Impossible love (Binkyeong) -10- end.
                                                             - ทบทวน -

กว่าจะปราบเจ้าคนตัวใหญ่ขี้น้อยใจนี้ได้ค่อนข้างใช้พลังงาน ฉันทำงานเยอะมาทั้งวันแล้วเย็นนี้อิตาแดนนั่นยังมาทำเรื่องให้ปวดหัวอีก ฉันน่าจะตบเขาไปอีกซักฉาด..เสียดายคิดไม่ทัน มัวแต่วิ่งตามพี่มิ้น

ในตอนแรกที่พี่มิ้นได้มาเจอ ฉันค่อนข้างกลัว..

กลัวว่าพี่มิ้นจะเข้าใจฉันผิด…กับกลัวว่าถ้าพี่มิ้นเจอแดนแล้วจะลังเลใจกลับไปหาเขา


จูบของพี่มิ้นครั้งนี้ฉันไม่ชอบใจเท่าไหร่ เพราะแรงของเธอทำฉันเจ็บ
แต่เมื่อได้ทำความเข้าใจการกระทำของพี่มิ้นที่ตบแดน..และจูบฉัน..ก็เข้าใจแล้วว่าเธอหึงหวง ซึ่งโดยพื้นฐานผู้หญิงส่วนใหญ่ค่อนข้างพอใจที่คนที่ชอบแสดงการหึงหวง และฉันก็เป็นผู้หญิงประเภทนั้น

ฉันจึงยอมเธอในตอนแรก..และตอบกลับไปให้เธอได้เข้าใจ

ว่าฉันเป็นของเธอ..และเธอเองก็เป็นของฉัน




กลิ่นหอมฉุยของอาหารเย็นลอยแตะจมูก..เพราะเป็นเชฟมิ้นทำให้หรอกนะ ฉันจึงยอมหายโมโหหิว
การที่ฉันยอมแขวนท้องมาที่ห้องพี่มิ้นเพราะอยากให้ระหว่างทางมาเธอได้ใจเย็นลง..แต่เธอกลับแคร์ฉันมากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ ระหว่างขับรถเธอมีอาการกระสับกระส่ายให้เห็น เป็นเพราะเธอกลัวฉันจะหิวมากจนปวดท้อง ถึงห้องก็รีบทำอาหารให้ทันที..

ความสนใจเรื่องอื่นถูกย้ายมาเป็นเรื่องฉันทั้งหมดเลยเมื่อฉันบอกไปว่า ฉันหิว

แล้วฉันจะกลับไปหาแดนได้ยังไง ในเมื่อพี่ให้ฉันได้มากกว่าเขา..



“เสร็จแล้วค่ะ” เธอเสริฟอาหารให้ถึงที่ ฉันรีบจัดการมันเพราะความหิวมาก
“ค่อยๆ กินก็ได้นะ” เธอยิ้มที่เห็นท่าทางกินของฉันมันเหมือนเด็กๆ แขนยาวนั่นหยิบทิชชู่มาเช็ดปากให้ ฉันยื่นหน้าไปไม่ขัดขืน แล้วหันมาสนใจอาหารตรงหน้าต่อ
“อิ่มแล้วค่าาา” อารมณ์กลับมาดีแล้ว
“มา เดี๋ยวพี่เอาไปล้างให้” ฉันยึดจานตัวเองไว้ก่อนที่เธอจะหยิบมัน
“ไม่ต้องหรอก พี่ทำกับข้าวให้กินแล้ว เบลล้างให้เอง” ฉันหยิบจานของเธอมารวมไว้แล้วยกไปที่อ่างล้างจาน “พี่ไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะ มันเริ่มดึกแล้ว”

ฉันง่วนอยู่กับการทำความสะอาดเครื่องครัวที่ทำมื้อเย็นและภาชนะต่างๆ จึงไม่ทันได้สังเกตว่าคนตัวสูงมายืนอยู่ใกล้ๆ รู้ตัวอีกทีก็เมื่อเธอพูดขึ้นมา

“เมื่อเย็นพี่ขอโทษนะ..ที่ไม่ยอมเรียกสติตัวเองให้คิดอะไรให้ดีก่อน”
ฉันละจากจานแล้วหันหน้าไปมอง..เธอพูดโดยไม่ได้หันหน้ามามองกันตรงๆ แต่ท่าทางเธอกำลังรู้สึกผิดและขอโทษอยู่จริงๆ
..มุมเด็กๆ ของเธอก็มีเยอะอยู่เหมือนกันนะเนี่ย
“ไม่เป็นไร แค่ตอนนี้พี่ยอมฟังยอมเข้าใจก็ดีแล้ว” ฉันหันกลับมาล้างจานต่อ 
แต่แล้วร่างกายก็ถูกโถมจากการกอด ผมด้านหลังของฉันยุ่งไปมาจากการซุกไซร้ไถจมูกโด่งของเธอ

กำลังง้อฉันเหรอเจ้าหมายักษ์

“คิก พี่มิ้น เบลล้างจานไม่ถนัด” ฉันทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ อะไรของเธอเนี่ยยย
เธอหยุดแล้วเปลี่ยนมาเอาคางเกยที่ไหล่แทนและยอมกอดอยู่เฉยๆ
“ไปอาบน้ำสิคะ จะได้รีบนอน” ฉันไล่เพราะกำลังจะล้างเสร็จ ฉันเองก็อยากอาบ เหนียวตัวจะแย่
“พี่มีอะไรจะบอก” เธอพูดทั้งๆ ที่คางยังเกยไหล่
“อะไรคะ”
“คือพี่ตั้งใจจะบอกเย็นนี้แหล่ะ..แต่ดันเกิดเรื่องเมื่อกี้ซะก่อน” หืม..เธอจะบอกอะไร 

“แดนกับพี่เจอกันตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” 

“แล้วทำไมไม่รีบบอกฉัน!” 
ฉันหันมาวีนใส่โดยไม่สนว่าน้ำจะกระเด็นกระเซ็นไปแค่ไหน 

“แล้วอะไรยังไง พูดทุกอย่างออกมาให้หมดเดี๋ยวนี้” 
ฉันไม่สนจานเจินอะไรทั้งนั้น ยัยคนนี้ต้องโดนจัดการ

เธอเล่าโดยที่พยายามกอดฉันไปด้วย ฉันตั้งใจฟังและจ้องเขม็ง เผื่อจะเจอจุดผิดปกติอะไรที่ไม่บอกฉันอีก แต่เธอก็เล่าอย่างละเอียดโดยไม่ปิดบัง แรกๆ เธอก็ดูเกร็งฉันอยู่หรอก แต่เล่าๆ ไปเธอก็เริ่มอินในอารมณ์ เธอดูโกรธแดนมากจริงๆ ฉันคิดว่าเธอโกรธเค้าเกลียดเค้ามากกว่าฉันซะอีก

“เฮ้อ..” ฉันถอนหายใจออกมา “ที่พี่ดูเนือยๆ เหม่อๆ ทั้งวันนี้น่ะเหรอ”
“อือ ใช่..พี่กังวล” ความหงุดหงิดของฉันผ่อนลงไปหลังเธอเล่าทั้งหมด

“เบลอยู่ตรงนี้แล้ว อยู่ต่อหน้าพี่แล้ว ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้วนะคะ”

เธอดึงฉันเข้าไปกอดแน่น “อื้อออ ขอบคุณนะคะ”
แล้วก็ได้ยินเสียงน้ำไหลกับเสียงจานกระทบที่วาง 
“ล้างเสร็จหมดแล้ว” เธอคลายกอดให้เราได้หันหน้ามองตรงกัน 
“ไปอาบน้ำด้วยกันนะคะ”
“เอ๊ะ!?”
จากนั้นก็จัดการเจ้าหมาจอมทะลึ่งแล้วหนีไปอาบก่อน ในเมื่อไล่เท่าไหร่ก็ไม่เอา จะอาบด้วยอยู่นั่น ชอบแหย่ให้ฉันเขินนัก ให้ตายเถอะพี่มิ้น!!





เมื่อฉันอาบเสร็จก็ถึงคราวคนดื้อไปอาบบ้าง ระหว่างรอ..ฉันจึงมีโอกาสได้สำรวจห้องของเธอ อย่าได้นึกถึงวันที่มาครั้งแรกเลย แค่พอรู้ตัวบ้างว่าเกิดอะไรขึ้นก็ดีแล้ว
..เธอเก็บห้องเรียบร้อยดีจัง ดูเป็นระเบียบ..
ส่วนใหญ่ใช้สีโทนเข้มเป็นพื้น และตัดด้วยสีสว่างเป็นส่วนประกอบ แล้วสายตาของฉันก็หยุดที่เตียงของเธอ
สีผ้าปูและผ้าห่มเป็นสีเทาเข้ม แต่หมอนใช้สีแดงเลือดหมูตัด..

มีความลึกลับ แต่กลับเชิญชวน

..อืม..ฉันเผลอกลืนน้ำลายไปหนึ่งอึก ความรู้สึกเมื่อคืนนั้นเรียกร้องให้ฉันหวนนึกถึง แม้จะจำได้ไม่ทั้งหมด แต่เรื่องราวบนเตียงมันก็..

ร้อนพอสมควร



“คิดอะไรอยู่คะ นิ่งเชียว” เสียงนุ่มคุ้นเคยเรียกให้ออกจากภวังค์
“เปล่าค่ะ..แค่เริ่มง่วงแล้ว”
“งั้นนอนเลยมั้ย” ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบ ฉันจึงตรงดิ่งไปยังเตียงที่เชิญชวนฉันเมื่อครู่แล้วล้มตัวลง เธอปิดไฟให้เหลือเพียงไฟจากหัวเตียง แสงส้มสลัวสะท้อนผนังสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย..ร่างสูงที่เดินมาหา ใส่ชุดนอนบางกระตุ้นสายตาของฉัน

..นึกหวนอีกแล้วในคืนนั้น ที่ฉันได้สัมผัสร่างกายอันสวยงามของเธอ

ที่นอนยุบลงตามน้ำหนักของอีกคน เธอพิงตัวกับหมอนและหันข้างมาทางฉัน เธอมองฉัน ฉันมองเธอ..เราสบสายตากันอย่างนั้น
รูปตาที่ชี้ขึ้นเล็กน้อยเสริมเสน่ห์ให้เธอได้มากนัก นัยน์ตาคมนั้นจ้องมองฉันอย่างอบอุ่น รอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก..ฉันหลงใหลมันเข้าไปแล้ว
แม้การเริ่มต้นของเรามันดูประหลาด แต่ฉันก็นึกขอบคุณคืนนั้น ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้รู้จักและเข้ามาอยู่ในชีวิตเธอแบบนี้
มือเรียวของเธอยกขึ้นมาลูบริมฝีปากของฉันเบาๆ

“ทำไมคืนนั้นพี่ถึงจูบฉันเหรอ”

เธอทำท่านึกและยิ้มไปด้วย “อืม..นั่นสินะ ทำไมกันนะ ทั้งๆ ที่เธอก็กำลังจะด่าพี่อยู่เลยด้วย”
“เอ่อ..ฉันด่าด้วยเหรอ” ฉันนี่จะเหวี่ยงเกินไปมั้ยเนี่ย
“ยังไม่ทันด่าหรอก เพราะพี่ปิดปากเธอก่อน” สายตาอบอุ่นนั่นเริ่มเปลี่ยนไป เหมือนมีอะไรแอบแฝง ฉันรู้จักเธอมากขึ้นก็จริง..แต่บางครั้งฉันก็สุดจะคาดเดาใจเธอ
แล้วฉันก็สังเกตเห็น..สายตาเธอสั่น เธอมองสลับระหว่างดวงตา..และริมฝีปาก ฉันคิดว่าเดาทางได้ว่าเธอต้องการทำอะไร

จุ๊บ
..แต่แล้วเธอก็ปิดท้ายคืนนี้ลงที่จุมพิตหน้าผากของฉัน และเอื้อมไปปิดโคมไฟ

..เอ๊ะ มันควรจะเป็นจังหวะจูบสิ เก้อเลยฉัน..
และเธอไม่ยอมกอดฉัน!?และหันไปอีกทาง!..เดี๋ยวก่อนนน พี่มิ้นเป็นอะไร

“พี่มิ้นไม่กอดเบลเหรอ”
“พี่..กลัวนอนไม่หลับน่ะ” หืมมมม ฉันนึกถึงคืนก่อนเลยที่เธอสัญญาเป็นเจ้าลูกเสือ..

หึหึหึ

“แต่เบลก็จะนอนไม่หลับนะ ถ้าพี่ไม่กอด” 

เพียงอึดใจ ร่างสูงนั้นก็พลิกด้านมาหาและสวมกอดฉันไว้
เนี่ย น่ารักกกกกกก

..อึก..
ฉันแอบได้ยินเสียงกลืนน้ำลายของเธอ..ซึ่งมันทำให้ฉันอยากแหย่เธออีกหน่อย
ฉันขยับตัวเข้าไปชิดให้มากขึ้น ชุดนอนของพี่มิ้นที่เราทั้งคู่ใส่เนื้อผ้าค่อนข้างบางเบา..และมันทำให้เราแนบชิดกันมากขึ้นไปอีก
เธอตัวแข็งเกร็งไปเลย..
แล้วเธอก็พลิกตัวจากที่นอนตะแคงกอดฉันก็เปลี่ยนเป็นนอนหงาย มืออีกข้างยกมาปิดหน้าตัวเองไว้ เธอน่าจะกำลังสงบจิตใจ..คิกๆ ฉันหยอกเธอแรงไปเหรอ
ฉันพอใจกับการตอบสนองของเธอ ขออีกนิดละกัน จะไม่แกล้งละ


“พี่มิ้นคะ..”


ฉันเลือกใช้ไม้ตายที่ฉันชอบใช้ในการเรียกร้องความสนใจ ฉันก็ไม่เข้าใจมากนักหรอกว่าทำไม..แต่ว่ามันได้ผลทุกครั้ง
“พี่ว่าเธอไม่ควรพูดคำนี้ในตอนนี้นะ”

มันได้ผลจริงๆ เธอหันมาจูบฉันอย่าง..ดูดดื่ม

“..อื้มม..”
รสจูบที่ฉันชื่นชอบ..ทำเอาคลั่งอีกแล้ว




“พี่คงต้อง..ทบทวนเรื่องคืนนั้นให้เธอแล้วล่ะ”



..สงสัยว่าฉันจะหยอกแรงไปจนโดนสวิตช์ระเบิดนั้นเข้า..

แล้วพรุ่งนี้ฉันจะตื่นไหวมั้ยเนี่ย...





End.



…………………………………………………………………………………………………………………
หลังจากนี้ไม่พูดต่อ เจ็บคอ คิคิคิ

10 ตอนนนนน จบแล้ววว จบจนได้ ><
ขอบคุณทุกคนมากเลยที่ติดตามเรื่องนี้ แล้วก็เรื่องสั้นอีกเรื่องนึง
งื้ออ ดีใจค่ะ

เรื่องนี้จบ แต่บิ้นกยองยังไม่จบ คิดถึงกัปตัน จะรอจนกว่ากัปตันจะกลับมานำขบวนเรือของเรา อิอิ

ปล. มีเขียน special ไว้อีกตอนค่ะ 😜
SHARE
Written in this book
Impossible love (Binkyeong)
มันจะเป็นไปได้ยังไง!?
Writer
Peek_Sai
Shipper
Yuri is the Life

Comments

chaeim
4 months ago
สรุปเขาทั้งคู่ก็ไม่ได้กินแค่ข้าวอย่างเดียว เขากินกันเองด้วย 555 ขอบคุณนะคะที่แต่งจนจบ ไม่เทกันไปก่อน เป็นกำลังใจให้นะคะ หวังว่าจะเจอกันในเรื่องต่อไป ชอบอ่านนะคะ สู้ๆ
Reply
Peek_Sai
4 months ago
55555555 ขอขำคอมเม้นนะคะ ชอบบบบบ วันนี้มาอัพตอนสเปเชี่ยล ตามอ่านต่ออีกหน่อยน้าาา
chaeim
4 months ago
ก็มาดิคับบบ
K_Mm
3 months ago
หน้าฮ้อนไปหมดเลยค่า อ่านรวดเดียวปื๊ดๆ10ตอน เป็นมีแรง ต่อลมหายใจรีดเดอร์คนนี้อย่างมาก ตะแดนนี่หายไปนึกว่าจะดีขึ้น สุดท้ายก็เห็นอแก่ตัวเหมือนเดิม เฮงซวย!
ส่วนพิมิ้นน้องเบลก็ไม่รู้จะอิจฉาที่ พี่มิ้นมีน้องเบล หรือน้องเบลมีพี่มิ้นดี จะน่ารักกันขนาดนี้ไม่ได้มั้ยยย ใจเหลวไปหมดแล้วค่าาา ทบทวนขนาดนี้แล้ว ขั้นถัดไปคือตัองขอเป็นแฟนแล้วย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้วนะคะ คิ้กๆ
ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี่จนจบนะคะ สนุกมั่กๆ
ยิ้มทุกตอนเลย ขอบคุณค่าา
Reply
Peek_Sai
3 months ago
ขอบคุณที่ตามอ่านนะค้า ตอนแรกที่แต่งคือต่อลมหายใจคู่นี้ให้ตัวเอง พอมีคนตอบสนองฟิคเรา ก็รู้สึกมีแรงฮึดอีกต่อหนึ่งจริงๆ