การผจญภัยของฮากีมอฟ
ข้าพเจ้า นัควัต ฮากีมอฟ ของปฏิญานตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ และ ท่านมุฮัมมัด เป็นศาสนทูตของอัลลอฮเมื่อคำกล่าวนี้ได้ปรากฎเบื้องหน้าพวกท่าน จงรับรู้ไว้ว่า ฮากีมอฟได้กลายเป็นมุสลิมแล้ว เมื่อเขาลืมตาดูโลก และเรียกรู้ที่จะเข้าใจคำว่าวิถีของโลก เขาได้ศึกษามัน และ ทำให้เขาเข้าใจมันและยอมรับมัน เรื่องราวของเขาเริ่มจากการเขียนอนุทินของเขาดังที่ว่า
"ในห่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมประสบความล้มเหลวอยากมากในการจะใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัย ผมต้องระงับการศึกษาชั่วคราวและกลับบ้าน เพื่อรักษาโรคที่เรียกว่า โรคจิตเวช ผมรู้ตัวว่ามีอาการซึมเศร้า และ อารมณ์จัด มันทำให้ผมกลายเป็นเด็กมีปัญหา ผมนะมีปัญหามาโดยตลอด สมัยอยู่โรงเรียนผมโดยเพื่อนแกล้งเพื่อนล้อ ผมโดยเพื่อนแกล้งถึงขั้นทำร้ายร่างกาย แม้เขาจะสนุก แต่ผมไม่สนุกด้วย ผมเป็นตัวประหลาด มาตั้งแต่สมัยใด ตั้งแต่จำความได้ หลัง ม.ต้น ที่ผมได้ลืมเลือนมันไป ผมจดจำได้ว่า ผมคือตัวประหลาด ผมมีความคิดที่เพ้อเจ้อ และเพ้อฝัน ผมฝันอยากรู้ว่าในจักรวาลนี้มีอะไรบ้าง พหุภพ พระเจ้า ดาราจักร ความเชื่อท้องถิ่น ความเชื่อสากล การศึกษา และ ความเป็นโมเดิร์น มันทำให้ผมแปลกประหลาด ผมมักตั้งคำถามเสมอว่า สิ่งๆนี้คืออะไร มันทำอะไร เพื่ออะไร เกิดได้อย่าง และ เหตุผลของมันคืออะไร ? ผมเอาแต่ถามคำถามที่จะพาผมหลุดจากวงโคจรของการเป็นมุสลิม ด้วยคำถามทางด้านวิทยาการ แต่ผมก็พบคำตอบของมัน มันอยู่ที่คุณจะยอมศึกษาและเปิดกว้างหรือไม่ ? และนั้นคือตอนที่ผมรูู้ว่า ที่ผ่านมา ในสังคมมุสลิมเรา ไม่เคยเปิดกว้างหรือแม้แต่เปิดใจเปิดโอกาสให้ศึกษา ให้คิด แทนการเชื่อ สมัยก่อนอะไรที่พูดเกี่ยวกับอิสลาม ผมมักจะเชื่อ พอมาพักหนึ่งผมตั้งคำถาม และ โดนต่อต้านอย่างรุนแรง ใจของผมมันถูกให้ทำกลายเป็นคนไร้ศาสนา ผมเชื่อในพระเจ้า แต่ตอนนั้นพระเจ้าองค์ใดถูกต้อง และ ณ ตอนนี้ ผมก็คิดอยู่เป็นบางครั้ง ผมอาจดูเหมือนคนหลงทาง คนบาป แต่ความจริง ผมคิดว่าผมโชคดี ผมไม่เกรงกลัวบาป หรือ นรก อะไรอีกต่อไป ผมจึงเริ่มค้นคว้าศาสตร์ต่างๆ ทั้งสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ ศาสตร์อื่นๆ ด้วยความหวังที่จะสร้างความเข้าใจของตนเองต่อโลกนี้ ผมส่งสัยว่า ทำไมเราไม่ทำทุกอย่างให้มันง่ายและทำลายเรื่องยากสิ จักรวาลและเวลามันมีจำกัด และสักวันเราต้องตาย ทำไมเราไม่ทำให้เรามีความสุข กับ คนบนโลกนี้ และผมก็ได้พบว่า มนุษย์บนโลกนี้มีความเลว ตราบาปที่ติดตัวมา นั้นคือ เสียงกระซิบที่ทำให้เราทำชั่ว มันอยู่ในสมอง อยู่ในจุลชีพ ที่คอยควบคุมอารมณ์ไม่ว่าดีหรือร้าย มันคือตัวควบคุมสำคัญต่อชีวิตของเรา ชีวิตของเรามีแค่ 40% เท่านั้นที่เป็นของเรา นอกนั้นเป็นของจุลชีพ ผมถามว่า เราควบคุมเม็ดเลือดขาวได้หรือไม่? คำตอบคือ ไม่ แต่ถามว่า มันเป็นองค์ประกอบของร่างกายเรามั้ย? ตอบว่า ใช่ แต่ทำไมเราควบคุมมันไม่ได้? นี้แหละชีวิตผม ที่ทำให้พ่อแม่ ครู เพื่อนหัวเสียกับผม มาโดยตลอดที่ผ่านมา หลังจากจบมัธยมต้น ผมก็ไม่เคยสร้างเกียรติให้พ่อแม่ซึ่งท่านเป็นข้าราชการเลย ผมไม่มีรางวัลรับเกียรติบัตรหรือเหรียญแห่งชัยชนะ ในการตอบปัญหาสังคม หรือ ประวัติศาสตร์ หรือ ศาสตร์อื่นๆ ผมกลับกลายเป็นความอับอายเมื่อเทียบกับน้อง ที่ได้รางวัล ขึ้นเวทีนู้นนี้นี้นั้น แต่คุณรู้ไม่ว่าผม ก็มีดี นั้นคือ การที่ผมพูดในศาสตร์ต่างๆ อย่างไม่เครียด ตลก ๆ เวที ภาษามลายูแจ้งเกิดการเป็นนักพูดของผม เสร็จแล้วก็ดับ โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ ผมไม่อยากจะเล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น เวลาต่อมา ผมตั้งเป้าหมายอย่างเดียวคือจบมัธยมปลาย แต่ไม่ได้คิดเรื่องมหาวิทยาลัยมากนัก ด้วยความเป็นเด็กจึงไม่รู้อะไร ผมสอบรอบรับตรงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในสาขามลายูศึกษา ที่จะสืบต่อจากภาษามลายูจากโรงเรียน แม้ว่าผมอยากเข้ารัฐศาสตร์แต่ผมก็สอบเข้าไม่ได้ เมื่อมาอยู่มลายูศึกษา ผมดูหลักสูตรของมันดูดี ศึกษา ประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์มลายู ที่ก็อยู่ในภาคใต้ของประเทศไทยด้วย และ ก็มีอยู่ในสายเลือดของผมด้วย แต่ผมกลับเกิดความเครียดสะสม ที่พอมาถามตอนนี้ ผมก็ตอบไม่ถูกว่า มันเกิดจากอะไร ทำไมผมเกิดอาการเครียดและโมโห ไม่ยอมไปเข้าคลาส ผมเอาแต่อยู่ในห้อง นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ กับ การสืบค้นข้อมูล ผมเข้าใจแล้วว่า ตอนนี้การศึกษาที่เหมาะกับผมมากที่สุด คือการสืบค้นสืบหาด้วยตนเอง มิใช่จากการฟังครู ผมเบื่อที่จะต้องไปในห้องแล้วนั่งฟัง แค่คนๆหนึ่งพูด ผมก็อยากจะพูด อยากจะถ่ายทอด แต่ทุกอย่างที่ผมเข้าใจ มันมักจะแย้งกับความเชื่อของคนอื่นๆ แม้จะมีคนชอบผมอยู่ก็ตาม แต่เวทีการพูดของผมก็เริ่มหายไป เป็นเพราะผมไม่มีดีกรี หรือผมพูดความจริง แล้วคนเขารับความจริงไม่ได้ เลยต้องโกหก ผมผ่านชีวิตเหล่านั้นมาได้อย่างไร ผมก็ไม่รู้ แต่อนาคตของผมก็คือ ผมไม่มีทางจบมหาวิทยาลัย แม้ว่าพ่อแม่จะมีปัญญาจ่ายเงินค่าเทอมก็ตาม แต่เพราะความเรื่องมากในศาสตร์ของผมที่รับไม่ได้ ผมเลือกไม่ลงหลายๆวิชา กับ หลายๆอาจารย์และหลายๆคลาสรูม ที่ไม่เข้าใจผม และ ไปตามวิถีของผมไม่ได้ อีกประการคือ มหาวิทยาลัยมีคะแนนกิจกรรม และ กิจกรรมมหาลัยสมัยใหม่ดูไร้สาระมากๆ เลย ผมเลยไม่เข้าร่วม ไม่ว่าง ชีวิตผมยังต้องศึกษาอีกหลายๆเรื่องเพื่อทำความเข้าใจคำถาม ปัญหา ของชีวิตผม สังคมผม โลกผม จักรวาลของผม และ พหุภพของผม คำถามต่อไปคือ ผมจะทำอย่างไรให้ได้เงิน และ มีงานอาชีพ โดยที่ไม่มีใบปริญญา เพราะต่อให้มีมัน ผมไม่คิดจะเป็นลูกน้องใคร ผมไม่คิดจะเป็นข้าราชการ แม้มันจะมีสวัสดิการมารองรับความขี้โรคของผม ที่มีปัญหาสืบเนื่องจากพันธุกรรม แต่เพราะชีวิตของผม หนึ่งสัปดาห์กับกิจกรรม การเดินทาง และ วิถีที่ไม่แน่นอน ผมก็เลยมองว่า ถ้าให้ผมต้องทำงาน ตื่นเช้า ไปทำงาน กลับมาเย็น อยู่แบบนั้น และแถมไม่มีใครอยู่ข้างๆผมอีก ผมคงจะทุกข์ตายก็จะได้เงินหรือสวัสดิการ ผมอยากมีแค่คนๆหนึ่ง ที่สามารถระบายความรู้สึก หรือ ถ่ายทอดความรู้ให้เขา ผมอยากพูด ผมคิดว่าผมจะทำอย่างไร และคุณคิดว่าผมจะทำอย่างไรละ? " 
นี้คือส่วนหนึ่งของอนุทินที่ฮากีมอฟเขียน และเขาปราถนาอยากให้ใครก็ตามที่มองหาคนอย่างเขาอ่าน และ ช่วยพาเขาไปสู่สังคมแห่งการสร้างสรรค์ เสริมสร้างศักยภาพตัวบุคคล และ หลุดพ้นจากการศึกษาที่ล้มเหลวของประเทศไทย ฮากีมอฟเป็นคนฉลาด แต่เขาอาจจะมีข้อเสีย ข้อจำกัดมากมาย คุณรู้ว่า หลายๆครั้ง แม้แต่ตอนจบมัธยม เขาก็อ่อนให้สังคมแล้ว สังคมควรจะอ่อนให้กับเขา เห็นแก่การรักษาจิตเวชก็ว่าได้ 
ซากี เขียน 
SHARE
Writer
NakwatHakimov
Istiklal Futurist.
Science,Physicist,Futurist,Educated,Economist and Politician in Istiklal University. นักวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ นักอนาคตศึกษา นักการศึกษา นักเศรษฐศาสตร และ นักวิชาการอิสระ

Comments