การปลอบประโลมของเสือ
ภายในพุ่มไม้;

เรารู้ตัวว่าเราไม่ใช่คนที่ดีอะไร ไม่ได้เพอร์เฟคไปหมดทุกอย่าง และครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งครั้งที่เราทำตัวแย่ใส่คนอื่น คนอื่นที่ขึ้นชื่อว่า “แฟน”

เราตัดสินใจบอกเลิกแฟนของเราที่คบกันมาเกือบครึ่งปี มันเป็นเพราะความลังเลใจของตัวเราเอง ความรู้สึกสองสามเดือนที่ผ่านมานี้ เราไม่รู้สึกเหมือนเดิมเลย

ไม่ได้รู้สึกเหมือนช่วงแรกเริ่มที่เพิ่งคบกันใหม่ๆ มันเหลือเพียงความเฉยเมย มีหรือไม่มีเขาอยู่ก็ได้ แต่ในใจเรารู้ว่าไม่อยากเสียเขาไป แล้วก็รู้ว่าสิ่งที่ทำให้อยากรั้งเขาไว้

มันไม่ใช่ความรัก มันเป็นเพียงความเสียดายในความสามารถของเขา

เขาทั้งเรียนเก่ง ประสบการณ์การด้านต่างๆก็มีมาก ทำได้แทบจะสารพัดอย่าง ถือเป็นคนหนึ่งที่ถือเป็นผู้ชายที่สุดแสนจะเพอร์เฟคสำหรับเรา

เพราะรู้ใจของตัวเองดีจึงไม่อยากจะรั้งให้เขามาทรมานกับการไม่เอาใจใส่เขาของตัวเองที่เริ่มหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ในตอนที่บอกเลิก เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันอัดอั้นอยู่ภายในใจเต็มไปหมด ร้องไห้เหมือนคนบ้าทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนั้นมาก่อนไม่ว่าจะกับแฟนคนไหน

แต่กับคนนี้เราร้องไห้ข้ามวันข้ามคืน ร้องแบบไม่หลับไม่นอน ตาบวมจะลืมแทบไม่ขึ้น ปล่อยให้ตัวเองดูโทรมจนเพื่อนทัก

ก็เราตัดสินใจทำแบบนั้นไปแล้ว ทำไมถึงได้เสียใจขนาดนี้ เราควรจะยอมรับกับสิ่งที่ตัดสินใจและก้าวเดินหน้าต่อไป

จู่ๆก็มีความคิดขึ้นมาในหัวมันบอกว่า หรือครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ก่อนจะเลิกกับเขา เขาบอกเราแล้วว่า
คิดจะตัดสินใจทำอะไรก็คิดให้ดี เพราะจะไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้อีกแล้ว
คำพูดนี้ของแฟนเก่ายังคงวนเวียนอยู่ในหัวมาตลอดทุกวันที่ร้องไห้ เราพยายามทำใจยอมรับกับสิ่งที่ทำลงไป แต่มันยากลำบากมากจริงๆ

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้ชายคนหนึ่งจะทำให้เราเสียใจได้มากขนาดนี้

เพื่อนหลายคนพยายามปลอบเราด้วยวิธีต่างๆแต่กลับไม่เป็นผลเลยสักอย่าง เพียงแค่เพื่อนพูดชื่อเขา เราก็พร้อมจะร้องไห้ตลอดเวลา

จนทำให้ใครบางคนสังเกตเห็นเข้า ใครบางคนที่ช่วงนี้หายไปจากการติดต่อมาสักพักหนึ่งแล้ว

เป็นอะไร ไม่สบายใจบอกพี่ได้นะ
ในเช้าวันเสาร์เราได้รับข้อความจากพี่เสือที่กำลังมองหาเหยื่อตัวใหม่ หรือนี่จะเป็นหนึ่งในบรรดาหลุมพรางของเขากัน

เราเองก็ไม่รู้นึกเป็นบ้าอะไร เมื่อเห็นข้อความแบบนั้นมันอดไม่ได้เลยที่จะกดโทรไปหาเขา เขาตอบฮัลโหลแล้วทักทายเหมือนในแชทว่า
ฮัลโหล ตื่นแล้วหรอ โทรมามีอะไรหื้มเพียงประโยคสั้นๆ เราไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ร้องไห้ใส่เขาไปอย่างไม่นึกอาย เขาทำได้แค่พูดปลอบประโลมและพยายามถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และเราเองก็พยายามจะตอบแต่ที่พูดออกไปนั้นมันฟังไม่รู้เรื่องสักคำ
พอๆๆๆๆ หยุดพูดแล้วร้องไห้ก็พอ ร้องมาให้สุด ไม่ต้องหยุดร้อง ร้องให้เต็มที่แล้วหลังจากนี้ก็ห้ามร้องไห้แล้วนะ เข้าใจไหม
เราก็ยังคงร้องไห้ต่อไปในขณะที่เขากำลังทำตัวเป็นครูสอนเด็กอนุบาล สอนไปพร้อมๆกับปลอบให้เราดีขึ้นจนเราหยุดร้อง

คงเป็นเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องนั้น เราไมไ่ด้คอลกับใครเลยแม้แต่เพื่อนที่สนิทมากๆ เมื่อได้โทรคุยแล้วได้รับการปลอบแบบนี้มันทำให้เราดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เราเลิกร้องไห้ กลับมาทำให้ตัวเองดูดีเหมือนก่อนหน้านี้อีกครั้ง ไม่ปล่อยตัวให้โทรมเหมือนซอมบี้เป็นครั้งที่สอง

เขาเองก็ดูดีใจที่เห็นเราดีขึ้นได้ และคอยทักแชทมาถามอาการเราเสมอว่าเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นจากเดิมเท่าไหร่แล้ว และยังพยายามสอนเราในบางครั้งอยู่เสมอ

ทำไมดูเป็นห่วงเราจังเลยนะคุณ ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

เหมือนว่าครั้งนี้ เสือตัวนี้จะแหวกพุ่มไม้มาเจอเหยื่อที่กำลังบาดเจ็บหนักเข้าซะแล้ว คงจะทำใจกินไม่ลงแน่ๆจึงได้แต่ดูแลจนหายดีแบบนี้

ขอบคุณนะพี่

Once upon a time , love was hurt
SHARE
Written in this book
เมื่อเริ่มก้าวเข้าถ้ำเสือ
ถ้าอยากรู้จักเสือ เราก็ต้องเข้าถ้ำเสือ
Writer
Peachsky_
Chinese student
We gonna be okay in someday, Just believe in peach power.

Comments