[OS] You,Me - Yujin x Wonyoung (Valentine's Day)

1 : The first time we met.

น่ากลัว...

นี่คือความประทับใจแรกที่จางวอนยองมีต่ออันยูจินเมื่อครั้งก้าวเข้ามาในห้องซ้อมของค่ายเพลงที่มีแมวมองไปทาบทามเธอเข้ามาเพราะเห็นแววว่าเหมาะจะมาเป็นไอดอล ยิ่งรู้ว่าเขาอายุมากกว่าตั้งหนึ่งปี ก็ยิ่งรู้สึกเกร็งทำตัวไม่ถูก มือไม้ไม่รู้จะไปวางไว้ตรงส่วนไหนของร่างกาย อีกฝ่ายพยักหน้ารับยามสต๊าฟแนะนำว่าเธอคือเด็กใหม่ที่จะเริ่มมาซ้อมด้วยกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้คนที่อยู่ก่อนแล้วช่วยดูแลด้วย

สต๊าฟเดินออกไปแล้ว เหลือแต่วอนยองอยู่กับยูจิน

เด็กสาววัยสิบสามปีในขณะนั้นทำตัวไม่ถูก คนที่เดินไปทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นเอนหลังพิงกระจกเงาภายในห้องซ้อมก็มองตรงมาที่เธอ ถ้าจำไม่ผิดรุ่นพี่หมาดๆ ของเธอคนนี้เคยมีทั้งงานโฆษณา มิวสิควิดีโอ ตั้งหลายงาน พอมาเจอตัวเป็นๆ แล้วหัวใจก็เต้นเร็วผิดปกติด้วยความตื่นเต้น

"จะยืนอีกนานไหม ไม่เมื่อยเหรอ?"
"คะ?" พอโดนถามแบบนั้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย วอนยองก็เลยต้องเดินไปทิ้งตัวลงนั่งแต่ทิ้งระยะห่างไว้พอสมควร เธอได้ยินเสียงยูจินกระแอ่มไอเบาๆ

"ยินดีต้อนรับนะ"
"ค่ะ ขอบคุณค่ะ"
"ไม่ต้องพูดเป็นทางการก็ได้"

ยูจินพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายลง อาจจะเพราะเริ่มรู้ว่าตัวเองทำให้เด็กใหม่รู้สึกกดดันจนเกินไป วอนยองพยักหน้ารับโดยไม่กล้าหันไปสบตาโดยตรง อันที่จริงแล้วเด็กสาวไม่ได้เป็นคนเข้ากับคนยากอะไร ตรงกันข้ามออกจะสนิทกับคนแปลกหน้าไวด้วยซ้ำ แต่แปลกมากที่ตอนนี้เธอกลับทำตัวเฟรนด์ลี่ไม่ออก หัวใจมันสูบฉีดเลือดแรงจนได้ยินเสียงตุบๆ ดังก้องในหู

โดยไม่ทันตั้งตัว คนที่เคยนั่งอยู่ห่างออกไปก็ค่อยๆ ขยับมานั่งใกล้จนระยะของไหล่ห่างกันแค่นิดเดียว วอนยองสะดุ้งเล็กน้อยจนเผลอหันไปมองและได้สบตากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นตรงๆ หัวใจของเด็กสาววัยสิบสามปีไหววูบขึ้นมาเสียอย่างนั้น ริมฝีปากได้รูปกำลังขยับยิ้มจนเห็นฟันกระต่าย ข้างแก้มทั้งสองข้างเป็นรอยลักยิ้ม ถึงแม้จะอยากเบือนหนีแต่รอยยิ้มตรงหน้าก็ดึงดูดเกินกว่าจะยอมเสียเวลาสักวินาทีละสายตามองอย่างอื่นได้

"ตั้งใจซ้อมนะเด็กใหม่ เราจะได้เดบิวท์ไปด้วยกัน"

รอยยิ้มอ่อนโยนและเป็นมิตรของอันยูจินในวันแรกนั้น คือรอยยิ้มที่เหมือนพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณที่ติดตาตรึงใจจางวอนยองมาจนถึงทุกวันนี้

2 : Hard time.

ยูจินกำลังมองผ่านช่องของประตูเข้าไปในห้องซ้อมนานเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

เธอเพิ่งเลิกเรียนแล้วก็ตรงดิ่งมาที่บริษัทด้วยหลายเหตุผล ข้อแรกก็คือรีบกลับมาซ้อม เพราะวันนี้ครูสอนเต้นจะมาทดสอบว่าเด็กฝึกอย่างพวกเธอจำท่าเต้นใหม่กันไปถึงไหนแล้ว ส่วนเหตุผลข้อที่สองก็เพราะนึกเป็นห่วงเด็กน้อยที่โดนดุจนร้องไห้ไปเมื่อคราวก่อน และตอนนี้ก็กำลังฝึกเต้นอยู่คนเดียวในห้องซ้อม

ควรจะเปิดประตูเข้าไปหรือรอสักพักกันนะ

วอนยองทิ้งตัวลงนั่งพิงกับกระจกห้องซ้อมกำหมัดเขกหัวแบบที่ชอบทำเวลาที่ตัวเองไม่ได้ดั่งใจ ก่อนจะชันขาปิดหน้าซบลงกับเข่าตัวเอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงจะร้องไห้อีกเหมือนเดิม ยูจินเผลอถอนหายใจออกมา ในมือถือแซนวิซทูน่าสองชิ้นกับชารสพีชอีกสองกระป๋องเอาไว้

อีกฝ่ายอาจจะแค่อยากร้องไห้เงียบๆ คนเดียว ไม่อยากให้เธอเข้าไปยุ่งก็ได้ แต่ว่าวอนยองก็แค่เด็กอายุสิบสามที่เพิ่งจะเข้ามาฝึกได้ไม่กี่เดือน คราวก่อนก็โดนดุเพราะจำท่าเต้นได้น้อยมาก ยูจินจำได้ว่าน้องเคยบอกว่าร่างกายไม่เป็นไปตามใจต้องการเลย แม้จะฝึกหนักแค่ไหนก็รู้สึกว่าย่ำอยู่กับที่ น้ำเสียงและแววตาวันนั้นดูท้อแท้จนน่าสงสาร

ในที่สุดยูจินก็ใช้ไหล่ดันประตูให้เปิดออก

"แซนวิซทูน่าของโปรดใครน้า"

วอนยองเงยหน้าขึ้นมองพร้อมทั้งปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ถึงแม้จะปิดบังไม่ได้แต่อย่างน้อยการไม่มีน้ำตาอาบหน้าก็ยังอายน้อยกว่า ยูจินเดินตรงเข้ามาหาและทิ้งตัวลงนั่งอย่างแรงจนไหล่เบียดกัน แบ่งแซนวิซหนึ่งชิ้นส่งให้ วอนยองรับไปจมูกก็ฟึดฟัดไปด้วย

"ทำไมพี่มาช้า"
"แวะซื้อของโปรดเธอไง" พูดพลางเปิดกระป๋องน้ำวางไว้ข้างตัวคนอายุน้อยกว่าถึงจะหันมาเปิดกระป๋องของตัวเองแล้วเริ่มจัดการแซนวิซในมือ

"พี่ต้องเลี้ยงไอติมช็อคมิ้นท์โทษฐานที่มาช้า"
"กินอีกแล้วเหรอไอติมยาสีฟันนั่นอะ"
"มันอร่อย!"
"จ้า อร่อยจ้า"

ยูจินทำท่ายอมแพ้แล้วกัดแซนวิซเข้าไปเต็มคำแอบเลื่อนสายตาไปมองวอนยองที่กำลังละเมียดละไมกินของโปรดทั้งที่ตาบวมช้ำสูดน้ำมูกไปด้วย

ถึงตัวจะโตพอๆ กัน แต่จางวอนยองก็ยังเป็นแค่เด็กล่ะนะ

"วันอังคารนี้ว่างปะ?"
"ตอนไหน หลังซ้อมเหรอ?"
"มีซ้อมที่ไหน ใครๆ เขาก็ไปเดทกันทั้งนั้น"
"เดท?"
"ใช่ วาเลนไทน์ไง"

วอนยองกะพริบตาปริบๆ ไม่ทันได้นึกถึงเลยว่าวันอังคารที่จะถึงนี้เป็นวันแห่งความรัก เพื่อนที่โรงเรียนก็มาถามว่าไปไหนกับใครไหม แต่อาจจะเพราะเครียดกับการฝึกเลยไม่ทันนึกถึงเลย ยูจินอมยิ้มเล็กๆ ก่อนจะเคี้ยวแซนวิซในปากแล้วกลืนลงคอจนหมด

"ไปกินไอติมกันไหม หรือว่ามีนัดแล้ว?"
"ม...ไม่มี"
"แล้วไปไหม"

นี่เป็นการชวนเดทเหรอ?

นั่นคือคำถามในใจของวอนยองตอนนี้ แต่เด็กสาวดูไม่ออกว่าคนเป็นพี่จะสื่อความหมายในเชิงไหน สำหรับเด็กน้อยที่ไม่ประสาแบบเธอแล้ว ไม่รู้ว่าการตอบว่าไปหรือไม่ไปจะมีผลอะไรไหม แต่หากถามความต้องการแล้ว ก็คงอยากจะตอบว่า ไป

"อื้อ"
"เจ๋งเลย นัดกันแล้วนะ ห้ามเบี้ยว" ไม่พูดเปล่า ยูจินจับมืออีกคนมาเกี่ยวนิ้วก้อยพร้อมกดนิ้วโป้งเข้าหากันเป็นการสัญญาด้วยภาษากายอีกทาง วอนยองพยักหน้ารับเล็กน้อย

มือที่กว้างกว่าอยู่เล็กน้อยเปลี่ยนจากเกี่ยวก้อยมาเป็นการสอดนิ้วเข้าไปในระหว่างนิ้วของเธอ ความอุ่นของฝ่ามือค่อยๆ ทาบทับประสานกันอย่างเชื่องช้า น่าแปลกที่มันดูลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ ไหล่ของยูจินที่เคยเบียดอยู่ขยับมาเกยซ้อนอยู่ด้านหลัง

"ตั้งใจซ้อมนะ ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้หรอกวอนยอง"
"..."
"ซักวันเราจะไปยืนจับมือบนเวทีด้วยกันแบบนี้ โอเคไหม?"
"มันจะมีวันนั้นจริงๆ เหรอ?"

ยูจินหันมายิ้มและตอบวอนยองในทันที

"แน่นอน จะต้องมีวันนั้นแน่นอน เพราะฉะนั้นห้ามท้อนะ ฉันไม่อนุญาตให้ทิ้งกัน ไม่งั้นโดนดีแน่"

ท้ายประโยคยูจินทำหน้าดุพร้อมทั้งคาดโทษเอาไว้ แต่ก็รู้ว่ามันไม่ได้จริงจังอะไร วอนยองหลุดหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกของวันนี้ อยู่ๆ ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาดจนเผลอบีบมือที่จับกับตัวเองไว้ให้แน่นขึ้น

แซนวิซในมืออร่อยขึ้นอีกเป็นกองเลย

 3 : Together.

วอนยองใช้เวลาส่องกระจกอยู่นานสองนานเพื่อสำรวจตัวเอง ลิปทินท์ถูกแตะแต้มลงบนริมฝีปากอีกเป็นครั้งที่สอง เด็กสาวได้แต่ถามว่าตอนนี้เธอดูดีหรือยัง ทั้งที่พี่ยูจินก็บอกแค่ว่าจะพาไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ 

แต่วันนี้มันวาเลนไทน์นี่...นี่นับเป็นเดทแรกระหว่างเธอทั้งสองคนด้วยหรือเปล่านะ?

วันนี้คนที่มาขี่จักรยานออกกำลังกายดูบางตา ย่านฮงแดคงจะคึกคักและร้านรวงต่างๆ ก็คงเต็มไปด้วยสินค้าคู่รัก แต่วอนยองก็ชอบที่จะมายืนดูแสงไฟจากตึกยามค่ำคืนอยู่ริมแม่น้ำกับบางคนเสียมากกว่า

"แปลกเนอะ นึกว่าเธอจะมีคนชวนไปเดทวันแบบนี้ซะอีก" 

คนที่เดินเคียงข้างกันไปตามทางเดินภายในสวนเอ่ยขึ้นมา ลมเย็นพัดโกรกจนเส้นผมระบนใบหน้า ยูจินเสยผมขึ้นแบบที่ชอบทำประจำ ทั้งคู่หยุดยืนมองแม่น้ำและตึกสูงฝั่งตรงข้ามที่เริ่มเปิดไฟเพราะตะวันตกดิน ไฟตามทางเดินก็เช่นกัน

"ก่อนเข้าบริษัทพี่ไม่ได้โดนจับเซ็นต์สัญญาห้ามเดทหรือไง"
"เอ้อ นั่นสินะ แต่ก็ดีละ" ยูจินหัวเราะออกมา ก็จริงอย่างที่วอนยองว่า พอตกลงปลงใจจะมาเป็นเด็กฝึกที่ค่ายเพลงก็โดนให้เซ็นต์สัญญา มีข้อตกลงยาวเหยียดหลายข้อ รวมทั้งข้อที่ว่าห้ามเดทด้วย

"งั้นก็ถือว่าเราเดทกันแก้เหงาไปก่อนเนอะ"
"มีงี้ด้วยเหรอ?"
"มีสิ จะยอมเป็นคู่เดทให้นะเด็กน้อย"

คนที่มักจะชอบยิ้มทะเล้นยักคิ้วกวนแบบที่ชอบทำประจำเวลาจะแหย่ใคร ถึงแม้คำพูดจะดูทีเล่นทีจริง แต่วอนยองก็รู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ดี การเดทห่างไกลเหลือเกินสำหรับเธอ ไม่รู้ว่าความจริงแล้วการเดทที่เขาว่ากันจะต้องทำอะไรบ้าง

"แล้วพี่เคยเดทไหม?"
"อืม... มีบ้าง แต่พอมาเป็นเด็กฝึก ก็เลิกหมดแล้ว"
"แก่แดดเหมือนกันนะเนี่ย"
"จางวอนยอง..."

คนอายุน้อยกว่าหลุดหัวเราะออกมาเพราะตลกสีหน้าและสายตาที่มองมาทางเธอ แต่ก็รู้ดีว่าระหว่างเธอและเขาสนิทกันมากขึ้นจนไม่ถือสากับการพูดอะไรแบบนี้แล้ว

พอรู้ว่ายูจินเคยเดทมาก่อนบ้างแล้ว ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าในบทบาทของคนที่มีความพึงพอใจในใครสักคนของยูจินจะเป็นแบบไหนกันนะ อีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนพูดจาหวานหูบ่อยๆ ออกจะติดขี้แกล้ง ชอบกวนโมโหเสียด้วยซ้ำ ถ้ายูจินรู้สึกชอบพอใครสักคนจะทำตัวแบบไหนกัน?

"สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ"

กล่องช็อคโกแลตขนาดเท่าฝ่ามือถูกยืนมาตรงหน้าเด็กสาววัยสิบสาม วอนยองแปลกใจก่อนจะล้วงเข้าไปในเสื้อตัวนอกที่ใส่ หยิบกล่องช็อคโกแลตขนาดพอๆ กันแต่ห่อด้วยกระดาษสีทองและผูกริบบิ้นสีน้ำตาลเข้มออกมาเหมือนกัน

"ใจตรงกันเลย ฉันก็เอาช็อคโกแลตมาให้พี่"
"ไหนบอกไม่เคยเดท แต่เตรียมการมาอย่างดีเชียวนะ"
"ถามเพื่อนมาต่างหากเล่า..."
"เด็กแก่แดด"
"พี่ยูจิน..."

เพื่อนบอกว่าวันวาเลนไทน์ผู้หญิงก็มักจะให้ช็อคโกแลตกับผู้ชายที่ชอบ ตอนแรกที่ไปเลือกซื้อช็อคโกแลตก็คิดว่าแปลกไหมนะที่จะให้กับผู้หญิงด้วยกัน แล้วมันจะแปลว่าชอบด้วยหรือเปล่า

แต่จริงๆ แล้ววอนยองก็ชอบพี่ยูจินนะ

แล้วช็อคโกแลตจากยูจินมันแปลว่าชอบเหมือนกันด้วยหรือเปล่า?

"เมื่อวานกาฮยอนมาบอกว่าเราจะต้องไปรายการโปรดิวซ์ด้วยกัน" ยูจินว่าพลางหยิบช็อคโกแลตเข้าปาก วอนยองแอบมองสีหน้านึกสงสัยว่าอีกฝ่ายจะชอบรสชาติของมันหรือเปล่า

"อื้อ ฉันรู้แล้ว"
"มันจะต้องสนุกมากแน่ๆ แต่ก็คงจะต้องเครียดและเหนื่อยมากกว่านี้อีก"
"ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะทนรับแรงกดดันไหวไหม"

วอนยองยอมรับออกมาตรงๆ สองสามวันมานี้นอกจากคิดเรื่องมาเดทกับยูจินแล้ว เธอก็ยังครุ่นคิดถึงเรื่องการไปออกรายการแข่งขันหาไอดอลเพื่อเดบิวท์เป็นวงชั่วคราว วอนยองไม่มั่นใจเลยว่าตัวเองจะทำได้หรือเปล่า มันดูหนักหนาและยากเกินกว่าเด็กแบบเธอจะทำได้ ผิดกับยูจินที่ดูมั่นใจและเก่งไปเสียทุกอย่างจนเธอนั้นชื่นชมอยู่ในใจมาตลอด

"เธอทำได้ เชื่อสิ" ยูจินพูดด้วยดวงตาเป็นประกายเหมือนเช่นทุกครั้งที่คอยผลักดันด้วยคำพูดกระตือรือร้นยามเธอท้อแท้ไม่มั่นใจในตัวเอง

ช็อคโกแลตละลายในปากไปจนหมดแล้วทิ้งไว้เพียงรสชาติหวานปนขมติดอยู่ที่ปลายลิ้น เคยมีคนบอกว่าการกินช็อคโกแลตจะทำให้มีความสุขแต่วอนยองกลับคิดว่าการที่เธอมีความสุขนั้นเพราะคนที่ยืนอยู่ข้างๆ มากกว่า ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ระยะห่างของไหล่ขยับเข้ามาเกยกันอีกครั้ง อาจจะเพราะอากาศที่เริ่มหนาว หรือไม่ก็เพราะความรู้สึกลึกๆ ในใจเรียกร้องก็เป็นได้

โดยไม่พูดอะไร มืออุ่นของยูจินที่เคยล้วงอยู่ในกระเป๋าเสื้อฮู้ดเลื่อนมือจับมือวอนยองเอาไว้แล้วสอดกลับเข้าไปในกระเป๋าตามเดิม คนเป็นพี่ไม่ได้พูดอะไรออกมาซักคำนอกจากจับมือเธอไว้เฉยๆ

ไม่ใช่แค่มือที่อุ่น แต่หัวใจของจางวอนยองก็อุ่นไปด้วยเช่นกัน

ในเวลาปกติแล้วพวกเธอมักจะทำเสียงโหวกเหวกโวยวาย ยิ่งมีกาฮยอนอีกคนด้วยแล้ว ห้องซ้อมก็แทบแตก แต่เวลานี้ระหว่างเธอทั้งคู่กลับมีเพียงความเงียบ หากแต่มันไม่ได้น่าอึดอัดอย่างที่กลัว

"ถ้าพี่จับมือฉันไว้แบบนี้ ฉันรู้ว่าฉันต้องทำได้แน่"

วอนยองเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ และเมื่อยูจินหันไปก็พบกับรอยยิ้มแบบที่เธอนั้นชอบมอง ยัยเด็กสิบสามกำลังยิ้มอย่างน่ารักดวงตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง แม้มือที่จับกันอยู่ภายในกระเป๋าจะอุ่นจนเกือบร้อนแต่วอนยองกลับจับมือเธอแน่นกว่าเก่า

"วาเลนไทน์ปีหน้า เราก็มาอยู่ด้วยกันแบบนี้อีกนะคะ"

ยูจินยิ้มอย่างอ่อนโยน ไม่คุ้นตาเท่าไหร่นัก แต่วอนยองชอบเหลือเกินเวลาที่อีกฝ่ายยิ้มแบบนี้ส่งตรงมาถึงเธอเพียงคนเดียว



"สงสัยวันวาเลนไทน์ของฉันจะโดนเธอยึดถาวรซะแล้วล่ะจางวอนยอง"


Fin.

Happy Valentine's Day ค่ะ อันยองจึอีกแล้ว ความจริงแล้วคิดหนักมากว่าจะแต่งคู่ไหน จากที่เสนอมาในทวิตเตอร์กับเพลงที่หลายๆ คนแนบมา เพราะมากๆ แล้วก็รู้สึกได้ไอเดียเขียนฟิคเยอะเลย แต่ที่เลือกคู่นี้ก็เพราะเพลง You&I ของ WJSN ที่คุณ @SweetDaMp ที่เลือกคู่อันยองมา ฟังแล้วคิดถึงคู่นี้จริงๆ ก็เลยได้ One Shot วันแห่งความรักนี้มา คนที่เชียร์คู่อื่นๆ ก็ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ อนาคตจะต้องเขียนให้อ่านแน่นอน!

ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจแล้วก็เสนอคู่กับส่งเพลงมาให้เยอะแยะเลยนะคะ หวังว่าจะมีความสุขในวันวาเลนไทน์ ต่อให้โสด ก็อย่าลืมความรักในรูปแบบอื่นนะคะ มีความรักในทุกวันน้า เจอกันฟิคเรื่องหน้าค่ะ

ป.ล. เหตุการณ์ในเรื่องเล่าถึงวาเลนไทน์ปี 2017 ตอนอันยองเข้าไปฝึกเป็นเด็กฝึกของสตาร์ชิปนะคะ เพราะตอนวีไลฟ์ที่ไปปิคนิคกัน จำไม่ผิดน้องจะเคยบอกว่าปีก่อนก็เคยมาที่นี่กับยูจิน


SHARE
Writer
sky_H
Writer / Gamer
My sky losing the BLUE color.

Comments

I530801
2 months ago
ยูจินอบอุ่นมาก ไม่มีคราบเด็กกวนเลยค่ะ
ชอบความสัมพันธ์และบรรยากาศที่ให้กำลังใจกันมาก
ยิ่งพี่ให้กำลังใจ น้องยิ่งมั่นใจในตัวเอง
ชอบประโยคที่บอกว่า ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้หรอก เป็นประโยคที่ดีและเป็นแรงกระตุ้นดีมากๆเลย

อบอุ่นโรแมนติกมากคับคุลเหมียว <3
ปีหน้าอันยองจึจะไปเดทจับมือให้กำลังใจกันที่ไหนอีกน้าา

ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆอีกเรื่องนะะ
แฮปปี้วาเลนไทน์คับ
Reply
309TIME
2 months ago
โอ้โหพี่คะ นุ่มละมุนไปหมด นาทีนี้แซนด์วิชง่าวๆอันห้าบาทสิบบาทก็ละมุนลิ้นแร้ว พี่ยุจนี่เท่ละเกิน ก็อยู่ด้วยกันทุกวันวาเลนไทน์ไปเลยจ้าลูกกกก
สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะพี่ ไม่มีผัวก็มีฟิคพี่เนี่ยแหละค่ะ แค่บังเอิญว่าน้องน่ะมีเมีย คิก
Reply