เหตุผลที่เลิกเดินทางช่วงปีใหม่
ปีใหม่ที่แล้วไม่ได้กลับบ้าน
เพราะตัดสินใจเลิกกลับบ้านตอนปีใหม่มาสองปีแล้ว

เรื่องนี้น่าจะยังไม่เคยเล่า จะเล่าย้อนให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น

วันนั้นวันที่ 30 ธันวาคม 2559 เป็นวันศุกร์
(ไม่ไ้ด้จำแม่นหรอก ไปเปิดเว็บดูก่อนมาเขียน)

ผมไปขึ้นรถตู้รอบเย็นๆ เพราะวันนั้นทำอะไรซักอย่าง
เลยไม่ได้กลับแต่เช้า แล้วช่วงปีใหม่ถ้าคุณไม่เคยนั่งรถตู้
คุณจะไม่รู้ว่าท่ารถตู้ไม่รับจอง

"เต็มออกเลยครับ เหลืออีกสามที่ ไปมั้ยครับน้อง" คนขายตั๋วถามแบบไม่ง้อ ช่วงน้ำขึ้นของเขา
"เหลือที่นั่งตรงไหนบ้างครับ ผมขายาวอะพี่" ผมถาม
"แถวหลังอย่างเดียวเลยครับ ไปมั้ย"

อยากกลับบ้านไปกอดแม่ เพิ่งเลิกกับผู้หญิงคนนึงได้ไม่นาน
ยิ่งดึกรถก็ยิ่งติด คนส่วนมากกลับต่างจังหวัดกันวันนั้น
ทนเอาแล้วกัน จะได้ถึงบ้านไม่ดึกมาก

"ไปครับ"

จ่ายเงิน พี่คนขับพาเดินไปที่รถ
ประตูถูกเปิด มีคนนั่งอยู่บนรถแล้วสามแถว

"ขอโทษนะครับ" ผมเอ่ย

แล้วค่อยๆ พาตัวเข้าไปยังที่นั่งของตน
ก้มหัว ก้มไหล่ ค่อยๆ สาวเท้าเข้าไป ถึงแถวหลังสุดก็หมุนตัวนั่งลง
แล้วค่อยสไลด์ไปทางขวา ผมนั่งริมหน้าต่าง เพดานรถที่โค้งมน
ทำให้ไม่สามารถเหยียดตัวตรงได้ เข่าชนพนักของที่นั่งแถวหน้า

ไม่นานเราก็ออกเดินทาง

ออกจากหมอชิต ขึ้นทางด่วน รถค่อยๆไหลไปเป็นขบวนไม่รู้จบ
ทุกคนบนถนนคงกำลังนึกภาพคนที่จะได้เจอ พ่อ แม่ เพื่อน การสังสรรค์

ความเร็วค่อยๆ ลดลงทีละนิด ทีละนิด

น่าจะสองชั่วโมงผ่านไป แต่เพิ่งมาถึงรังสิต
ตรงนี้ควรเรียกว่าว่าเรากำลังคลานไปช้าๆ

ไฟเบรคจากรถทุกคันทำให้ถนนสีเทาถูกย้อมเป็นสีแดง

จะถึงบ้านกี่โมง จะต้องนั่งตัวงอแบบนี้อีกนานแค่ไหน
คุ้มมั้ยนี่กับการอดทน
อยากกลับบ้านไปพักใจ
แต่ตอนนี้ใจฝ่อไปหมดแล้ว ยังไม่ถึงครึ่งของระยะทาง

อดทนไว้ หายใจลึกๆ
กำหนดลมหายใจเข้าออก ผมทำเช่นนี้เวลาจิตใจวุ่นวาย

"จะไหวมั้ยเนี่ย" ผมถามตัวเอง
"อยากลง อยากลง" ได้ยินเสียงข้างในตะโกนสวนออกมา
"ลงตรงนี้ยังพอกลับเข้าไปในกรุงเทพได้ ช้ากว่านี้เปลี่ยนใจไม่ได้แล้วนะ"
เสียงอธิบายตามมา

เอาไงดี เอาไงดี

พอรถวิ่งช้า แอร์ก็ไม่เย็น หลับไม่ลง
คนสิบคนอยู่ในพื้นที่แคบๆ กลิ่นไอเสียซึมเข้ามาเบาๆ
เสียงเครื่องยนต์ แรงสั่นสะเทือนของเครื่อง
ความชื้นจากเหงื่อ ทั้งของเราและคนข้างๆ

คิดทบทวนอยู่ยี่สิบนาที ไปไม่ไกลกว่าเดิมนัก
ดูน่าจะติดอีกนาน เหงื่อออกมากขึ้น ใจเต้นแรงขึ้น
ปวดเมื่อยไปหมด รู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบให้ตัวเล็กลงทีละนิดๆ

อยากยืดขา อยากยืนตัวตรง อยากเข้าห้องน้ำ
แต่ก็เกรงใจคนอื่นที่เขาอยากถึงบ้านไวๆ

"ลงเหอะ ลงตอนที่ยังทัน ยังกลับเองได้ อย่าให้มันลำบากไปกว่านี้ เดี๋ยวจะเป็นบ้าซะก่อน ทำใจดีๆ ไว้ แล้วค่อยกลับหลังเทศกาลก็ได้" ผมบอกตัวเอง

แล้วก็พูดออกไปว่า
"ขอโทษนะครับพี่ ผมขอลงตรงนี้ได้มั้ยครับ ไม่กลับแล้ว"
"เฮ้ย เอาจริงหรอน้อง" คนขับถาม

"ครับพี่ ไม่ไหวครับ อยากลง ขอผมลงเถอะนะครับ" ตอบด้วยเสียงคนหมดแรง
"โอเคๆ ได้ๆ ใจเย็นๆนะ เดี๋ยวพี่ชิดซ้ายให้ลง"

ลงจากรถมายืนอยู่ริมถนน หน้า ม.กรุงเทพฯ
ลมพัดเบาๆ รู้สึกสบายใจขึ้น
เดินเข้าเซเว่น ซื้อน้ำดื่มกับไอติมแท่งเล็กๆ
ยืนแทะไอติมมองรถที่คลานต่อไป

โทรศัพท์หาแม่
"แม่ รถติดมากเลย ซัวไม่กลับแล้วนะ
อึดอัดมากกกกก มันไม่น่าจะใช่ละแบบนี้
เดี๋ยวค่อยเจอหลังปีใหม่แทนแล้วกันเนอะ"
"ได้ๆ ไม่เป็นไรๆ รถติดมากเลยใช่มั้ย"
"ใช่แม่ ไม่ไหวจนต้องขาเค้าลงเนี่ย นี่ยืนกินไอติมอยู่ข้างถนน"
"อ่าไม่เป็นไรๆ ค่อยมาหลังปีใหม่ก็ได้ ลำบากละจะมาทำไม ไปๆ กลับบ้านไปนอน"
"ขอโทษนะแม่ คิดถึงแม่นะ รักแม่มาก แต่ไม่ไหวจริงรอบนี้ รู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า"
"ไม่เป็นไรๆ ก็มันอึดอัดนี่เนอะ แม่ก็รักจ้า"
"โอเค เดี๋ยวข้ามสะพานลอยไปขึ้นรถเมล์กลับบ้าน"
"จ้าา"

วางสายแล้วก็เดินข้ามสะพานลอยไปป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้าม
โล่งมาก รถวิ่งฉิว ไม่นานรถเมล์ก็มา สายนี้ไปสนามหลวงด้วย
เลยนั่งยาวมากินเบียร์ที่ถนนข้าวสาร
พอเริ่มง่วงก็ขี้เกียจกลับบ้าน ไหนๆ ก็ขนเสื้อผ้ามาแล้ว
ขอนอนนอกบ้านซักวัน คิดซะว่ามาเที่ยวถนนข้าวสารวันปีใหม่

"มีห้องว่างมั้ยครับ"
"มีค่ะ แปดร้อย ดูห้องก่อนมั้ย"
"ไม่เป็นไรครับ สบายๆ"

จ่ายเงิน รับกุญแจ เดินขึ้นบันไดไปห้องนอน
ไขกุญแจ เปิดประตู เปิดไฟทันใดนั้นเอง

ผมก็พบว่าห้องนั้นไม่มีหน้าต่าง !!!!

ขำแห้งๆ แต่ก็จ่ายเงินไปแล้ว เขาไม่คืนเงิน

สุดท้ายก็นอนอ่านหนังสือจนเช้า
แล้วออกมาขึ้นรถกลับบ้านตอนแปดโมง

นั่นล่ะ ปีใหม่ที่ผ่านมาพี่ที่ร้านกาแฟแถวบ้านก็ถาม
"ปีใหม่ไปเที่ยวไหนมามั้ยน้อง"

แล้วผมก็เล่าเรื่องข้างบนอย่างย่อๆ ให้เขาฟัง
แล้วเราก็นั่งหัวเราะกัน

"พี่ก็ไม่ไปเหมือนกัน ไปหลังปีใหม่ทีเดียว ไม่ต้องแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว"

พอเล่าจบก็นั่งจิบกาแฟ ฟังเพลงแจค จอห์นสันในร้านไปสามเพลง
แล้วก็เดินกลับบ้านไปเล่นซ้อมกีต้าร์

วันนั้นวันที่ 2 มกราคม 2562
SHARE
Writer
ProtoZua
Books and music
บ้างเพื่อบอกเล่า บ้างเพื่อบำบัดตน

Comments