วาระสุดท้ายใต้ต้นไม้กับสุนัขตัวหนึ่ง
เป็นการเดินทางที่ยาวนาน...
ของชายวัยกลางคน
เขาเดินทางโดยที่รู้ว่า
ทุกๆก้าวของเขาของเขาสามารถเจอจุดสิ้นสุดได้ทุกเมื่อ เพราะ

โลกใบนี้มาถึงจุดจบเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้าย
เกิดคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดเข้าชายฝั่งแรงขึ้นๆ
อย่างไม่มีสิ้นสุด ดึงที่อยู่อาศัยบ้านเรือนและสิ่งมีชีวิตต่างๆกลับสู่ทะเล
เกิดมลพิษทั้งทางน้ำและอากาศ
แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง 
ท้องฟ้าที่เป็นสีแดงพร้อมก้อนเมฆสีดำปกคลุมแสงจากดวงอาทิตย์
มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่นอยู่ตลอดเวลา


เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้าย
ที่เขาพบสิ่งมีชีวิตอื่นๆนั้น มันนานเท่าไรแล้ว

เขากำลังเดิน เดิน และเดินไปให้ไกลที่สุดไกลจากเสียงฟ้าร้องและเสียงคลื่นที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ 

เมื่อเขามาถึงเนินสูงที่หนึ่ง
ที่นั้นมีต้นไม้ต้นใหญ่ที่มีใบเขียวขจีอยู่ 
เขาดีใจมากที่ได้พบต้นไม้
เพราะตลอดการเดินทางนี้เขาไม่เห็นต้นไม้ที่มีใบเขียวและชีวิตเลย

เขาจึงรีบวิ่งไปที่ต้นไม้นั้น
นั่งพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ 
.
.
.
หน้าแปลกที่เมื่อเขานั่งใต้ต้นไม้นี้แล้วเสียงคลื่น เสียงแผ่นดินไหว และเสียงฟ้าร้อง เหมือนมันจะเบาลง
เขาทิ้งกายนอนลงและ กางแขนทั้งสองข้างออก
แล้วค่อยๆหลับตาลง
 
แต่พักใจได้ไม่นานนัก
ก็มีหยดน้ำตกลงกระทบบนใบหน้า

เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบกับสุนัขตัวหนึ่ง
มันจองหน้าเขาพร้อมกับน้ำลายที่ยืด เต็มปากของมัน

เขาสะดุ้งตื่นและขยับตัวออกห่างจากมัน
เพราะคิดว่ามันหิวและจ้องจะกินเขา
เมื่อเจ้าสุนัขเห็นเขาหวาดกลัว จึงหมอบลงและมองไปที่อื่น

ถึงเขาจะยังไม่ไว้ใจแต่ตอนนี้เขาก็ไม่รู้จะหนีไปที่ไหน เขาจึงนั่งให้ห่างมัน กำกิ่งไม้ไว้เพื่อป้องกันตัว

เขาเอาหลังพิงกับต้นไม้ใหญ่แล้วกำลังจะหันไปมองเจ้าสุนัขเพื่อระวังมัน
เขาก็ได้ยินเสียงจากใครคนหนึ่งเรียกเขา

เฮ้เจ้ามนุษย์... 

!! ใครหนะ มีคนอื่นอยู่ที่นี่ด้วยหรอ

ข้าอยู่ทางนี้

เมื่อเขาหันไปตามทางที่เสียงเรียก ก็พบว่าสุนัขตัวนั้นกำลังพูดกับเขาอยู่

สุนัข : เฮ้ เจ้ามนุษย์... ข้าขอนั่งด้วยได้ไหม

!!!!!  หมาพูดได้

สุนัข : ข้าพูดได้มาตั้งนานแล้ว แต่มันมีกฏห้ามพูดคุยกับมนุษย์อยู่

ยังไม่ทันหายตกใจสุนัขก็พูดต่อว่า

สุนัข : ในอดีตสัตว์ทุกชนิดพูดคุยกันได้หมดนั้นแหละ จนวันหนึ่งพวกเจ้าได้ค้นพบการใช้ไฟเป็นอาวุธ พวกเจ้าเริ่มเผาผืนป่าและกินสัตว์น้อยใหญ่ทุกชนิด เจ้าหลงในอำนาจ พวกเราได้ห้ามพวกเจ้าแล้ว แต่พวกเจ้าไม่ฟังคำพูดของพวกเราเลย
หมดหนทางที่พวกเราจะห้ามเจ้าได้

จึงมีกฏห้ามพูดคุยกับมนุษย์ คอยเฝ้าดูพวกเจ้าเพียงอย่างเดียว รอวันที่เจ้าจะได้รับผลของมัน

มนุษย์ : แล้วทำไมเจ้าถึงมาพูดกับข้าตอนนี้ได้ละ

สุนัข : ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่ากฏนี้ใครเป็นผู้ตั้งขึ้น เล่าต่อๆกันมาว่า จากสวรรค์บ้าง เทวดาบ้าง แต่วันนี้สวรรค์คงเปลี่ยนที่ทำการแล้วละ คงไม่มีใครให้สวรรค์คอยเฝ้าดู ข้าขอพูดกับเจ้าแก้เหงาดีกว่า
—> มีบุหรี่สักมวนไหมเพื่อน

มนุษย์ : เจ้าจะบ้าหรอ ข้าจะพกมันมาทำไม

สุนัข : ก็ข้าเคยเห็นเวลามนุษย์จะพูดคุยกันเขาชอบบอกแบบนี้

มนุษย์ : ช่างมันไม่ต้องใช้มันหรอก แล้วเจ้ามาที่นี้ได้ไง

สุนัข : ข้าก็แค่เดินมาเรื่อยๆนี่แหละ

มนุษย์ : ข้าไม่เห็นสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตอะไรมาสักพักแล้ว เจ้าเห็นพวกมันบ้างไหม

สุนัข : ก็หายๆ กันไปหมดแล้วนั้นแหละ วันก่อนข้าก็เพิ่งเจอแมวบินหนีจากโลกไปที่อื่นแล้ว

มนุษย์ : เป็นไปได้ยังไง แมวมันบินได้ที่ไหน

สุนัข : เจ้าเป็นเพื่อนมันหรอ ? 
        แล้วเจ้ารู้จักมันดีกว่าข้าหรือยังไง
   
มนุษย์ : ก็โครงสร้างร่างกายมันไม่มีปีก..

สุนัข : จะเป็นอุ้มเท้าหรือหางมันก็ใช้บินได้ทั้งนั้นแหละถ้ามันจะบิน 
เจ้าไม่รู้จักมันดีด้วยซ้ำ ทำไมถึงว่ามันบินไม่ได้ละ

มนุษย์ : ข้าเลี้ยงแมว ข้ารู้จักมันดี ข้ารู้เวลาที่มันต้องการอาหาร เวลาที่มันอ้อนมันต้องการข้า และข้ารู้ว่ามันบินไม่ได้ เจ้าอย่ามาหลอกข้า

สุนัข : เจ้ามนุษย์ เจ้าเคยรู้หรือป่าวว่าแมวและสัตว์ทุกชนิดไม่ต้องการให้เจ้าตัดต้นไม้ รู้หรือเปล่าว่าบ้านหลังใหญ่ของพวกเจ้านั้น แย่งที่อยู่อาศัยของพวกข้าทำให้พวกเราใช้ชีวิตลำบาก
จากที่พวกเรามีป่าไว้ล่าหาอาหารกัน
พวกเจ้าก็มาสร้างเมืองจนเราไม่มีที่หาอาหาร 
กลายเป็นหมาแมวจรจัดที่พวกเจ้าลำคาญไง

เจ้ามันไม่เคยรู้อะไรเลย
เรื่องที่แมวบินได้ก็ไม่แปลกที่เจ้าจะไม่รู้

มนุษย์ : ... ข้าไม่รู้ว่าอะไรจริง หรือไม่จริง ตั้งแต่เจ้าพูดได้แล้วละ   แล้วเจ้าบินได้ไหม?

สุนัข : สัตว์ทุกชนิดถ้าคิดจะบินหนีจากโลกนี้ไป 
ก็บินได้หมดนั้นแหละ
แต่ที่พวกเรายังอยู่ที่นี่เพื่อรอเห็นผลจากสิ่งที่พวกเจ้าทำ ก่อนจะจากที่นี่ไป

มนุษย์ : เจ้าสามารถพาข้าไปจากที่นี่ได้ไหมเจ้าสุนัข ข้าพอจะมีอาหารให้เจ้าอยู่นะ

สุนัข : ข้าไม่มีแรงพอที่จะบินไปพร้อมกับเจ้าหรอก
ข้าคงพาเจ้าไปไม่ได้ นี่เป็นผลจากสิ่งที่เจ้าได้สร้างไว้ เจ้าก็จำเป็นต้องรับมันนะ

มนุษย์ : ไม่มีทางที่หนีจากที่นี่ได้แล้วสินะ ข้าคงจะต้องจบชีวิตลงที่นี่

สุนัข : .....

มนุษย์ : แล้วทำไมเจ้ายังไม่ไปจากที่นี่อีกละ จะอยู่รอดูข้าตายหรือไง

สุนัขที่นั้งข้างๆ ก็หมอบลงใกล้ๆแล้วเอาหน้าหนุนตัก

สุนัข : ข้าจะเล่าอะไรให้เจ้าฟัง
ในอดีตหลังจากที่เหล่าสัตว์ ไม่พูดคุยกับพวกเจ้าแล้ว เราสุนัขก็ใช้ชีวิตอยู่กันเป็นฝูง การอยู่แบบนี้ถ้าตัวที่เข้าฝูงได้ก็ดี แต่ตัวที่เข้าฝูงไม่ได้ก็ถูกทำร้าย และขับไล่ออกมาซึ่งมันก็ควรจะตายอย่างหมาข้างถนน แต่ก็มีพวกเจ้าบางคนเกิดสงสารเวทนาในความอ่อนแอ นำพวกข้ามาเลี้ยง
ให้ข้าวให้น้ำ ให้ที่อยู่ที่พวกเจ้าแย่งมาจากผืนป่าให้กับพวกข้าได้ร่วมอยู่ ให้อาหารที่พวกเจ้าล่ามาแก่ข้า ให้ข้าได้อาศัยในดินแดนของเจ้า
ด้วยความรักที่พวกเจ้าให้มันทำให้ข้ารู้สึกเป็นครอบครัว และเป็นส่วนหนึ่งของพวกเจ้า พวกข้าจึงรักและเคารพพวกเจ้า
ซึ่งไม่ว่า
เจ้าจะดีจะเลวแค่ไหน
ข้าก็พร้อมจะดีเลวไปตามเจ้า
ให้ข้าสู้กับพวกข้าเอง  ข้าก็สู้
ให้พวกข้าสู้กับสัตว์อื่นๆ ข้าก็พร้อมที่จะไปและปกป้องเจ้า
ฉะนั้นการที่โลกเป็นแบบทุกวันนี้ 
ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นที่ข้าไม่ยอมห้ามเพื่อนอย่างเจ้า 
ตามเจ้าทุกทิศทางที่เจ้าเห็นว่าดีมากจนเกินไป ฉะนั้น
ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนตัวสุดท้ายของเจ้าเองเขาได้ร้องไห้ออกมา ขอบคุณในน้ำใจของเจ้าสุนัขที่ไม่เคยทิ้งพวกเขาไปไหน
และดีใจที่เขาไม่ต้อง “ตายคนเดียว”
 
โอ้ยยย~ เมื่อยหลังจังเลย

เสียงใครหนะ!!!

ต้นไม้ : ข้าเองแหละ

มนุษย์ : เจ้าเองก็พูดได้อย่างงั้นหรอ?

ต้นไม้ : ก็นานๆ ครั้งแหละนะ
          เห็นพวกเจ้าคุยกันสนุกดีข้าก็เลย.    
          อยาจะพูดคุยด้วย

มนุษย์ : ต้นไม้เจ้าเองก็อยู่ที่นี่เพื่อส่งข้าหรอ

ต้นไม้ : ไม่ใช่หรอก ข้าไม่ได้รักเจ้าขนาดนั้น ข้าควรจะโกรธเจ้าด้วยซ้ำ ที่เจ้าทำร้ายพวกข้ามากมายขนาดนี้

มนุษย์ : ข้าขอโทษ...ข้าไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้

ต้นไม้ : ข้าไม่ได้โกรธและก็ไม่ได้รักเจ้าอะไรเป็นพิเศษหรอกนะ
พวกเจ้าถึงจะร้ายแต่ก็มีส่วนที่ดีอยู่
สัตว์อื่นๆ กินผลจากข้า และก็ปลูกข้าผ่านอุจจาระของพวกมัน
แต่พวกเจ้าปลูกข้าด้วยความใส่ใจ รู้ว่าข้าต้องการอะไรแบบไหน หาปุ๋ยและสิ่งที่ข้าต้องการมาให้ 
บางคนเอาพวกข้าไปขายหาประโยชน์จากผลของข้า
แต่ก็มีพวกเจ้าบางคนต้องการดูแลเอาใจใส่ข้าอย่างแท้จริง
ถ้าหากมีพวกเจ้าที่เอาใจใส่ข้ามีมากกว่าพวกที่หาผลประโยชน์มันก็คงจะดี 
เรื่องวันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

มนุษย์ : ......

ต้นไม้ : ที่ข้ายังอยู่ก็คงเพราะหน้าที่ ที่ข้าต้องสร้างอากาศให้เจ้า
พวกเราต้นไม้รักในหน้าที่ อยู่ทำหน้าที่ของตนเองจนลุล่วง หากข้าไม่อยู่ เจ้าทั้งสองคงไม่ได้พูดคุยกันตรงนี้

ทั้งสามได้พูดคุยถึงชีวิตที่เป็นมา

ไม่นานก็มีเสียงฟ้าร้อง ที่ดั่งสนั่น แรงแผ่นดินไหวที่แม้จะนั้งหรือคุกเข่าอยู่
ก็ทำให้ร่างกายสั่นตาม เสียงคลื่นที่ดังเหมือนอยู่ชายฝั่ง

เจ้ากลัวไหมสุนัข 
ข้าไม่กลัวอะไรทั้งนั้นแหละเจ้ามนุษย์ 
เขากอดสุนัขเอาไว้ ได้ยินเสียงร้องของมันที่เขาคิดว่ามันคงกลัว 
แต่ที่จริงแล้วมันเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องมนุษย์ในครั้งนี้ได้

มนุษย์ได้กอดทั้งสองไว้เพราะกลัวจะต้องตายคนเดียว
สุนัขกอดมนุษย์เพราะดีใจที่เห็นมนุษย์ไม่ต้องเศร้าในการตายคนเดียว
ต้นไม้ยึดมั่นในหน้าที่และความรับผิดชอบตนเอง และไม่ได้สนใจกับสิ่งอื่นที่จะเกิดต่อจากนี้



จนวาระสุดท้าย 
คนเราก็ไม่สามารถทิ้งความเห็นแก้ตัวโดยไม่ห่วงใครได้ สุนัขที่บินไปได้ก็ไม่หนีไปเพราะความเป็นห่วงมนุษย์ และต้นไม้ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ก็ไม่ยอมไปไหนเพราะยึดมั่นในหน้าที่

หน้าที่เป็นสิ่งสำคัญประโยชน์เป็นสิ่งที่ต้องคิดคำนึงและความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่ควรมี
แต่การยึดติดกับมันจนเกิดไป อาจทำให้ไม่สามารถที่จะไปไหนได้ การที่คุณจะก้าวต่อไปได้นั้นคุณจะต้องรู้ถึงสิ่งที่พอควร

งานไม่ได้เป็นทุกสิ่งของคุณเช่นเดียวกับผลประโยชน์และความรัก

ปล. จากผู้เขียน ใกล้วาเลนไทน์ ผมก็อยากจะเขียนเรื่องรักและเรื่องเศร้า แต่กลัวว่าจะมีแต่ดราม่า
ผมจึงคิดถึงเขาและหาสิ่งที่เขาชอบมาประกอบและสร้างเรื่องราว
“ต้นไม้” ของหวาน “สุนัข” น้ำหอม แมงมุม งู บราๆ  
หยิบบางอย่างมาประกอบกันหน้าจะทำให้เขาชอบเรื่องนี้ได้บ้าง

ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบของเขาก็คงมีสองอย่างคือ แมลงสาบและผม   ดังนั้นก็จะไม่หยิบสองเรื่องนี้มาเขียนครับ


SHARE
Written in this book
นิทานจากฉัน
เขียนไว้อยากให้คุณได้อ่าน

Comments