เดินทาง
 
1.

"เออคุณ

ทำไมถึงเปลี่ยนมาลองแบบนี้ล่ะ
เมล็ดกาแฟเนี่ย คุณไม่ชอบหรอก"

ฉันที่เปิดฝากระติกกาแฟทิ้งไว้เพื่อรอให้มันอุ่นลงสักหน่อย
ปะหลาดใจ นี่เค้าเก่งขึ้นขนาดนี้เลยหรอ
ขนาดที่ดมกลิ่นเบาบางขนาดนี้ ในระยะที่ก็ไกลพอสมควร


แถมยังมารู้ใจฉันแบบเมื่อก่อน
ใช่ฉันไม่ชอบ
ไม่ชอบทั้งเมล็ดกาแฟรสเปรี้ยว ทั้งที่ถูกเขาอ่านง่ายๆแบบนั้น


"เรื่องของฉัน"


2.

ท้องฟ้าสีเทาล้อมรอบด้วยกิ่งไม้สีดำปนนำ้ตาลไร้ใบ อากาศเย็นยะเยือก แต่คงด้วยไอร้อนจัดจากกองไฟที่ก่อขึ้น บนหินก้อนยักที่สัมผัสหยาบเย็นแปรผันตามอุณหภูมิของอากาศ

เป็นชั่วโมงที่สี่แล้วหลังจากเสร็จสิ้นจากการกางเต้นท์และก่อกองไฟ ที่ฉันนอนแน่นิ่งมองท้องฟ้า อาจเรียกว่าหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวไปกับก้อนหินยักนั่น หรืออาจกับบรรยากาศรอบตัว ต้นสนไร้ใบสูงสงัดยืดยาวสง่า ใบเส้นสายที่ร่วงหล่นตามฤดูกาลของพวกเขาปกคลุมพื้นดินและกลุ่มหินที่มีเพื่อนสนิทเป็นมอสสีเขียวชื้นหนาสัมผัสคุ้นเคย เงียบเฉียบจนได้ยินเสียงคลื่นนำ้กระทบหินกรวดก้อนขนาดปานกลางมนกลมจากการถูกนำ้เกราะกินวันล่ะนิดมาหลายสิบปีจากทะเลสาบที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก เสียงนกร้องเป็นจังหวะ เสียงขยับของกิ่งไม้ที่โอนเอนไปตามการบังคับของลมที่อ่อนโยน เสียงลมหายใจและเสียงหัวใจของตัวเองที่ถึงจะเป็นเสียงที่ชัดเเค่ไหนในตอนนี้ ก็ไม่สามารถจับจังหวะของมันได้

ฉันเคยฝันเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว จริงๆอย่าเรียกว่าฝันเลย เรียกว่าตั้งใจเอาไว้ว่า จะมาตั้งแคมป์ นอนเต้นท์คนเดียว ก่อกองไฟ ย่างมาชเมโล่ ฟังเสียงความเงียบ ใช้ความคิดกับตัวเอง เหมือนที่ทำอยู่ตอนนี้ แต่กลับไม่เหมือนที่คิดไว้แม้แต่น้อย ฉันกำลังถูกข่มขู่โดยความว่างเปล่าจากการอยู่คนเดียว อาจเป็นเพราะการพบเจอคุณระหว่างทางล่ะมั้ง

คุณหน่ะ ดูเหมือนจะเข้าใจฉันไปหมด เดาถูกไปหมด คุณบอกว่าคุณเดาได้ว่าฉันชอบฝน คุณก็ชอบฝน ว่าฉันชอบหนังสือพรรณนาเยิ่นเย้อเพ้อฝันไม่จริงจัง ชอบเพลงที่คุณฟังแล้วคุณปวดหัวรำคาญ ชอบต้นไม้ใบสีเขียวเข้มอมนำ้เงินไร้ดอกที่ต้องแอบเอามาปลูกในห้องเพราะแม่ไม่อนุญาต ไม่ชอบการเอาชนะ ชอบกอดชอบสัมผัส ขี้ลังเล ขี้สับสน หยึกยัก ชอบทำอะไรบ้างอย่างเพื่อเสพติดบรรยากาศและคิดว่ามันคุ้มค่าเสมอ คุณรู้แม้กระทั่งที่ฉันจะอาบนำ้เย็นในวันที่อารมณ์ดี อาบนำ้อุ่นในวันที่รู้สึกอ่อนแอ คุณบอกว่าฉันเด็กน้อยในเรื่องของความสัมพันธ์ คุณเป็นผู้ใหญ่ คุณทำให้ฉันเสียนิสัย ทำให้ฉันต้องกินกาแฟในทุกๆเช้า ทำให้ฉันเข้าไปดูหนังทั้งๆที่ไม่ได้อยากจะดูหนังนั่นจริงๆ ฉันเคยเป็นคนที่ทำอะไรคนเดียวได้อย่างสบายๆ เรียกว่าชอบมันด้วยซำ้


3.

"เราว่าคุณเปลี่ยนไปหว่ะ"
"ยังไงอ่ะ"
"ไม่รู้สิ แต่ชอบคุณคนก่อนมากกว่า

ตอนนี้เหมือนคุณไม่ค่อยเป็นตัวเองเท่าเมื่อก่อน"

"เมื่อก่อนตอนไหน"
"ก่อนที่จะมีเรามั้ง"
"หรอ
มันก็คงเพราะมีคุณอ่ะแหละ"
"งั้นก็ทำเหมือนไม่มีเรามั้ยล่ะ
จะได้เป็นตัวเอง"

มันเหมือนเป็นการมาบอกว่า ช่วยรักเราให้น้อยลงได้มั้ย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้

"คุณไม่เข้าใจเลยอ่ะ"
"ก็อธิบายมาสิ"
"เราอธิบายไม่ได้อ่ะ"


"ไม่เป็นไร ขอบคุณนะที่รักเรามาก"

ก็เข้าใจหนิ

ฉันหนีออกมา จากความวุ่นวายภายในใจฉันทั้งเรื่องคุณ เรื่องตัวเอง


4.

"ที่นี่กางเต้นท์ไม่ได้นะครับ"
"อ่าว ทำไมล่ะค่ะ?"


"ไม่เคยมีใครเคยกางมาก่อนหน่ะครับ"
"ก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่ได้หนิ"

"ตอนนี้คุณอาจจะชอบที่นี่
แต่สักพักมันจะดูดกลืนคุณ"

"ไร้สาระ"

"ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ
คุณไม่รู้สึกแบบนั้นหรอ"
"ไม่"
"เดี๋ยวคุณก็รู้สึก
นี่ไม่มีใครเตือนคุณเลยหรอครับ" 
 
"ไหนบอกไม่เคยมีคนเคยมาก่อนไง"


"พวกเขาเเค่เดินผ่านครับ
คงไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงที่นี่จริงๆสินะ"

"อะไรนักหนา"

"คุณจะต้องเสียใจที่คุณเลือกจะลงรากที่นี่ คุณจะตายจากไป ตายไปโดยที่คุณจำตัวคุณเองไม่ได้ด้วยซำ้ แต่ก่อนหน้าที่จะตาย คุณจะทุกร์ทรมานกับการเป็นคนอื่น หรืออาจเป็นตัวคุณเองที่ถูกลบล้างว่างเปล่า คุณจะต้องฟูมฟายที่ตัวเองลงรากที่น...."


ตุ้บ!


ร่างของชายหนุ่มนอนแน่นิ่ง ศรีษะที่อาบเลือดของเขา เชื่อมต่อกับพื้นดินชื้นแฉะแซมด้วยต้นมอสนั้น จากที่เขียวชะอุ่ม สรรพสิ่งดูดซึมสีแดงของเลือดแต่แปรผันออกมาเป็นสีนำ้ตาลจางๆ
 

ที่นี่ไม่เป็นที่ต้องการอีกแล้ว

ฉันเก็บเต้นท์แล้วเดินทางต่อ
ฉันดูเหมือนนักลงรากหรือไง?


ใช่ ฉันดูเหมือน
แต่จริงๆแล้วฉันเป็นนักเดินทาง

ที่อยากพบเจอที่ลงรากต่างหาก
SHARE
Written in this book
สคสพ
เสพความสัมพันธ์
Writer
gradarng
after rain waiter
กระด่าง ผู้รอคอยฟ้าหลังฝน กระด้างไม่อ่อนโยน กับกระบนหน้าที่เหมือนรอยด่างจากกรดอ่อนๆของหยาดเหงื่อ

Comments