ปากกา
ปากกาคือชีวิต

คือคำแรกที่เด็กชายเขียนลงไปบนกระดาษ
และเป็นคำพูดที่แม่บอกไว้กับเด็กชาย
พร้อมกับปากกาด้ามแรกที่เด็กชายได้เป็นเจ้าของ
แม้เด็กชายจะไม่เคยเข้าใจความหมายของมัน

เด็กชายชอบปากกาด้ามนั้นมาก
และก็ชอบที่จะขีดเขียนสิ่งต่างๆ 
ทุกครั้งที่มีเวลาว่างปากกาจะต้องอยู่ในมือเสมอ
เช่นกันกับกระดาษมักเต็มไปด้วยรอยหมึก

อาจบางทีนี่ล่ะมั้งคือคำที่แม่บอก
เพราะปากกานั้นเรียกได้ว่าเป็นชีวิตของเด็กชาย
เด็กชายชอบและหลงไหลมัน
เด็กชายคิดว่าตนเองเข้าใจคำนั้นแล้ว


วันนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากทุกวัน
เด็กชายนั่งขีดเขียนด้วยความสนุกสนาน
แต่แล้วสีของลายเส้นเริ่มจืดจางลง
และหายไปเหลือเพียงรอยขีดบนกระดาษเท่านั้น

เด็กชายจึงได้เรียนรู้
ไม่มีปากกาด้ามไหนเขียนได้ตลอดไป
เด็กชายได้ปากกาด้ามใหม่
พร้อมกับคำพูดคำใหม่จากแม่ของตน

ชีวิตคือปากกา
เด็กชายไม่เข้าใจความหมาย
และเริ่มสงสัยในความเข้าใจของตน
ต่อคำพูดคำแรกที่แม่บอกไว้
ในเมื่อปากกาไม่อาจเขียนได้ตลอดไป
แล้วเหตุใดจึงเป็นชีวิตของตน


เด็กชายเริ่มขีดเขียนน้อยลง
น้อยลงจนเริ่มที่จะไม่ขีดเขียนอะไร
เด็กชายไม่อยากเปลี่ยนปากกาแท่งใหม่เร็วเกินไป
จึงเลือกใช้ เลือกเขียนอย่างระมัดระวัง

บางครั้งเลือกเขียนแล้วลบออกไป
เพราะคิดว่ามันจะคงอยู่ได้นานขึ้น
แต่แล้วความจริงไม่ใช่
น้ำหมึกที่สูญเสียไป
ไม่มีวันกลับมาอยู่ดี

เด็กชายจึงเริ่มเข้าใจ
เขียนผิดอาจมีโอกาสแก้ไข
แต่สิ่งที่สูญเสียไปไม่มีโอกาสหวนคืน
เด็กชายจึงยิ่งต้องใช้ปากกาอย่างระมัดระวัง

บางครั้งปากกาจ่ออยู่เพียงบนกระดาษ
หากแต่ไม่ได้ลากเส้นใดๆ
เด็กชายเริ่มกังวลสนใจ
อะไรจึงควรถูกเขียนลงไป


วันแล้ววันเล่าหมุนผ่าน
ปากกาไม่ใช่ชีวิตอีกต่อไป
เด็กชายเลิกกังวลสนใจ
และห่างหายจากปากกาด้ามเดิม


วันนี้มีเรื่องสำคัญ
เด็กชายจึงนำปากกาออกมา
ลากเส้นขีดเขียนเช่นวันวาน
หากทว่าไม่ปรากฏเส้นสีใดๆ

อีกครั้งที่เด็กชายได้เรียนรู้
ไม่ว่าปากกาด้ามไหน
ใช้มากใช้น้อยอย่างไร
สักวันก็แห้งเหือดไปอยู่ดี


เด็กชายเปลี่ยนปากกาด้ามใหม่อีกครั้ง
เช่นกันกับครั้งก่อนๆ

ปากกากับชีวิตก็ไม่ต่างกัน
แม่ยังคงทิ้งคำพูดไว้ให้เด็กชาย
แม้เด็กชายจะยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี



วันนี้เด็กชายเติบใหญ่
เป็นชายหนุ่มที่ได้เรียนรู้อะไรมากมาย
พบเจอพรากจากหลากหลาย
จึงเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น

ชายหนุ่มที่เปลี่ยนปากกามาแล้วหลายด้าม
บ้างตกหล่นสูญหายระหว่างทาง
บ้างเสียหายหมึกแห้งไปตามกาล
และมีบ้างที่ใช้ได้จนไม่เหลือหมึกสักหยดเดียว

แต่ยังคงมีปากกาอยู่อีกหลายด้าม
ที่ยังอยู่กับชายหนุ่มอยู่เสมอ
แม้ไม่อาจอยู่ด้วยกันตลอดไป
แต่ก็มีไม่น้อยที่อยู่ด้วยเสมอเมื่อชายหนุ่มต้องการ


พ่อแม่ของชายหนุ่มจากไปแล้ว
เพื่อนก็เปลี่ยนแปลงไปมากมายหลากหลาย
ผู้คนมากมายพบและพรากจากไกล
บ้างก็มีอยู่เพียงเพื่อเดินสวนทางกัน

ชายหนุ่มเดินอยู่ในร้านเครื่องเขียน
กับปากกามากมายที่ตั่งโชเรียงรายให้เลือกซื้อ
แต่ชายหนุ่มต้องการเพียงด้ามเดียวเท่านั้น
ด้ามที่จะได้ใช้ไปอีกสักพักใหญ่ๆ
แม้ใจจริงก็อยากให้อยู่ตลอดไป
แต่ชายหนุ่มรู้ดีว่าไม่มีทาง














หนึ่งในของสะสมที่ผมชอบที่สุดคือปากกา
และก็เป็นหนึ่งในสิ่งของที่ผมทำหายบ่อยที่สุด
เป็นสิ่งที่ทำพัง และโยนทิ้งบ่อยที่สุดด้วยเช่นกัน

บางครั้งเราต้องสูญเสียจึงเห็นคุณค่า
แต่ยังดีกว่าการสูญเสียโดยไม่ได้อะไร

บางครั้งเราต้องสูญเสียเราจึงเข้าใจ
แต่ยังดีกว่าการไม่เคยเข้าใจอะไร
แม้จะสูญเสียไปแค่ไหนก็ตาม


หลายครั้งผมชอบสะสมมิตรภาพ
หลายครั้งผมชอบสะสมความรัก

บางครั้งผมทำมิตรภาพหล่นหาย
บางครั้งผมทำความรักหล่นหาย

บางครั้งผมทำลายซึ่งมิตรภาพที่สั่งสมมา
บางครั้งผมทำลายซึ่งความรักที่สั่งสมมา

บางครั้งผมก็โยนมิตรภาพทิ้งไปเฉยๆ
บางครั้งผมก็โยนความรักทิ้งไปด้วยเช่นกัน

และบางครั้งผมก็ทุ่มเทดูแล
เฝ้าระวังรักษาพวกมันมากเกินไป
จนสุดท้ายก็เป็นพวกมันที่ท้ิงผมไป

ที่สุดแล้วผมอาจแก้ไขผลเหล่านั้นในอนาคตได้
เหมือนการลบแล้วเขียนใหม่
หรือลากเส้นเพิ่มเติมจากเส้นเดิม
แต่หมึกของปากกาที่เขียนไป
มันไม่กลับคืนมา
SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นสั้น
เรื่องที่นึกขึ้นได้ เรื่องที่ได้พบเจอ แค่เรื่องที่อยากบอกเล่าออกไป ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
Writer
konimon
reader @ writer
IG : konimon Facebook : มุมมองของเงา

Comments

MT40499
7 months ago
ไม่รู้ทำไมอ่านบทความของคุณแล้วร้องไห้
Reply
konimon
7 months ago
อ่านแล้วนึกถึงเรื่องอะไรครับ ลองกลับไปคุยกับความรู้สึกตอนนั้นของตัวเองดูมั้ยครับ เผื่อชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น 😂😂
Nu_Bell
7 months ago
เขียนได้ดีมากเลยค่ะ
Reply
konimon
7 months ago
ขอบคุณครับ 😁😁
Tautau
7 months ago
เศร้าดีแท้ .. สัจธรรมที่ใจต้องยอมรับสินะ :)
ขอบคุณนะ
Reply
konimon
7 months ago
ก็แค่ตัวอักษรที่ถูกเรียงร้อยขึ้นมา อาจไม่ได้เป็นสัจธรรมอะไรก็ได้นะครับ 😂😂