดยังไงล่ะ” แม้เอยจะไม่ยอมรับผ้าเช็ดหน้าแต่ยีนก็ยังคงยื่นไว้อย่างนั้น


“ก็ยีนกลัวพี่ไม่ให้ไปถ่ายนี่ มันมีฉากแบบนั้นอ่ะ พี่จะให้ไปหรอ แล้วยีนรับปากเพื่อนไว้แล้วด้วย”


“ก็น่าจะบอกกันก่อน...” เอยยอมรับผ้าเช็ดหน้าของยีนมา ตอนนี้ตาเธอพร่าของน้ำตาที่คลอจนเริ่มมองอะไรไม่ชัด


“แล้วพี่อ่ะ ย้ายหอไม่เห็นบอกยีนเลย”


“ก็ตั้งใจจะเซอร์ไพรซ์ ย้ายออกมาอยู่คนเดียว เธอจะได้มาหาสะดวกๆ.. แต่ดันเจอเธอเซอร์ไพรซ์ก่อนนี่”


แล้วทำไมเรื่องมันถึงพลิกจนเธอกลายเป็นฝ่ายที่ต้องโดนต้อนจนรู้สึกผิดแทนล่ะเนี่ย


“นี่ยีนต้องเสียพี่ไปตั้งปีหนึ่ง ต้องมาเกือบจะเลิกกันเพราะเรื่องเข้าใจผิดแบบนี้เนี่ยนะ... ให้ตายสิ ทำไมเราไม่คุยกันดีๆ ตั้งแต่แรกเนี่ย”


“พี่ขอโทษ..” ปกติเธอปากแข็งกว่านี้นะ ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะเอยรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เลยพูดออกไปกัน


“ยีนก็ขอโทษ..” แต่ทางด้านยีน เธอรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ “ตอนนี้พี่ขึ้นไปนอนก่อนเถอะ มันดึกแล้ว จะเที่ยงคืนแล้ว พรุ่งค่อยมาคุยกันก็ได้หรือพี่จะหนียีนไปอีก?”


“เที่ยงคืนแล้วหรอ” เอยไม่ได้ตอบคำถามของยีนแต่เลือกจะถามคำถามอื่นกลับไปแทน


“อื้อ” ยีนยืนยันคำพูดด้วยการยื่นเวลาในโทรศัพท์ให้เอยดู


“งั้นวันนี้ก็วาเลนไทน์น่ะสิ”


“หือ?”


“ขนมพี่ล่ะ”


จู่ๆ ก็มาอะไรล่ะเนี่ย


“ขนมหรอ..” ยีนตามน้ำไปด้วยการทำเป็นคลำหาตามกระเป๋าก่อนทำหน้าตาตื่นแบบเกินจำเป็น “ตายล่ะ ยีนให้สาวอื่นไปหมดแล้วดิ”


“นิสัย!!” ปกติแกล้งหลอกแบบนี้คงจะโดนประชดใส่เพราะรู้ดีว่าเธอโกหก แต่ลืมไปซะสนิทเลยว่าอีกคนกำลังเมาได้ที่ครั้งนี้เอยเลยเชื่อซะสนิทใจ ผลักเธอไปโดนกระจกมอไซค์จนมันเบี้ยว


“ใจเย็นๆ” ยีนปรับกระจกให้กลับเข้าที่เดิม “ไม่เห็นจะต้องทำร้ายพิ้งค์กี้เลยนี่นา”


“ไม่สนแล้ว จะไปไหนก็ไปเลย ทั้งพิงค์กี้ทั้งเจ้าของนั่นแหละ”


“ไม่เอาน่า.. ยีนหยอกเล่น” ยีนเปลี่ยนไปไขเบาะรถแล้วจะเปิดเอาถุงขนมช็อกโกแลตที่รวมทุกยี่ห้อที่เอยชอออกมาให้ “นี่ไงขนมพี่ กะจะให้วันพรุ่งนี้ซะหน่อย ทวงมาขนาดนี้ให้เลยก็ได้”


ถึงเอยจะทำเป็นไม่สนใจและไม่รู้ว่าใบหูแดงๆ กับใบหน้าฝาดเลือดจางๆ นั่นเป็นเพราะเมาหรือเพราะเขิน ยีนก็เลยเอาขนมวางไว้บนมือเอยแทน


“พึ่งจะเริ่มวาเลนไทน์ได้กี่นาทีเอง ยีนจะเอาไปให้สาวที่ไหนได้ล่ะ มีแต่พี่เนี่ยแหละ..” พูดจบก็ขยิบตาให้อีกหนึ่งทีพร้อมมุกเสี่ยวๆ ตามประสายีนอีกหนึ่งมุก “รับขนมไปแล้วอย่าลืมรับใจยีนไปด้วยนะ”


“บ้าบอ..” แต่ครั้งนี้กับทำเอยเขินได้ซะงั้น


“เขินอ่ะดิ”


“ใครเขิน!” เอยรีบจับมือยีนขึ้นมาแบแล้วเอาขนมของตัวเองที่หยิบมาจากกระเป๋าสะพายวางไปอย่างแรงจนเหมือนโดนตีซะมากกว่า “เอ้า เอาไป!”


“อะไรอ่ะ.. ขโมยร้านมาหรอ ไม่เอานะ ไม่อยากโดนข้อหารับของโจร”


“เดี๋ยวไม่ต้องเอา”


“แกล้งนิดแกล้งหน่อยเอง” ยีนหัวเราะให้ใบหน้ากระเง้ากระงอดของเอย “งั้นตอนนี้เรากลับมาคบกันแล้วใช่มั้ย”


“ขอดูพฤติกรรมก่อนแล้ว”


“ตอนนี้เลยไม่ได้หรออออ”


“ไม่”


“พี่เอยยย”



The End.
ได้มีโอกาสมาร่วมโปรเจควาเลนไทน์กับทางบ้าน IZ*ONE Fanfiction TH ล่ะ
หวังว่าจะชอบกันนะ

พอไม่ได้ทำปกเองละรู้สึกสบายแปลกๆ 5555 อยากมีคนทำปกฟิคให้ตลอดไปจังเลย

วันนี้ก็ขอขอบคุณที่ติดตามมาตลอดอีกครั้ง ตามไปอ่านเรื่องอื่นๆ ในโปรเจคกันด้วยนะ

#2019ValentizoneTH

SHARE
Writer
DachshundChan
I'm Radioactive
I'm gonna live until I'm die.

Comments

DachshundChan
2 years ago
ครั้งนี้มาอัพเร็วด้วยแหละะะ อดอรุณสวัสดิ์เลย งั้นราตรีสวัสดิ์ล่วงหน้าแล้วกันเนาะ 555
Reply