ถ้าฉันไม่ได้ทำงานที่สตาร์บัคส์

      สวัสดีค่ะเรื่องราวที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้เป็นเรื่องราวของตัวดิฉันเอง เรื่องทุกเรื่องที่กำลังจะเล่าให้ฟังอยู่นี้เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่การมโนหรือเพ้อฝันแต่อย่างใด 
       อย่างแรกเลยคงต้องขอเกริ่นนำด้วยชื่อเล่นของดิฉันก่อน ดิฉันชื่อบุญค่ะ แค่ชื่อเล่นคุณก็คงเดาอายุดิฉันได้ไม่ค่อยยากเท่าไหร่หรอกใช่ไหมคะ? เพราะสมัยนี้คงไม่มีพ่อแม่คนไหนตั้งชื่อเล่นให้ลูกกันแบบนี้หรอกใช่ไหมล่ะคะหรือไม่จริง ถ้ามีก็คงจะน้อยมากๆ แต่เพราะด้วยชื่อนี้ที่ไม่เก๋แต่ของเขาแรงมากจริงๆ ก็เหมือนว่าจะมีบุญวาสนาก้อนใหญ่ๆหล่นใส่มาเรื่อยๆหลายช่วงตั้งแต่เด็กจนโตเป็นสาวจนเข้าวัยกลางคน ถามว่าช่วงเวลาลำบากล่ะมีไหมก็ย่อมมีเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่ขอข้ามไปเล่าถึงบุญก่อนใหญ่ๆจริงๆที่ฉันได้รับอยู่ตอนนี้ดีกว่าคะ เพราะเรื่องในช่วงนี้น่าจะอรรถรสสุดๆล่ะ มีทั้งบุญทั้งโชคเเละเรื่องราวมากมายที่ทั้งสุขไปจนทุกข์ก็มีเรื่องมีอยู่ว่า ตั้งแต่ที่ฉันเข้ามาทำงานในวงการแบรนด์ป้ายกลมๆเขียวๆ ที่เดาว่าน่าจะน้อยคนนักที่ไม่รู้จักเป็นแบรนด์ดังที่มีอยู่ในหลายๆประเทศ แบรนด์เครื่องดื่มที่เขาว่ากันว่าขายเครื่องดื่มที่มีราคาสูงกว่าแบรนด์อื่นๆ โปรโมชั่นเยอะมากมายแถบจะแถมเอาใจลูกค้าไปสุดๆ เครื่องดื่มก็หลากหลายบางตัวก็ชื่อยาวจนเรียกเเทบไม่ถูก พอเดาออกไหมคะว่าดิฉันทำงานที่ไหน ติ๊กตอกติ๊กตอกถูกต้องค่ะ สตาร์บัคส์ นี่เอง เชื่อไหมว่าตั้งแต่เด็กจนโตเป็นสาวฉันก็ไม่คิดไม่ฝันหรอกค่ะว่าจะทำงานอะไรแบบนี้ แต่ด้วยอาชีพแม่ค้าเก่ามันมีอยู่ในสายเลือด พอได้เข้าไปทำจริงๆมันก็ไม่ได้แย่แถมรู้สึกดีกว่าอาชีพเก่าเราเสียอีก มันดีที่ต้องไม่ต้องคอยตะโกนเรียกลูกค้าเหมือนในตลาดสดกว่าลูกค้าจะมาซื้อของได้ก็ต้องผ่านศึกชิงลูกค้ากับอีกหลายร้านรวงที่ขายเหมือนๆกันกับเรา ลูกค้าสตาร์บัคส์ดีตรงที่ไม่ต้องคอยตะโกนหรือกวักมือเรียกหน้าร้านก็พร้อมจะเดินเข้ามาซื้อเองแบบว่า ฉันตัดสินใจเองได้แบบไม่ต้องลังเลใดๆเพราะอย่างว่าล่ะทั้งเครื่องดื่มและของที่ร้านขายเขามีคุณภาพจริงๆ คุณภาพไปยันคนขายด้วยก็ได้คะ คุณภาพยังไงน่ะเหรอคุณภาพตั้งแต่การคัดกรอกพนักงานที่เขาจะรับเข้าทำงานด้วยแล้ว เขาจะดูอะไรหลายๆอย่างว่าเด็กคนนี้นั้นมีองค์ประกอบพร้อมจะทำงานร่วมกันจริงๆหรือเปล่า เพราะถ้าผ่านเข้าไปแล้วต้องเรียนรู้อะไรมากมายที่จะปรับเปลี่ยนตัวคุณไปตลอดกาล เอาเป็นว่าถ้าใครอยากรู้ว่าปรับเปลี่ยนไปยังไงต้องลองมาสมัครดูคะ เพราะถ้าให้ดิฉันเล่าหมดมันคงจะไม่สนุกแน่ๆ การทำงานที่สตาร์บัคส์ทำให้ฉันเห็นมุมมองอะไรมากมาย มุมมองในเฉิงธุรกิจก็ด้วย ความรู้สึกของฉันตอนที่เข้าไปทำงานใหม่ๆก็ทำให้ฉันเห็นเลยล่ะคะว่า สตาร์บัคส์นี้สามารถทำกำไลได้เยอะจริงๆไปอยู่ที่ไหนก็เห็นมีแต่คนมาอ้อมล้อม กลายเป็นจุดขาย signatureไปเสียอยากนั้น ตั้งอยู่ในห้างก็ขายดี ตั้งอยู่ที่ไหนๆก็พร้อมจะมีคนมาเปให้เสมอ ฉันเลยคิดล่ะคะว่า “เอาว่ะ” ขอจมหลักปรักฐานอยู่ที่นี้ไปซักพักนึกก็แล้วกัน กะแบบว่าขอตั้งตัวให้ได้ก่อนแล้วค่อยจากออกมาแบบสวยๆ แต่ที่ไหนได้ล่ะคะจาก 1 เดือนกลายเป็น 1 ปีจากหนึ่งปีกลายเป็น 10 ปีโถ่ๆถอนตัวไม่ขึ้นแล้วจริงๆค่ะ พอเอาเข้าจริงเเล้ววงการนี้เขาไม่ได้ให้หาแบบเล่นๆแล้วคิดจะออกไปแบบสวยๆน่ะสิคะ เพราะที่นี้เขามีมนต์เสน่ห์ลึกลับบางอย่าง พูดง่ายๆก็เหมือนเล่นของใส่กันให้ยิ่งรักยิ่งหลงขึ้นทุกวันนั่นแหละค่ะ เหมือนขามันก้าวไปติดในปูนซีเมนต์ที่มันกำลังจะแห้งอ่ะคะ พอรู้ตัวอีกทีปูนแห้งไปซะก่อนแล้วจะถอยออกมาก็ไม่ได้แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ฉันก้าวต่อไปได้คงเป็นเพราะฉันเห็นถึงการเติบโตที่เกิดขึ้นกับดิฉันเองค่ะ เชื่อไหมคะว่าจากที่ฉันไม่มีเงินเก็บเลยซักบาท อยู่มาจนเห็นเขาอัฟเกรดป้ายแบรนด์ไปแล้วครั้ง จนตอนนี้มีเงินเก็บให้พ่อให้แม่ได้อยู่กินสบายๆไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยยากเหมือนแต่ก่อน ตำแหน่งก็เปลี่ยนมาแล้ว 3 ครั้งจนตอนนี้ฉันเป็นผู้จักการร้าน ย้ายไปร้านนู้นร้านนี้จนตอนนี้มาอยู่ที่ร้านที่มียอดขายติด1 ใน 20 ของประเทศไทย ขายกันดีเป็นเทน้ำเทท่าบริษัทรับทรัพย์กันไม่หวัดไม่ไหว พนักงานหรือเอาจริงๆเขาให้เรียกว่าพาร์ทเนอร์เนี้ยก็ได้เงินเดือนกันหนำใจ โถ่ๆแล้วแบบนี้ใครมันจะกล้าออกล่ะจริงไหมล่ะคะ แต่สถานการณ์กดดันในบางช่วงบางครั้งก็ทำเอาฉันเซไปบ้างค่ะ แถบล้มทั้งยืนก็มีแต่หนีไปร้องไห้นี้เรื่องจริงเลยเลยล่ะค่ะ จะบอกว่าทำงานบทเส้นทางที่โปรยด้วยกลีบกุหลาบตลอดมามันคงไม่ใช่ เดี๋ยวเขาจะหาว่าโกหกไม่เนียนอีก มันมีทุกที่ล่ะคะเรื่องแบบนี้ยิ่งเรามีภาระทางการงานมากขึ้นก็จะต้องมีปัญหามากขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ไม่ไหวก็แค่ร้องไห้ออกมาแต่มีข้อแม้นะคะว่าร้องได้ แต่ห้ามร้องไห้ให้ใครเห็น โชคดีที่ร้านมีห้องน้ำนะคะอย่างน้อยในบางช่วงก็ทำให้ดิฉันต้องได้ใช้ทำธุระแบบอื่นบ้าง บางครั้งก็ชอบไปยืนส่องตัวเองหน้ากระจกมองดูตัวเองเอาไว้คิดทบทวนหลายๆเรื่องเพราะบางเรื่องเราก็ต้องหนีมาคิดกับตัวเองบ้างให้เวลาได้คิดกับเงาตัวเองในกระจกบ้างร้องไห้ปล่อยโหบ้างแต่สุดท้ายแล้วก็ล้างหน้าล้างตาแล้วกลับไปอยู่ในจุดเดิม จุดที่ผู้นำร้านจะต้องแบกรับและอดทนสู้ต่อเอาเป็นว่าเรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะมีขั่วบวกก็ต้องมีขั่วลบ มีทุกข์ก็ต้องมีสุขเป็นของคู่กันแต่สุดท้ายแล้วเรื่องทุกเรื่องก็ย่อมมีทางออกเสมอ นี่ถ้าดิฉันไม่ได้ทำงานที่นี้จริงๆตอนนี้ดิฉันคงคิดไม่ออกล่ะค่ะว่าชีวิตตอนนี้นั้นมันจะดีแบบนี้หรือเปล่า บางทีอาจจะต้องลำบากเหมือนเก่า แต่ตอนนี้ไม่แล้วล่ะค่ะรถก็มีสามีก็หล่อแถมมีลูกแล้วคะพ่อแม่ก็สุขสบายจะต้องการอะไรอีก ถึงจะเหนื่อยแรงกายไปบ้างเอาจริงๆก็เยอะแต่ดิฉันคิดว่ามันก็คุ้มแล้วล่ะค่ะที่ฉันจะยังคงยืนอยู่ตรงนี้แต่คงก้าวไปเรื่อยๆแบบไม่หยุดยอมเหนื่อยกับงานที่เรารักดีกว่าไปเหนื่อยกับสิ่งที่ไม่ได้ชอบ จากที่ไม่เคยรู้ว่าชอบอะไรก็คงกล้าตอบได้แล้วล่ะ“รักแล้วค่ะสตาร์บัคส์” อนาคตจะเป็นยังไงต่อดิฉันไม่ขอเดานะคะขอแค่ว่ายังมีบุญอยู่ก็พอค่ะ
____________________________#บุญ___________



SHARE

Comments