Impossible love (Binkyeong) -9-
                                                        - สังหรณ์ใจไม่ผิด -


เช้านี้ไม่ได้สดใสเท่าที่ควร
..แม้ว่าเมื่อวานฉันจะเคลียร์กับเขาอย่างชัดเจนไปแล้ว แต่ความรู้สึกกังวลลึกๆ มันยังคงอยู่..ความสังหรณ์ใจว่าเขาจะไม่จบแค่นั้น มันจะต้องมีอะไรมากวนใจฉันต่ออย่างแน่นอน


“เป็นอะไรคะ วันนี้ดูเหม่อๆ นะ” เบลทักขึ้น เธอคงสังเกตความผิดปกติของฉันได้

..เรื่องเมื่อวานฉันควรบอกเธอดีมั้ยนะ..หรือยังไม่ควรเป็นตอนนี้..

“พี่นอนไม่ค่อยหลับน่ะ เลยเพลียๆ ง่วงๆ”
“เอากาแฟหน่อยมั้ย เดี๋ยวเบลไปชงให้” ฉันพยักหน้าไปเป็นคำตอบ ความใส่ใจเล็กๆ นี้ยิ่งทำให้ฉันหลงเสน่ห์เธอเข้าไปอีก..

ใครว่าเบลเป็นแต่สายตบกัน

เพราะเรามาถึงที่บริษัทค่อนข้างเช้า เมื่อครู่จึงมีแค่เราสองคนในห้องพักรวม แต่ตอนนี้พนักงานคนอื่นเริ่มทยอยมากันแล้ว พวกเขาบางคนเคยรับรู้เรื่องราวระหว่างเราสองคนบ้าง ดังนั้นเช้านี้ตอนที่เห็นเบลยื่นแก้วกาแฟให้แถมยังนั่งใกล้ฉัน มันทำให้เรียกร้องความสนใจจากคนอื่น
..แต่ฉันก็ไม่ได้แคร์ เพราะมันเป็นเรื่องของฉันกับเธอ

..แล้วก็นึกอะไรบางอย่างได้
“นี่เบล..พี่มีเรื่องจะบอก”
“หื้ม เรื่องอะไรเหรอ”
“พี่นายรู้เรื่องของเราแล้วนะ”
“ฮะ! เมื่อไหร่อ่ะ พี่เล่าให้ฟังเหรอ” เธอทำหน้าตกใจ คงไม่คิดว่ามีใครรู้อีก
“ตั้งแต่วันที่ร้านอาหารน่ะ” เธอตาโต ฉันขยับตัวเข้าไปกระซิบ 
“พี่นายเห็นเราจูบกันที่ร้าน”
ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงเรื่อทันที..วันนี้ฉันยิ้มกว้างได้แล้ว
“มาเช้าจังมิ้น เบล” 
จู่ๆ เจ้าตัวที่พูดถึงอยู่ก็ปรากฏตัวขึ้น..และนั่นทำให้เพิ่มดีกรีสีแดงบนใบหน้าให้คนตัวเล็กนั่นอีก..

เนี่ยยยย เป็นแบบเนี้ยยยย จะไม่ให้ฉันชอบลงได้ยังไง






แต่เรื่องของแดนก็ยังคงกวนใจฉันอยู่ทั้งวัน..

ตัดสินใจแล้ว ว่าเย็นนี้จะบอกเธอ


ถึงเวลาเลิกงานแล้วฉันเดินไปยังห้องแผนกของเบลเพื่อตั้งใจชวนเธอกินข้าวเย็นด้วยกัน กลับพบว่าเธอยังทำงานไม่เสร็จและเป็นงานเร่ง ซึ่งหมวยเองก็ทำอยู่ด้วย เธอไม่ยอมให้รอ ฉันจึงเปลี่ยนแผนจากการกินร้านด้านนอกเป็นหาเมนูง่ายๆ ทำที่ห้องเธอแทน

Bell : เบลเสร็จงานแล้วนะ กำลังกลับคอนโดแล้วค่ะ

ข้อความเด้งขึ้นขณะที่ฉันกำลังเลือกซื้อวัตถุดิบอยู่พอดี เพราะกลัวคนตัวเล็กจะโมโหหิวจึงรีบซื้อและไปยังคอนโดของเธอ



ฉันเอารถเข้าจอดที่ลานจอดใต้คอนโดเบล ด้วยข้าวของหลายถุงไปซักหน่อยจึงค่อนข้างทุลักทุเล เมื่อปิดประตูรถไป พลันหางตาก็หันไปเห็นรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก

..คันนี้คุ้นจัง คุ้นๆ ตาคล้ายของคนรู้จัก..

แต่รถยี่ห้อนี้สีนี้ก็มีคนใช้เยอะ อาจจะแค่คล้ายก็ได้..ฉันพยายามหยิบกุญแจเพื่อกดล็อครถแต่ของที่เยอะเกินทำให้โทรศัพท์ร่วงลงพื้น
เคร้ง! 
ด้วยความตกใจฉันรีบหยิบมันขึ้นมาดู และพบว่าจอแตกเป็นรอยไปเกินครึ่ง
โอยยยย ซวยจริงวันนี้..

ฉันเดินไปตามทางที่เคยจำได้ไปยังประตูทางขึ้น เพราะไม่มีคีย์การ์ดจึงพยายามใช้โทรศัพท์โทรหาเบล ยังไม่ทันจะกดโทรออกก็ได้ยินเสียงคล้ายคนเถียงกันอยู่ไม่ไกล ซึ่งโทนเสียงคล้ายกับเสียงของเบล..
จะด้วยสัญชาตญาณหรืออะไรก็ตาม..ขาของฉันขยับไปทางต้นเสียงทันที
เสียงคนเถียงกันเริ่มหยุดไป..พอดีกับภาพตรงหน้า

แดนกับเบล..กำลังกอดกันอยู่..

ตุบ! เคร้ง! 
ถุงในมือและโทรศัพท์ร่วงลงพื้น มือมันอ่อนแรงเกินกว่าจะถือทุกอย่างไหว แต่แรงของมือมันคงยังมีมากกว่าใจของฉันตอนนี้
เสียงของร่วงเรียกให้ทั้งคู่หันมาสนใจ..ความตกใจที่เห็นการแสดงตัวของฉันอยู่บนใบหน้าของพวกเขา
“พี่มิ้น..”
“มิ้น..”
ขาของฉันพาตัวเองเข้าไปใกล้ทั้งคู่ แม้ว่าใจฉันจะอยากวิ่งหนีก็ตามที ฉันมองพวกเขาสลับไปมาช้าๆ สมองตอนนี้ตื้อไปหมด ฉันคิดอะไรไม่ออก..แต่คิดได้อยู่อย่างเดียวว่า

การกอดกันนั้นคือเบลกลับไปหาเขา

เพียะ! 
ฉันหยุดอยู่หน้าแดนและตบหน้าเขาไปเต็มแรง

“สำหรับทุกความเจ็บปวดที่คุณมอบให้ฉัน!”

น้ำเสียงสั่นนั้นเต็มไปด้วยความโกรธต่อเขา ส่วนความเสียใจส่งผ่านมาทางสายตาที่ฉันมองเบล

..อยู่ตรงนี้ต่อไม่ได้แล้ว 

ฉันพาตัวเองกลับหลังและรีบวิ่งไปยังรถก่อนที่ขาจะไม่เหลือแรงแล้วทรุดลงตรงนั้น
ใจมันพังทลายลง ตัดการรับรู้ทุกอย่างไป เสียงเรียกแว่วเป็นชื่อฉันไม่สามารถรั้งให้หยุดหรือหันไปมอง ฉันรีบเข้าไปในรถเมื่อนั่งลงที่คนขับ..น้ำตาฉันร่วงพราว ไม่สามารถกั้นอะไรไว้ได้อีกแล้ว

ปึกๆๆๆ 
“พี่มิ้น!!” 
ฉันไม่มีแรงเหลือจะสนใจเสียงทุบกระจกและเสียงเรียกของเบล
ปึง! 
เมื่อเธอรู้ว่ารถยังไม่ได้ล็อคจึงวิสาสะเปิดประตูเข้ามานั่งที่ข้างคนขับ เธอปล่อยให้ร้องไห้จนฉันเริ่มมีแรงพอจะเผชิญหน้ากับเธอ

อารมณ์โกรธและเสียใจทั้งหลายชะงักไปทันทีเมื่อเห็น..น้ำตาที่ไหลข้างแก้มของเบล


เรายังนั่งเงียบกันซักพัก และเบลเป็นฝ่ายเริ่มทำลายความเงียบก่อน
“ฉันอยากให้พี่ฟังคำอธิบายก่อน” ฉันไม่ตอบเธอ
“แดนมาง้อและขอคืนดี” 
..คนทุเรศ..มือเรียวกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว
“แต่ฉันไม่ได้ยอมกลับไปคบนะ”
“แล้วทำไมเธอกอดกับเขา” ฉันพูดต่อขึ้นทันที
“เขาดึงฉันเข้าไปกอดเอง ฉันไม่ได้กอดเขาเลย พี่ก็รู้ว่าแดนแรงเยอะแล้วฉันก็ตัวเล็ก” เธอรีบพูดอธิบาย 
“ฉันสู้แรงเขาได้ที่ไหน”
ฉันเริ่มเอนเอียงไปกับคำอธิบายของเธอ เพราะมันเป็นไปได้จริงตามที่เธอบอก เพียงแต่ฉันยังไม่อยากยอมรับตอนนี้ อารมณ์เคืองมันยังอยู่
เธอเอื้อมมือมาจับใบหน้าบังคับฉันให้มองเธอ 
“ฉันบอกเลิกเค้าไปแล้วนะ..ตัดขาดแล้ว ไม่รีเทิร์นแน่นอน” 

ดวงตานั้นมองนิ่งตรงมาสร้างความเชื่อใจให้ฉัน

“ตอนนี้ฉันมีพี่คนเดียว และกำลังรอพี่อยู่”

ความรู้สึกมั่นคงที่เธอส่งผ่านมาให้ฉันรับรู้นั้น..ทำให้อารมณ์ร้อนลดลงไปบ้าง
ฉันเลื่อนตัวเข้าไปหาและบดจูบลงไปบนริมฝีปากนั้น อารมณ์ที่ยังไม่คงที่ทำให้ไม่สามารถยั้งแรงกระทำได้ เธอคงไม่ได้ยินดีกับจูบที่รุนแรงแบบนี้ แต่ก็ยังยอมให้ฉันได้ระบาย ฉันที่เริ่มรู้ตัวมากขึ้นลดแรงจูบลง..เธอจึงจูบตอบกลับมา
..และเป็นฝ่ายรุกไล่ฉันแทน


ไม่รู้เวลาที่ใช้ในการจูบนี้นานเท่าไหร่..แต่เราขาดอากาศหายใจกันมากพอสมควร
“ขอโทษ” ฉันซบลงไหล่เล็กนั้นที่ตอนนี้ดูกว้างกว่าตัวฉันนัก
“พี่มิ้นคะ..” ประโยคที่เรียกให้ฉันเงยหน้าขึ้นมองเธอ 
“เบลหิวแล้ว..” มาพร้อมคิ้วตกๆ ซึ่งทำให้ฉันยิ้มกว้างได้ทันที และทันทีที่นึกขึ้นได้
“พี่ลืมของอ่ะ! ร่วงไปหมดเลย!” ฉันโวยวายขึ้น 
แต่แล้วมือเล็กนั้นก็ยื่นโทรศัพท์ที่ฉันทำร่วงไปด้วยให้
“เบลหยิบของมาให้แล้ว แล้วโทรศัพท์พี่จะทิ้งขว้างอะไรขนาดนี้”
ฉันทำหน้าจ๋อย “มันร่วงสองรอบเลย ก็มือไม้มันอ่อน... อื้ออออ เจ็บ” เธอหยิกดึงแก้มของฉัน
“หมั่นไส้..ไปกันพี่มิ้น ขับไหวมั้ย”
“หือ ไปไหน”
“เอ้า ก็พี่หนีขึ้นมานี่คิดจะไปไหนล่ะ” แล้วเธอก็ดึงเข็มขัดมาคาดไว้ 
“พี่ไปไหนฉันก็ไปด้วย”
“จะไม่ขึ้นไปห้องเธอละเหรอ”

“ไม่ล่ะ ไปคอนโดพี่ดีกว่า” 









…………………………………………………………………………………………………………………
จริงๆ ก็เป็นสายตบเหมือนกันทั้งคู่นะ..ตบด้วยปาก
อุปส์..

ม่าเล็กๆ ไม่เผ็ดเท่าไหร่ เพราะน้องบิ้นกินเผ็ดไม่ค่อยได้ อิ้อิ้

คิดถึงน้องงงงง ว๊ากกกกก 
SHARE
Written in this book
Impossible love (Binkyeong)
มันจะเป็นไปได้ยังไง!?
Writer
Peek_Sai
Shipper
Yuri is the Life

Comments

chaeim
4 months ago
แน่ใจเหรอเบลว่าไปถึงคอนโดพี่มิ้นแล้วจะกินข้าวอย่างเดีียว กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่นะจ๊ะ //เขินไปหมด
Reply