ใครสักคน
วันนี้เราเข้าร้านหนัังสือครั้งแรกของปี
อาจจะเพราะด้วยหลายสาเหตุ เลยตัดสินใจเดินเข้าไป
ไม่ได้สนใจหนังสือเล่มไหนเป็นพิเศษ 
ไม่กล้าดูหนังสือหน้าเคาน์เตอร์ด้วยซ้ำ 
เพราะไม่ได้ชอบที่จะถูกจ้องมองจากใครก็ไม่รู้ 
พนักงานสามถึงสี่คนที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์นั่น 
คิดว่าพวกเขามองเรานานเกินไปหรือเปล่านะ
เลยเลือกที่จะละสายตาจากหนังสือขายดีบนชั้นหน้าร้าน
เดินเข้าไปในโซนหนังสือวรรณกรรม 
หยิบหนังสือที่เห็นบ่อยๆ
จากการติดตามแฮชแท็คในอินสตาแกรม
เปิดไปเจอหน้าที่ถูกพับบนหัวไว้
หน้าที่เก้าสิบ
หนังสือมีทั้งหมดร้อยกว่าหน้า
รวมภาพถ่ายสวยๆที่นักเขียนใส่เข้ามาด้วยแล้ว


เราจะยังรักคนคนหนึ่งได้นานแค่ไหนนะ 
ถ้าเกิดว่าไม่มีการพูดคุย
ไม่มีบทสนทนา ไม่มีการสบตา
ไม่มีการแลกเปลี่ยนอะไรในชีวิตประจำวันอีกแล้ว


ประโยคบนสุดของหน้าที่เก้าสิบเขียนไว้อย่างนั้น
ไม่รู้เจตนารมณ์ของใครสักคนที่พับหน้านี้ไว้
อาจจะเพราะอ่านมาถึงหน้านี้พอดี หรือชอบหน้านี้มากที่สุด เป็นเพราะอะไรก็แล้วแต่
แต่ก็ทำให้เราหยิบหนังสือเล่มนั้นติดมือมาด้วย

ตอบคำถามของประโยคข้างต้นระหว่างเดินกลับบ้าน
ยังจะรักคนคนหนึ่งได้นานแค่ไหนกัน ถ้าไม่มีอะไรทำร่วมกัน
ก็คงจะรู้สึกห่างหาย ที่แน่ๆคงคิดถึงแน่นอน
ส่วนจะรักได้นานแค่ไหนนั้น คงขึ้นอยู่กัับความรู้สึกที่มีให้มั้ง
เพราะกับบางคนเราร่วมความสัมพันธ์กันเพียงไม่นาน 
เเต่กับติดอยู่ในใจไม่ไปไหน
ให้คำตอบตัวเองไว้แบบนี้ 
แต่ถ้าคิดได้อีกแบบนึงคงจะมาเขียนใหม่
ถึงใครสักคนที่พับหน้าเก้าสิบ
ยินดีที่ได้รู้จัก
ถ้าเหตุผลที่พับไว้เป็นเพราะอ่านถึงหน้านี้ก็รีบมาอ่านให้มันจบ อีกนิดนึงก็จะจบเล่มแล้ว รีบอ่านให้ทันเรา 
อย่างน้อยก็ประสบความสำเร็จในการอ่านหนังสือเล่มนี้
แต่ถ้าเป็นเพราะหาคำตอบให้กับประโยคนั่่น 
ก็ขอให้ได้คำตอบนะ
ขอให้มีวันดีๆแล้วกัน อย่าอ่านหนังสือเศร้าๆนักล่ะ

This may be a sad chapter but you are not a sad story.
#ไม่ใช่ทุกการจากลาจะพาเรามาเจอกันอีก
คุณ ; เขียน ☽







SHARE
Writer
jozho
hey
นักคลั่งรัก , นักอยากเขียน , บ๊วย , ฉันเอง

Comments