for my only left hand

1

ผมพ่ึงจบความสััมพัันธ์์์์กับเธอเมืื่อวาน 
ก็แค่่่่ห้าเดืืือน นั่นสินะ แต่มันเหมือนห้าปีในความรู้สึก น่าแปลก สิ่งที่ผมจดจำเกี่ยวกับเธอแม่นยำที่สุดมักเป็นบทสนทนาที่เราคุยกัน... 

คุณเป็นคนถนัดซ้ายคนเดียวที่ผมเคยรัก 

"เธอใช้คำว่า "เคย" 

"ไม่รู้สิ"

"เคย ไม่ใช่ปัจจุบัน"

"อือ คนเราเปลี่ยนไปทุกวันแหละ ผมก็พูดไปงั้นเอง"

"แล้วมันมีสาระอะไรกับการถนัดซ้ายหรือขวา"

"ไม่มีหรอก อยู่ดีๆ พอพบคุุุณ ผมก็คิดถึงแฟนสมัยเรียนคนหนึ่งที่ถนัดซ้่าย เราเคยคบกันพักหนึ่ง แต่ผมไม่ได้รักเธอ แต่เราเป็นแฟนกัน"

"เราเป็นแฟนกับคนที่ไม่รักได้ด้วยเหรอ" 


"นั่นแหละ ความเลวของผม ผมแค่แกล้งทำเป็นรักเธอตอนนั้น ไม่รู้ทำไปทำไม แต่ความจริงแล้วบางคนแกล้งทำบางสิ่งจนกลายเป็นตัวตนของเขาจริงๆ ก็มีนะ"

"เหมือนที่ผ่านมาระหว่างเรา" เธอยิ้ม

พระอาทิตย์สีส้้ม ตัดกับสีครามของน้ำทะเลในบาร์์์์แบบโอเพ่นแอร์ มีลูููููกค้านั่่่่งอยู่ราว6-7คน ส่วนใหญ่่่เป็นชาวต่างชาติ 

หนุ่มญี่ปุ่นคนหนึ่งเดินไปเลืืือกแผ่นเสียง

ความบังเอิญ 0.1% 

"เราพึ่งนึกถึงเพลงนี้เมืื่ื่อเช้า อยู่ดีๆ ทำนองมันก็ลอยเข้ามาในหััว"

September blue ของ Chris rea

"น่าแปลกที่เพลงโปรดแล้วบังเอิญได้ยินมักเพราะกว่าที่เราเปิดฟังเอง"

"ความจริิงแล้วคนเราอาจชอบในสิ่งที่เราคอนโทรลเองไม่ได้"

"สิ่งที่่่่เรากำหนดได้ หรือต้องการตอนไหนก็ได้้้้้้้้้ตอนนั้น บางทีมันอาจง่ายดายจนน่่่่่าเบื่อ นึกถึงตอนที่เราฟังเพลงจากซีดีหรือเทปสิ มันดููููููเพราะกว่าเมื่อถึงเพลงโปรด แล้วก็เบื่่อยากกว่า"

"ความสัมพันธ์ก็แบบนั้น" 

"ไม่่่่ใช่ทุกคนหรอก"

"อือ ผมเอาเบียร์ คุณล่่่ะ เหมือนเดิมนะ" 

"ไม่่่่ได้ฟังเพลงนี้นานแล้วนะ" 

"เพลงเศร้ามักเล่นด้วยคีย์ ไมเนอร์"

"คุณว่าเขากำลังเศร้าหรือปล่าว?"

"อือ... ไม่รู้สิ อย่าใช้คำว่าเศร้าบ่อยนักเลย"


2

เสียงเพลงจากแผ่่นเสียงดัังคลอไปกับเสีีีีียงคลืื่น พระอาทิตย์ใกล้ลััััััััััับขอบฟ้า 

บาร์เทนเดอร์บรรจงโรยเกล็ดเกลือลงบนปากแก้ว ก่อนนำมาเสิร์ฟ

"เราอยากพบคนที่เราสามารถคุยได้ถึงทุกเรื่อง  เฉดสีของใบไม้ ท้องฟ้า เพลง ความรัก ความตาย เรื่องลึกๆ ของชีวิต" 

"คล้ายๆ กับหนังสือของ นาโบคอฟ"

"เราอยากพบคนแบบนั้นในชีวิตจริง"
เธอเงียบ แววตาหม่นขึ้น 


"ผมเคยพบ"

"แล้วตอนนี้ล่ะ"

"เธอจากไปแล้ว"

ชายหนุ่มคนที่เดินไปขอเพลง นั่งดื่มลำพังเงียบๆ มือขวาถูข้อมือซ้ายเบาๆ เหมือนกำลังใช้ความคิด ผมไม่เห็นเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเลย 

"ดีเหมือนกันนะที่คนเราจะโฟกัสอยู่แค่สิ่งที่สัมผัสได้ตรงหน้าจริงๆ เท่านั้น"

"ผู้คนมากมายเสียเวลาไปกับความจริงอันไกลห่าง เรื่องราวของคนอื่น" 

"แต่บางคนเราเต็มใจเสียเวลานะ"

"เอาบุหรี่ไหม"

"ขอบคุณ"

"เบียร์ บุหรี่ หนััััังสือ ดนตรีดีๆ กับใครบางคน ชีวิตบางทีต้องการเท่านี้"
เธอยิ้มบาง

เฉดสีของท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนไป ช่วงเวลาที่โลกสวยที่สุดคือ 10 นาทีก่อนและหลังพระอาทิตย์ตก 
เหมือนความฝัน ท้องฟ้าสีชมพู ส้ม น้ำเงิน แสงตรงขอบฟ้าจางๆ ช่วงเวลาที่ฟุ้งฝัน "โลกสวยงามที่สุดในตอนนี้ และคงจะดีถ้าคนข้างๆ เป็นคนที่่่่พิเศษสุดในชีวิต" เธอพูด ยิ้มมุมปาก

"ผมล่ะ?" 
เธอโรยควันบุหรี่จางๆออกมาตัดกับภาพท้องฟ้าตรงหน้า 
"อือ"


"คนที่เหมือนกันจะโคจรมาพบกัน" คุณมักบอกเสมอ

"ก็แค่คำสวยๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้น" เธอยิ้ม

ผมสูดบุหรีีอึกสุดท้าย ก่อนบี้ก้นกรองลงในที่เขี่ย 
"บาร์เทนเดอร์คนนี้ ผมไม่เคยเห็นเลย ไม่คุ้นหน้าเลย"

"คงมาใหม่มั้ง จะแปลกอะไร"

"เปล่า ไม่มีอะไร ผมแค่ชอบอะไรเดิมๆ สถานที่เดิิมๆ เสื้อตัวเดิม บุหรี่ยีห้อเดิิม คนเดิิิมๆ" 

"ไม่่่่่่เบื่อบ้างเหรอ บางทีีีีเราอยากตื่นขึ้้นมาแล้วพบตัวเองอยู่ในที่แสนไกลไม่่่่่่่่คุ้นเคย"

"แต่ที่ๆ อบอุ่นมักเป็นที่ๆ คุ้นเคย ทุกอย่าง.. ความสัมพันธ์ก็เช่นกัน" 

"แน่นอน ไม่มีใครอยากเริ่มต้นใหม่บ่อยๆหรอก" 

"อยากฟังเพลงอะไรไหมครับ"    
บาร์เทนเดอร์ถามหลังจากเสิร์ฟเบียร์ 
"กฎของที่นี่คุณเลือกเปิดเพลงได้หนึ่งแผ่นต่อหนึึ่งออร์เดอร์"

ตรงข้างเคาน์เตอร์บาร์มีแผ่นเสียง ซีดี และเทปคาสเสทท์วางเรียงบนชั้น 
ผมหยิบแผ่นเสียงแล้วยื่นให้บาร์เทนเดอร์

"เอ้ รงค์ สุภารัตน์แผ่นนี้ไม่มีใครเล่นนานแล้วครับ" เขาระบายยิ้ม ก่อนบรรจงวางเข็มลงบนแผ่น 

"เราลืมเพลงนี้ไปนานแล้ว" 

"ทุกคนมีใครบางคนในเพลง" 

"บางทีเหมือนผมรู้จักคุณดี แต่บางทีผมก็เหมือนเข้าไม่ถึงคุณเลย"

"เธอก็เหมือนกัน" 
...........

"เมื่อคืนผมคิดถึงคุณมาก"

"อือ"


3

"เมื่อคืนผมคิดถึงเลยไลน์ไป ผมคิดถึงคุณเป็นคนแรกเสมอ เวลาที่เหงาหรือเศร้า แต่บางทีผมก็อยากรู้นะ ว่าผมอยู่ตรงไหนของคุณ?"

"เราหลับเร็วเมื่อคืน ขอโทษนะ"

"อือ ผมแค่รู้สึกว่านับวันผมยิ่งแคร์คุณมากไป"

"ทำไมพูดแบบนั้น"

"บางทีดูเหมือนคุณไม่แคร์ผมเลย"

"เธอรู้ได้ไง"

"ปล่าว" 

เธอเงียบ ก่อนจิบคอกเทลตรงหน้า
ขอบฟ้ายามนี้ถูกระบายไปด้วยสีชมพู

"คุณอยากได้คนที่พูดคุยได้ถึงเฉดสีของท้องฟ้า คนที่พูดคุยได้ถึงความงามของดอกไม้ แต่คุณกลับไม่เคยเปิดใจกับคนอื่นจริงๆ " 

นั่นแหละ เธออาจเป็นเป็นผู้หญิงคนเดียวในชีวิตที่ผมสามารถคุยได้ทุกเรื่องกับเธอ แต่ผมกลับไม่เคยเข้าถึงเธอจริงๆ

"ไม่มีใครรู้จักใครจริงๆ หรอก บางทีตัวเรา
เองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย ทุกคนต่างเป็นสิ่งที่เป็น สิ่งที่เราสร้างภาพว่าเราเป็นคนแบบนี้ในหัว ก็อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกับที่คนอื่นมอง"

"แต่สำหรับผมนะ คุณเป็นคนร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ชะมัด"
เธอยิ้ม

"ชีวิตคนเราคือการผ่านเรื่องราว เราผ่านเรื่องราวต่างๆ มาไม่เหมือนกัน เราถึงต่างกัน"
 
ผมกวาดสายตามองไป พระอาทิตย์ลับตาไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มอมชมพูตรงขอบฟ้า ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินจูงมือกันไปตามชายหาด ท่าทางเหมือนเป็นคู่รักใหม่ 

"น่ารักนะ" เธอบอก

ผมนึกถึงวันแรกที่เราพบกัน วัันที่ไปรับเธอที่สนามบินดอนเมือง 
ผมรอเธอนาน จนคนบนไฟต์นั้นเดิินออกมากันหมดก็ยังไม่เห็นเธอ

"เราแอบมองเธออยู่" 

"ก็รู้" 

วันที่พบกันครั้งแรก นั่นแหละ วันแบบนั้นเป็นวันที่จะไม่มีอีกในชีวิต 
และเราจะหาความรู้สึกแบบวันนั้นไม่ได้อีก 


4

หลังรับเธอที่่่่่สนามบิน
เราขับรถมุุ่งหน้าสูู่ทะเลตะวันออก
เป็นทะเลเดือนกันยาที่มีฝน  ฝนตกแทบตลอดทาง  เรานั่งฟังเพลงกันไปเงียบๆ

"เราชอบเพลงนี้" เธอบอกเมื่อเพลงหนึ่งดังขึ้นมา 
และเราต่างฮัมเนื้อเพลงตามเบาๆ 


ฉันมองผู้คนด้วยวัััันเวลา ฉันมองผู้คนด้วยใจและด้วยตา
ฉันมองดูเธอและฉันก็หวังว่า เธอคงอยากจะเข้าใจ
แต่ที่ฉันเห็นคือคนที่ห่างไกล แต่ที่ฉัันเห็นคืือคนทีีไม่ใช่
เธอไม่ได้ฮักไม่เคยคิดห่วงใย และอาจลืมคำๆ นั้น


"เราเคยฟังเพลงนี้แล้วร้้้องไห้บ่อยๆ"

"อย่าอ่อนไหวนักเลย"

.................

"ผมมักชอบเพลงหน้าB เหมือนคนที่ไม่โดดเด่น นั่งอยู่มุมห้อง เราต้องค้นหา แต่ผมมักชอบอะไรแบบนี้"

"ซิงเกิ้ลฮิตใครๆ ก็ชอบ แต่เพลงหน้าB มีไม่กี่คน และยิ่งถ้าเราพบใครคนนั้นที่ชอบเหมือนกัน"
เธอยิ้ม 

ผมเอื้้อมมือซ้ายไปจับมือเธอแผ่วเบา

...............


ทะเลมีคนไม่มาก มันเป็นหาดทีี่คนรู้จักน้อย โดยเฉพาะวันธรรมดาแบบนี้ เรานั่งปูเสื่อมองพระอาทิตย์ตกกันบนชายหาด หน้าบัััังกะโลว์ไม้เก่าๆ ที่มีีีีต้นก้ามปูร่มครึ้ม


"ดูเฉดสีของท้องฟ้าตอนนี้สิ โลกสวยที่สุดในเวลานี้ เราอยากพบคนที่เราสามารถคุยได้ถึงทุกเรื่อง
เฉดสีของใบไม้ ท้องฟ้า เพลง ความรัก ความตาย เรื่องลึกๆ ของชีวิต"

"คล้ายๆ กับหนังสือของ นาโบคอฟ"

"เราอยากพบคนแบบนั้นในชีวิตจริง"

"ผมเคยพบ"

"แล้วตอนนี้ล่ะ" 

"เธอจากไปแล้ว"

"คุณว่าทำไมคนเราถึงพบกันได้'

"คนที่เหมือนกันจะโคจรมาพบกันไง"

"ในเมื่อความเหมือนทำให้พบกัน
แล้วอะไรทำให้คนเราจากกันล่ะ ความเหมือนกันเมื่อก่อนนั้นมันสูญหายไปไหนเมื่อคนเราจากกัน"

เธอเงียบนานหลังคำพูด

"มีอะไรไม่เปลี่ยนแปลง"

.....

"อือ... จริงสินะ"

"ความเข้าใจต่างหากสำคัญกว่าความเหมือน"




ไม่รู้้้้้ทำไม ตอนนั้้นผมถึงบอกบางคำกับเธอไป และเป็นครั้งเดียวที่ผมบอกคำนั้น

"............."

เธอไม่ตอบอะไร ก่อนเปิิิิดเพลงจากโทรศัพท์


ครั้งก่อนนั้นที่บ้านโบราณ  ครั้งก่อนนั้นที่ต้นไม้ใหญ่...  ยังจดจำ... 

แน่นอน วันหนึ่งผมอาจพบคนแบบคุณ คุณมีแค่คนเดียว ผมจะไม่มีวันพบคุณคนที่สอง

คนถนััดซ้่่ายบนโลกอาจมีเป็นล้าน

แต่คุณจะเป็นคนถนัดซ้ายคนเดียวที่ผมเคยรัก.. 



พระอาทิตย์ลับไป ทิ้งแสงสีส้มจางไว้ตรงขอบฟ้า เรานั่งฟังเพลงกันเงียบๆ เนิ่นนานในคืนนั้น


และช่วงเวลาแบบคืนนั้นจะไม่มีวันหวนมาอีีก...


bye




































































SHARE
Written in this book
dialogue 0.1
Writer
standfast
Wednesday's child
the sun is gone, but I have a light

Comments

qmiisr
2 years ago
ความเหมือนทำให้พบเจอกันและบางครั้งความเปลี่ยนแปลงก็ทำให้ต้องจากกัน (:
อ่านแล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดๆเลยค่ะ
Reply
standfast
2 years ago
ขอบคุณที่อ่านนะครับ
qmiisr
2 years ago
ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆออกมานะคะ😊
Phylira
2 years ago
ชอบตรง "เราอยากพบคนที่เราสามารถคุยได้ถึงทุกเรื่อง  เฉดสีของใบไม้ ท้องฟ้า เพลง ความรัก ความตาย เรื่องลึกๆ ของชีวิต"
Reply
standfast
2 years ago
ขอบคุณนะครับ^^
Gift_7Gift
2 years ago
ภาษาสวยมากค่ะ บทความก็ดี ชอบ
Reply
standfast
2 years ago
ขอบคุณนะครับ^^
MyLefthand
2 years ago
So far away 
Reply
standfast
2 years ago
ขอบคุณนะครับ