Bad Day :(
จริงๆ เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ 9 ก.พ. 62 แล้ว วันนี้วันที่ 11 ก.พ. 62 ซึ่งเป็น Good Day นะ แต่ทำอยากเขียนบทความแบดเดย์ก่อนก็ไม่รู้ ฮ่าๆๆๆ

9 ก.พ. เกิดเรื่องเฟลๆ มากมายหลายเรื่องในวันเดียว มันเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดของปีนี้ ไม่รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าจะมีอะไรเลวร้ายอีกมั้ย แต่วันนี้ก็แย่สุดแล้วนับตั้งแต่เข้าปีใหม่มา


เฟลที่ 0
ใครคนหนึ่งเคยพูดกับฉันไว้ว่าบางทีคนเราไม่จำเป็นต้องเล่าทุกเรื่องให้ใครรู้เดิมทีฉันเข้าใจไปว่าคนพูดคงหมายถึงตัวเองที่ไม่ได้อยากเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ฉันก็เข้าใจ เราทุกคนมีเรื่องที่ไม่ได้อยากเล่าอยากพูดถึงให้ใครฟัง

แต่ทำไมฉันถึงเก็บมาเฟลน่ะเหรอ?

เพราะฉันดันเพิ่งนึกขึ้นมาได้น่ะสิว่าคนพูดหมายถึงฉันรึเปล่า?

เขาอาจจะมีเรื่องต้องคิดอยู่แล้ว และฉันดันเล่าเรื่องของตัวเองไปอีก ถ้าเขารำคาญก็คงจะพูดอะไรทำนองนั้นออกมาเพื่อสื่อว่าฉันไม่จำเป็นต้องเล่าทั้งหมดก็ได้

โดยทั่วไปฉันเป็นคนคิดมาก เวลาสงสัยอะไรฉันจะถามตรงๆ แต่กับเรื่องนี้ฉันไม่กล้าถามจริงๆ
กลัว...คำตอบ...
นี่เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันเริ่มเกิดอาการเฟลจากการคิดมาก ทั้งที่เขาก็พูดมาตั้งนานแล้ว คนพูดลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แล้วทำไมฉันต้องมานั่งคิดก็ไม่รู้ ฉันนี่มัน...ไร้สาระ

เฟลที่ 1
ฉันตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนหัวหลังจากคืนวันศุกร์ไปดื่มกับเพื่อนมาพอสมควร เจอแผลที่เข่ากับน่องข้างขวาเป็นรอยขูด แสบดี คิดว่าสาเหตุคงขูดกับโต๊ะที่ร้านล่ะมั้ง นั่งตั้งสติอยู่พักใหญ่ เพื่อนโทรมาถามเรื่องเกี่ยวกับที่ฝึกงาน เขาดูกังวลไปซะทุกอย่าง ฉันว่าฉันก็ตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไป 4-5 รอบเขาก็ยังถามซ้ำอยู่แบบนั้น ทำเอาฉันหงุดหงิดแต่เช้า แต่คงไม่ลงรายละเอียดเรื่องนี้มาก ไม่อยากจะพูดถึง อาจดูไม่มีอะไรให้ต้องรู้สึกเฟล จริงๆ มันมีเรื่องที่เป็นชนวน...ช่างมันเถอะ


เฟลที่ 2
ฉันเข้าไลน์และไล่ดูแชทสแควร์ แชทกลุ่ม แชทรายคน และพบว่าฉันทักไปป่วนมั่วหมด แต่ละคนดันบอกว่าฉันน่ารักดีตอนเมา แต่ฉันรู้สึกว่าฉันเพ้อเจ้อมากกว่า....

ก็ไม่น่ามีอะไรแต่มันดันมีนี่สิ ในสแควร์หนึ่งที่ฉันเป็นคนสร้าง ฉันเข้าไปป่วนนิดหน่อยพร้อมกับพี่อีกคนนึงที่เมาเหมือนกัน คนอื่นๆ ดูท่าทางไม่คิดอะไรมาก แต่มีคนหนึ่งที่พูดเหมือนว่าฉันทำอะไรผิดเกินเลยไปเกินควร
"พี่___รั่วนิดหน่อย แต่น้อง___เกินเลยไปมาก"

ฉันเกิดความรู้สึกไม่พอใจมากๆ ที่เขาพิมพ์มาแบบนี้ มันมีคำถามว่าทำไมต้องว่าฉันว่าเกินเลย มันทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันเกินเลยไปขนาดนั้นเลยเหรอ? แต่บางทีคงแค่พูดเอาใจคนที่ตัวเองชอบมากกว่าล่ะมั้ง
จะพูดยกยอคนที่ตัวเองชอบก็ไม่จำเป็นต้องพูดกดอีกคนให้ดูแย่ลงรึเปล่า?
1.ฉันเกลียดการถูกเปรียบเทียบ
2.ฉันเกลียดการถูกตำหนิต่อหน้าคนหมู่มาก

โอเค ฉันอาจจะผิดที่เมาแล้วเข้าไปวอแวเพ้อเจ้อไร้สาระ แต่ทำไมต้องพูดยกยออีกคน ถ้าจะตำหนิทำไมไม่ตำหนิทั้งคู่ล่ะ ทำไมไม่ทักมาว่ากันในแชทส่วนตัว อารมณ์ที่เฟลอยู่แล้วมันเลยทิ้งดิ่งลงไปอีกระดับโดยไม่มีใครรู้...

เฟลที่ 3
วันนี้ฉันมีนัดไปคลินิคทำฟันเพื่อปรับเครื่องมือจัดฟัน ทุกครั้งฉันจะขึ้นรถโดยคำนวณเวลาให้ตรงบวกลบไม่เกิน 5-10 นาที อย่างวันนี้นัดไว้ 15:30 ฉันจะขึ้นรถตอน 14:00 รถออก 14:30 ไปถึงที่คลินิคราวๆ 15:40 ไม่เกินนี้ หรือถ้ารถตู้ขับเร็วหน่อยก็ไปถึงก่อนเวลาราวๆ 10-15 นาที

แต่ปรากฎว่าวันนี้รถตู้ออกช้ากว่าที่คิดไปมาก แทนที่จะออก 14:30 เขาดันออก 15:00 แถมยังขับช้ากว่าคันอื่นๆ ที่ฉันเคยนั่งมา สรุปแล้วฉันไปถึงคลินิค 16:1... (ไม่แน่ใจ) ซึ่งมันเลยเวลานัดไปกว่าครึ่งชม.!!!!

ฉันต้องนั่งรอให้ลูกค้าคนอื่นได้เข้าพบหมอตามคิว กว่าจะถึงคิวฉันก็ปาไปห้าโมง เลยได้แต่นั่งรออย่างเซ็งๆ ไปอีกเรื่อง
บางที...ฉันพลาดเองเรื่องนี้ที่ไม่รู้จักคำนวณเวลาไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเฟลที่ 4
ในบรรดาคนจัดฟัน ทุกคนจะรู้ดีว่าวันถึงสองวันแรกที่ใส่เครื่องมือนั้นเจ็บขนาดไหน ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ครั้งนี้ไม่ใช่การใส่เครื่องมือครั้งแรก แต่เป็นการติดเครื่องมือเพิ่มอีกสองตัวที่หมอเว้นไว้เนื่องจากฟันซ้อนทำให้ติดเครื่องมือไม่ได้ในเดือนแรก

มันปวด...ปวดมากๆ ทรมานมากๆ แค่แตะเบาๆ ก็ปวดร้าวได้ทั้งปาก อาจเพราะฟันที่ซ้อนกันผิดรูปไปมากทำให้เวลาดึงกลับรู้สึกปวดได้ขนาดนี้ ปวดแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ก็เป็นเรื่องเฟลๆ อีกเรื่อง เจ็บใจจากการถูกตำหนิ ยังต้องมาเจ็บฟันจากการจัดฟันอีก มีอะไรให้แย่กว่านี้อีกมั้ย?

เฟลที่ 5
มี!!!เฟลนี้คือเฟลที่เกิดขึ้นตอนกลางคืนระหว่างกำลังเล่นเกม เรื่องนี้...ฉันผิดเต็มๆ ที่ใจร้อน ปากไว ปากไม่ดี เกมที่เล่นกันนั้นกำลังเสียเปรียบ ใครคนหนึ่งก็พิมพ์ว่าต้องรอเลทเกม ฉันดันปากหมาพูดไปด้วยอารมณ์ร้อนว่า นี่ยังไม่เลทเกมอีกเหรอ?
...คนๆ นั้นก็คือคนที่ฉันรักเอง...หลังจากเล่นเกมจบ เธอก็ทักมาหาฉัน เราทะเลาะ...กัน... ที่จริงฉันบอกไม่ถูกเท่าไหร่ว่าจะเรียกทะเลาะหรือปรับความเข้าใจกัน เธอบอกฉันว่าฉันควรใจเย็นมากกว่านี้ ควรควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้ เธอเองไม่ได้ใจเย็นตลอด

ระวังเธอจะไม่อยู่ตรงนี้


ตอนนั้นฉันใจวูบหายไปจากอก ฉันกลัวมากๆ ที่จะต้องเสียเธอไป ฉันร้องไห้...หนักมากในรอบสองปีที่ผ่านมา พยายามคุยแต่เหมือนยิ่งไม่เข้าใจกัน จนกระทั่งเธอนอนไปแล้ว...

...ฉันยังคงนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้น...


อ่านทวนเป็นร้อยครั้งในข้อความทั้งหมดที่เธอส่งมา เธอทำถูกแล้วที่มาพูดตรงๆ กับฉัน เพราะเธอเป็นห่วงฉัน เธอรักฉัน เธอจึงเลือกที่จะเตือนฉันตรงๆ เพราะถ้าฉันยังเป็นคนควบคุมอารมณ์ไม่ได้อยู่แบบนี้ฉันจะใช้ชีวิตลำบาก ยิ่งฉันใกล้จะฝึกงานแล้ว

ทำไม...ฉันคิดไม่ได้นะเรื่องแค่นี้


ที่สำคัญ...ไฟที่ร้อนย่อมเผาไหม้ทุกสิ่งอย่างรอบๆ รวมไปถึงเผาไหม้คนที่รักให้ต้องเจ็บปวด ฉันทำใจไม่ได้จริงๆ ถ้าต้องเสียคนที่เข้าใจฉันขนาดนี้ไปเพียงเพราะฉันควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้...

หลังจากตั้งสติได้ฉันจึงขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจ และขอบคุณที่เธอพูดตรงๆ กับฉัน
ฉันรักเธอจังเลยเจ้าหมาป่า(ที่มีนิสัยเหมือนแมว) :)สรุปแล้วฉันทั้งตีกับเพื่อน เฟลจากการโดนตำหนิ ไปคลินิคสาย ปวดระบมฟัน เฟลจากการคิดมากแต่ไม่ถามของตัวเอง และยังมีปัญหากับคนที่รักอีก ทุกอย่างเกิดขึ้นในวันเดียว มันเหนื่อยซะจนฉันรู้สึก....

ช่างมันเถอะ...
ความรู้สึกนั่นมันผ่านพ้นไปแล้ว...

มีความสุขอยู่กับปัจจุบันกันดีกว่า มันแค่วันๆ หนึ่งที่มีแต่เรื่องเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป



Curacao98
:)
SHARE

Comments