รายการ Talk Show: Special or Stereotype ?
มีประโยคนึงที่ เอิน กัลยกร ได้กล่าวไว้ในรายการ เจาะใจ ว่า การสนับสนุนความโศกเศร้าของคนที่แย่ที่สุด คือขอให้เขาเล่าเรื่องนั้นซ้ำๆ อีก เพราะการเล่าซ้ำๆ ก็ทำให้เรื่องนั้นกลับมากัดกร่อนจิดใจเขาใหม่ทั้ง ๆ ที่เขาอาจจะลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ

อันที่จริง ชอบดูรายการแนว talk show นะ รู้สึกว่าได้เห็นมุมมอง ไอเดีย ความคิดต่าง ๆ ของแขกรับเชิญ ไม่ว่าจะเป็นดาราที่เราชอบ หรือใครก็ตาม รู้สึกได้เห็นความหลากหลายทางความคิด

วันนี้จะขอกล่าวถึงรายการรับปรึกษาปัญหาความรักที่ออกตัวเป็นกูรูอย่าง Club Friday Show ซึ่งก็มีการเชิญแขกรับเชิญมากมายจากหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เป็นกระแสหรือไม่ ก็ชักชวนกันมาาพูดคุยเรื่องประสบการณ์ความรักทั้งในอดีตและปัจจุบัน


ชอบนะ ถ้าได้ฟังประสบการณ์ความรักที่เป็นประโยชน์ เป็นอุทาหรณ์ หรือได้เห็นมุมมองการเติบโตทางความคิด อย่างเรื่องของคุณกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ที่มาแลกเปลี่ยนมุมมองที่ความรักเมีย และรักลูก ทำให้เขากลายเป็นคนดี เป็นผู้เป็นคน ขึ้นมาได้ หรืออย่างความรักแบบรักเดียวใจเดียวของคุณโย่ง อาร์มแชร์ ที่เป็นแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้สังคมไทย กลับมาเป็นสังคมผัวเดียวเมียเดียวมากขึ้น

แต่ถ้าจะมีที่ไม่ชอบบ้างล่ะก็...ก็เช่นว่า การขอให้ดาราบางคนเล่าเรื่องคนรักในอดีต ซึ่งอีกคนอาจจะเป็นดาราหรือเป็นที่รู้จักเหมือนกัน แล้วเหมือนว่ามีการพูดจาพาดพิง ว่าคนนั้นถูก คนนี้ผิด จนกลายเป็นประเด็นเหมือนคราวคุณ โฟร์ ศกลรัตน์ กับแฮชแทค #ต่ำตมไม่หยุด ที่เป็นกระแสขึ้นมา


ล่าสุดที่เพิ่งได้ดูมา ยอมรับว่ารู้สึกสะใจนิดหน่อย เมื่อพิธีกรต้องรับมือกับเด็กที่ชอบตั้งคำถามกับทุกสิ่งในชีวิต คิดอะไรก็เป็นปรัชญาไปหมดอย่าง วรรณสิงห์ เมื่อพิธีกรถามคำถามบางอย่าง ที่ดูไม่เมคเซ้นส์ทั้งคำถามและคนถาม และเมื่อถามกับคนอย่างวรรณสิงห์ ซึ่งก็ไม่ใช่คนที่ใช้ชีวิตปกติธรรมดาสามัญ ก็เหมือนโดนตอกกลับด้วยคำถามเบาๆ อย่างเช่นประโยคที่ว่า

พิธีกร: เวลาต้องไปที่ที่อันตรายมากๆ แม่ไม่ว่า ไม่ห้ามบ้างเหรอ แบบว่าเป็นห่วง

วรรณสิงห์: พี่ต้องอย่าลืมนะครับว่าพ่อแม่ผมเคยหนีพ่อแม่ตัวเองเข้าป่าไปต่อสู้กับรัฐบาลมาแล้ว

หรืออีกประโยคที่ว่า

พิธีกร: กับความรักครั้งปัจจุบันนี้พี่ว่าสิงห์คงได้เรียนรู้จากอดีต และปรับให้ความรักครั้งนี้มันดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ

วรรณสิงห์: ครับ ผมสงสัยนิดนึงครับ เวลาพวกพี่เจอเรื่องแบบนี้กับตัวเองบ้าง พวกพี่จัดการได้ดีแบบนี้ไหมครับ


คำถามแบ๊วๆของวรรณสิงห์ที่ถามเหมือนไม่คิดอะไร แต่กลับเหมือนตอกย้ำให้พิธีกรได้ตระหนักและรู้ตัวบ้างว่าพิธีกรก็ไม่ได้มีหน้าที่ไปตัดสินใคร และเรื่องความรักก็เป็นเรื่องปัจเจกมากๆ การให้คำแนะนำก็ควรเป็นปัจเจก ไม่ใช่แนะนำทุกคนเหมือนกัน ทั้งที่แต่ละคนก็เจอเรื่องราวที่มีรายละเอียดไม่เหมือนกันสักหน่อย


มันคือความ stereotype อีกแบบที่มาในรูปแบบของรายการทีีวีนั่นแหละ

SHARE
Written in this book
UP TO ME
บันทึกเก็บประสบการณ์ชีวิตของข้าพเจ้า ที่จะบ่นๆ เล่าๆ ไปตามเรื่อง
Writer
Inkybookpacker
Personal Blogger
A Story-Teller / Book-Addict / World Explorer / Disney Lover / Wildlife Conservation Volunteer

Comments