2. สุขภาพกับกระดาษหนึ่งแผ่น
หนึ่งเดือนที่แล้ว พี่นศ.ป.เอกร่วมคณะเพิ่งเสียชีวิตไป

ก่อนวันที่เขาจะส่งเล่มวิทยานิพนธ์แค่วันเดียว

เรื่องมีอยู่ว่า…

พี่คนนี้เขาเป็นคนอินโดนีเซีย ห่างบ้าน, สามี, และลูก มาอยู่ที่มหาลัยคนเดียวเพื่อทำวิทยานิพนธ์

สิ่งที่ทำให้เราช๊อคมว่ากมว่าก คือ วันก่อนหน้าที่เขาจะแอดมิทเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เราเจอเขา นั่งในห้องสมุดคณะโต๊ะใกล้กัน เราเลือกโต๊ะยาวด้านใน ส่วนเขานั่งโต๊ะขวามือถัดจากเรา โต๊ะของเขาเป็นโต๊ะนั่งเดี่ยว ที่หันหลังให้คน เราไม่รู้นึกยังไง ถึงหันไปมองหน้าเขาผ่านจอแลปท็อบที่เจ้าตัวเพียงเลื่อนขึ้นลงเหมือนอ่านตรวจทานงานอย่างเงียบๆคนเดียว ต่างกับโต๊ะอื่นที่มีเสียงนิ้วกดแป้นพิมพ์และเสียงพูดคุย เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาป่วยรู้แค่เสียงไอดังมากจากเขาเป็นระยะๆ

ประมาณ 6 โมงเย็นเราก็เก็บของเพื่อกลับหอ บรรณารักษ์ที่รู้จักกันขอช่วยให้เราไปส่งเขาที่หอพัก เราบอกได้เลย ไม่มีปัญหา เพราะหอใกล้กัน (แต่เราแอบแปลกใจ เพราะเข้าใจมาตลอดว่าพี่เขามีรถส่วนตัว เพราะระยะทางหอมาคณะมันไม่ใช่ใกล้ๆ บวกกับเขาดูไม่สบายด้วย รู้สึกสงสารจับใจพอรู้ว่าเขาเดินมาคณะเอง)

ระหว่างทางที่ขับไปส่งจู่ๆฝนก็ตกหนัก รู้สึกว่ามาถึงแล้วครึ่งทางพอดี จึงไม่ได้หยุดเพราะประเมินแล้วว่า ระยะเวลาในการหาที่หลบฝน น่าจะพอๆกันกับระยะทางไปยังหอพี่เขา เราจึงเร่งเครื่องจนไปถึงหอพัก เราและพี่คนนนั้นเปียกโชกทั้งร่าง เขาชวนไปห้องพักเขาเพื่อหลบฝน เราอบคุณแต่ปฏิเสธเพราะคิดว่า ไหนๆก็เปียกแล้ว มันคงไม่เปียกไปมากกว่านี่ เลยขอตัวกลับหอเลย…

เราไม่นึกเลยว่าคำกล่าวขอบคุณของเขาในวันนั้น

จะเป็นคำสุดท้ายที่เราได้ยินจากเขา เสียไอของเขาก็เช่นกัน

เพราะ เช้าวันถัดมาหลังในกลุ่ม Whatsapp ของเด็ก Postgrade พี่นศ.ที่ทำงานเป็นบรรณารักษณ์แจ้งข่าวว่ามีนศ.ป.เอกของคณะคนนึงแอดมิทเข้าโรงพยาบาลเมื่อประมาณ ตี2 ที่ผ่านมาเพราะหายใจไม่ออก โดยอัพเดทอาการล่าสุดคือสมองตาย แต่ยังหายใจ และกำลังรอสามีและน้องสาวเดินทางจากประเทศอินโด มาโรงพยาบาลที่ KL เนื่องจากเราจำไม่ได้ว่าคนที่เราไปส่งเมื่อวานชื่ออะไร เราจึงทักไปคุยส่วนตัวกับพี่ที่โพส แล้วก็ต้องอึ้งเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ ICU เป็นคนเดียวกันกับที่ซ้อนท้ายเราเมื่อวานนี้

ในกลุ่ม whatsapp วันนั้นทั้งวัน มีการรายงานอาการของพี่เขา และรายงานความเคลื่อนไหวของญาติ อีกทั้งมีการส่งรายละเอียดหากเพื่อนคณะคนใดต้องการไปเยี่ยม และ หนึ่งในคนที่อยู่ติดตามที่โรงพยาบาลวันนั้นด้วยมีเหล่าคณาจารย์และที่ขาดไม่ได้ คือ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ออลืมบอกว่าพี่เขามีโรงประจำตัวอยู่แล้ว คือ TB (Tuberculosis) หรือ วัณโรค ซึ่งไม่นานต่อมา ก็มีการประกาศให้ทราบกันถ้วนหน้าว่า พี่เขาเสียชีวิตแล้ว

….

ในฐานะมุสลิม แน่นอน เราเชื่อสุดใจว่า เมื่อถึงเวลา เราก็ไม่อาจหนีความตายพ้น แต่ประเด็นที่อยากฝากกันคือ เรื่องสุขภาพ

นาทีที่เรารู้ข่าวว่าพี่เขาอยู่ ICU ภาพที่เราเห็นเขานั่งหน้าจอคอม หรือ ภาพที่หลายครั้งเรายอมฝืนลิมิตร่างกายตัวเองก็ลอยมา เหมือนจะมาเพื่อเตือนสติเราว่า ในวันและคืนที่เรายอมอดหลับอดนอน ทำงานหลังขดหลังแข็ง จากเย็นของอีกวัน สู่เช้าของอีกวัน แถมมองข้ามหลายๆสัญญาณเตือนของร่างกายถึงคำที่มันพูดเองไม่ได้อย่าง “ไม่ไหวแล้ว”



ดังนั้น

ไม่ว่ากิจกรรมของชีวิตที่ทำอยู่จะสำคัญแค่ไหน
ขอให้รู้ไว้ว่าความสำคัญของมันไม่มีวันแซงหน้าสุขภาพได้



ดูแลตัวนะคะทุกคน



SHARE

Comments