เฮ้ย จะจบแล้ว ยินดีกับกูหน่อย
ปี 4 | บัญชี

เฮ้ย รู้ตัวอีกทีจะจบแล้ว
กู ไม่พร้อมออกไปเผชิญชีวิตจริง
เพราะกูแม่ง มีคุณภาพไม่พอ 
กูแม่ง ยังห่วยอยู่เลย

อยากเป็นคนที่เก่งพอ
ที่พ่อแม่มองมาแล้วภูมิใจ เพื่อนภูมิใจ
ประเทศชาติไม่เสียดายที่มีผลผลิตบัญฑิตแบบกูออกมา


ในขณะที่เพื่อนรอบข้าง ส่งเรซูเม่ไปให้บริษัทหลายแห่ง
พวกตัวท๊อป แน่นอนว่าได้รับการตอบรับให้เข้าทำงาน 
บางคนก็ยังรอคอยโอกาสได้ทำงานกับบริษัทใหญ่ ยื่นมันแม่งทุกบริษัทที่มันจะทำได้ พวกบริษัทที่มั่นคงๆ ดังๆ
บางคนรวยอยู่แล้ว บ้านส่งมาเรียน ไม่ต้้องคิดมาก แค่กลับไปทำงานที่บ้านสานต่อกิจการของตัวเอง
ในขณะที่บางคนเลือกที่จะเรียนต่อต่างประเทศ ไปเวิร์คทราเวล


ส่วนกู ผู้ซึ่งอยู่ชายขอบของคณะ
ยังไม่เคยยื่นเรซูเม่ไปที่บริษัทไหนแม่งซักกะที่ สอบอะไรก็ไม่ไป
สารภาพว่ากูจบแล้ว แม่งไม่รู้จริงๆ  ว่าอยากทำอะไร
ถามกลับนะ ว่ามึงรู้จริงๆหรอ ว่ามึงอยากทำอะไร? 
สิ่งที่วางแผนกัน แน่ใจหรอวะ เอาจริงดิ พร้อมกันจริงดิ?
ยินดีด้วยว่ะ จากใจเลย

ใครที่ฟังคำตอบจากใจที่สารภาพอย่างไม่อายหมดเปลือกของคนดูไร้อนาคตแบบกูผู้น่าเวทนาคนนี้ คงมองว่าช่างเป็นคนไร้จุดหมายเสียจริง เผลอๆ เผื่อความสงสารไปถึงคนที่ส่งเรียน พ่อ คนที่ส่งกูเรียนอย่างตรากตรำ

จริง น่าสงสารจริงๆ 

ลึกเข้าไปข้างในใจ สารภาพด้วยความสมเพชตัวเอง
เปิดอกคุยกับตัวเองแมนๆ ว่าจะเอายังไงต่อ
มีเสียงเล็กๆตอบกลับมาว่า แล้วแต่มึงเลย
นี่ชีวิตของมึง มึงจะนอนโง่ๆ เฉยๆ ก็เรื่องของมึงครับ

เออ พอเป็นเรื่องของตัวเอง มันดูมัวๆ มองไม่ค่อยออก ถ้าเป็นคนอื่น กูเนี่ยแผนกที่ปรึกษาชั้นเยี่ยม พอเป็นเรื่องตัวเอง จอด

ท้าวความ ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นที่ตัดสินใจเรียนที่นี่ เพราะไม่อยากเข้ากรุงเทพฯ เด็กบ้านนอกความคิดแคบๆแบบกู คิดว่า กทม.คือดินแดนที่น่ากลัวชิบหายเลย โลเคชั่นที่จะฝากชีวิตของกูไม่ให้วุ่นวายเกินไป คือ เชียงใหม่นี่แหละ

"คณะบริหารฯ เรียนไปจะทำอะไรกิน" ประโยคของพ่อที่จะส่งเรียน เสียดแทงกูมาก ส่วนแม่ ปลอบใจ ว่าเรียนอะไรก็ได้ ขอให้เป็นคนดี อื้ม รักแม่โคตรสุดใจ คิดเองว่าเรียนเรื่องการเงิน แม่งจะทำให้ชีีวิตห่วยๆเราดีขึ้น 

สิ่งที่ได้ ระหว่าง 4 ปี :
ปี 1 | ติดเอฟ 1 วิชา เพราะจำวันสอบผิด ตื่นสาย + ปัญหาเรื่องเมท + เจอสิ่งที่เรียกว่า ขายตรง ;นิยามปีนี้ว่าปีแห่งความซวย
ปี 2 | เลือกเมเจอร์ เรียนหนักสุดๆ ;ปีแห่งการค้นพบว่ากูซวยแล้ว เลือกคณะผิด แต่ไม่มีสิทธิ์ซิ่ว #หมดแพชชั่น
ปี 3 | ลุยกิจกรรม โคตรเหนื่อย! เรียนบัญชี แต่วิธีใช้เงินพังเละ ;ปีแห่งการไม่ไหวบอกไหว 
ปี 4 | ปรับตัวได้ อ่านหนังสือเยอะขึ้น วางแผนเยอะขึ้น ข้อผิดพลาดของ3ปีก่อน อุดมันให้หมด เป็นปีที่คิดว่าถ้าปี1 ถ้ากูเป็นคนแบบนี้ กูต้องได้เกียรตินิยมแน่ๆ ทำไมเพิ่งจะมาลงตัว คิดได้ตอนนี้วะ


อยากย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ : 
มองจากจุดนี้ย้อนไปในอดีต ภาพสะท้อนตัวเองเป็นคนเละเทะโคตรคนหนึ่ง ที่มั่นใจแบบผิดๆว่ากูเอาอยู่ กูแน่ กูเจ๋ง 
แต่ที่ไหนได้ กูนี่แหละ ไม่ใช่คนจริง "แต่เป็นคนกากของจริง"
จะจบแล้ว แต่เพิ่งรู้สึกตัวว่ากูโคตรไม่พร้อมทำงานกับอาชีพนี้เลยว่ะ เพราะความรู้ในตัวไม่มีเท่าคนอื่น ให้คนเก่งๆเค้าทำไปเหอะ อาชีพนี้จะไม่ใช่กู
สมมตินะสมมติ กูย้อนไปตอนม.6 โลเคชั่นจะไม่ใช่สิ่งที่กำหนด ที่เรียน แต่ จะแสวงหาที่ที่มึงสามารถเรียนในสิ่งที่เป็นตัวตนมึงจริงๆ กูจะไม่สนใจความคิด ความเชื่อของสังคม ความเห็นอะไรทั้งนั้น กูจะฟังแค่อย่างเดียวเท่านั้น คือใจของกูจริงๆ ถ้ามึงเจอ มึงไปเลย

แล้วกูจะสื่ออะไร ? 
ถึงตอนนี้ สิ่งที่อยากบอก อยากสื่อสาร อยากเทศนา เป็นสารจากคนที่ฝืนเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบถึง 4ปี กูผู้อยู่ในเงื่อนไขที่ไม่มีสิทธิ์ที่จะซิ่วได้ เพราะเงื่อนไขความจนของกู โอเคนะ 

ฉะนั้นถ้ามีม.6 ซักคนมาถามว่า ระหว่างสิ่งที่ชอบ กับสิ่งที่คิดว่าควรเรียน/พ่อแม่ให้เรียน  จะเลือกอะไร?
โห โคตรง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ เรื่องนี้มึงคิดให้น้อยที่สุดเลย มึงเลือกสิ่งที่มึงชอบก่อนเลย (ให้แน่ใจจริงๆว่าชอบเหี้ยๆ ต้องเรียนให้ได้) แล้วเอาเวลา พลังงานที่เหลือ ไปหาที่เรียนที่ดีที่สุด ที่คิดว่าจะเกลามึงให้เป็นเพชรได้ มึงไป 

กลับกัน ถ้ามึงดันเก่งมาก ความสามารถของมึงถึงขั้นสามารถเรียนในคณะที่มีความเชื่อว่าสูงส่ง จบมาเงินดีชิบหายวายวอด พ่อแม่ครูเพื่อนสนับสนุน ถ้าใจมึงชอบด้วยก็เอาเลย 

แต่ถ้าดันชอบอีกทางที่สวนกระแสทุกอย่างในโลกนี้ กูก็นอนยันคำเดิม มึงเอาที่มึงชอบ เพราะสุดท้ายเลยนะคนเรียนคือมึง มึงต้องสู้ต้องฟัดกับมันอีกหลายปี ต้องเจอจุดที่อาจจะเบื่อมันขึ้นมา แต่สุดทาง คือยังไงมึงก็มีแรงเรียน แพชชั่นมึงอาจจะมอดระหว่างทางก็ได้ แต่มึงมาถูกทาง ลมพัดมาดับไฟได้ ยังไงก็จุดไฟใหม่ได้ง่าย ได้ไว
ไม่เหมือนคนหลงทางแบบกู 
จุดไฟยากชิบหาย เซงชิบหาย เบื่อชิบหาย 

ถ้า 4 ปีก่อนมีคนบอกกูแบบนี้ คงดี

แล้วถ้าคนประเภทรู้ตัวว่าแอปเปิ้ล อยู่ในกล่องส้มไม่ได้ มาเรียนผิดที่ผิดทางแล้วมึงมีความสามารถจะหาทางไปกล่องส้มได้ มึงไปเลย แต่ถ้าสิ้นไร้ไม้ตอกแบบกูอ่ะนะ ก็ทำวันนี้แม่งให้ดีที่สุดแบบ day by day ฝืนเรียนไปเหอะ ยังไงก็ยังมีประโยชน์ซักทางใดทางหนึ่งบ้าง จบไปค่อยเริ่มต้นใหม่ สายไปบ้าง ก็ยังดีกว่าไม่รู้ตัว
เลือกคณะ ก็เหมือนเลือกว่าจะแต่งงานกับใคร คิดว่ามีความสุขเพราะเงิน หรือเพราะคนที่แต่งงานด้วย เลือกเอา เดิมพันมันด้วยตัวมึงเองถ้้าจะให้เปรียบเทียบคณะที่เรียน คงเหมือนกับเลือกคนที่ต้องแต่งงานด้วย เพราะมันจะเป็นพาร์ทชีวิตที่ต้องทุ่มเทเยอะ ใช้เวลากับมันเยอะ ถ้ามึงไม่รักมันจริิงๆ สภาพจะเหมือนกูตอนนีี้ี 
แต่ไม่ใช่ว่ามึงเลือกสิ่งที่ชอบแล้ว ไม่ทำอะไรต่อ เฉยๆ เฉื่อยๆ เรียนเรื่อยๆไปวันๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับกูนะ ไหนๆมีสิทธิ์ได้อยู่กับสิ่งที่ชอบแล้วแล้ว เรียนให้ตายกันไปข้าง ใช้ชีวิต เลือดเนื้อ หยาดเหงื่อของมึง เดิมพันกับมัน มันไม่ทรยศมึง 
ขอเตือนว่าความขี้เกียจคือนรกขุมลึกอย่างที่มึงไม่มีวันคาดถึงอย่าย่ามใจ อย่าไว้ใจตัวเองนักเลย มึงต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไป ถ้าอยากเป็นเพชร มึงต้องทนเหลี่ยมคมของตัวเอง 


เกิดมาทั้งที แสวงหาสิ่งที่เป็นปลายทางของมึงให้เจอ 
ส่วนกู คงได้เวลาลับไปหามาตุภูมิ ตัวตนที่กูจากมาไกล
4 ปี เพียงพอที่จะรู้ว่า กูไม่ควรอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของกู 
ไม่ใช่ให้ใครบอกว่ากูเหมาะ แต่ต้องเป็นตัวกูเอง 

เฮ้ย กูจะจบแล้ว
ยินดีกับกูหน่อย 

ปี 4 | บัญชี 
อนาคต | คนที่วาดรูปเก่งเหี้ยๆคนหนึ่ง 
SHARE
Written in this book
ปี ๔

Comments