ชุดประสบการณ์ของคนเรามันไม่เท่ากัน
หลายๆครั้งที่ได้รับภาระหน้าที่
เรามักจะประเมินสิ่งเหล่านั้นก่อนเป็นอันดับแรก
ว่ามันหนักหนากับเราไหม แล้วเราสามารถทำมันได้ดีหรือปล่าว ..
แล้วค่อยๆขยับขึ้นไปเป็นการลงมือทำ

เราต่างก็รู้ดีว่า.. คนเราเกิดมาก็ต่างกันอยู่แล้ว
มันจึงไม่ใช่เรื่องเลยที่เราจะมาวัดและตีค่ามันทั้งหมดด้วยกับไม้บรรทัดอันเดียว !



ฉันได้มีโอกาสร่วมงานกับคนหลายๆคน
ฉันก็พยายามมองดูการทำงานและความเป็นไปต่างๆ ของแต่ละคน จนฉันเองก็ค้นพบ..

คนเรา ที่ปัจจุบันแตกต่างกัน นั้นก็เพราะว่าเรามีชุดประสบการณ์ในอดีตที่ต่างกัน 
พื้นฐานครอบครัว สังคมเพื่อน การปลูกฝัง การเดินทาง ต่างก็กลายมาเป็นปัจจัยหลักในการหล่อหลอมเราทั้งนั้น ..

บางคนได้รับงานอันกระจิ๊ด แต่ป่าวประกาศความเหนื่อยหล้าอย่างกับตัวเองแบกโลกทั้งโลกไว้
กับอีกบางคนที่ได้รับงานช้างตัวใหญ่ แต่กลับดำเนินหน้าที่ของตัวเองไปอย่างเงียบๆ

อะไรกันที่มาวัดงานกระจิ๊ดและงานช้างของคนเหล่านั้น?

คนๆนึงที่เติบโตมาท่ามกลางความสะดวกสบาย
ผิดหรอที่เมื่อเขาได้รับภาระงานบางอย่าง เขาจะป่าวประกาศ ความเหนื่อยล้าที่เขาได้พบเจอ?

เราไม่มีสิทธิ์เลยที่จะไปตัดสินเขา
ว่าทำไมแค่ได้รับงานกระจิ๊ด ทำเป็นป่าวประกาศความเหนื่ยล้า.. !
เพราะเราต่างเติบโตมาในตัวแปรที่ต่างกัน
งานกระจิ๊ดที่เรามองเห็นนั้น .. มันอาจจะเป็นงานช้างตัวใหญ่สำหรับเขาก็เป็นได้

หน้าที่ของเราคืออะไร ..
แค่ให้กำลังใจเขา ก็เป็นพอ ..

เราต่างก็ยืนอยู่ในจุดที่ต่างกัน
สิ่งเหล่านี้นั้นเราเองต่างก็รู้ดี .. 

ดังนั้นในเรื่องการทำงานกับผู้คน
การเข้าใจคนเป็นเรื่องสำคัญ
ภูมิหลังแต่ละคนถูกหล่อหลอมมาไม่เหมือนกัน
จะให้ความนึกคิดในปัจจุบัน เป็นดั่งใจเราทุกอย่าง ได้อย่างไร ?

นั้นก็เป็นเพราะหน้าที่ของมนุษย์อย่างเรา
คือ การช่วยเหลือกันและกัน
ไม่ใช่ ตัดสินใครๆ .. 


🍃
SHARE
Writer
Tautau
Writer
My life ชีวิตเทาๆ ของผู้หญิงเทาๆ

Comments