ฉัน กับ โรคซึมเศร้า "เปลี่ยนยา"
"หมอว่าฝ้ายอาจมีพื้นเป็นไบโพล่าร์"
วันนี้มาหาจิตแพทย์ตามที่นัดไว้เมื่อเดือนก่อน

มาสายไปสิบนาที.. ซอรี่ค่ะหมอ 5555


ครั้งนี้พบว่าน้ำหนักขึ้นมา 2 กิโลกรัม เท่ากับตอนนี้44.2กก. เป็นผลข้างเคียงจากยาต้านเศร้าตัวก่อนที่ได้รับไปทำให้อยากอาหารมากขึ้น หลังจากไม่มีความอยากอาหารมานานแต่ว่ากันตามจริงคือความEnjoyในการรับประทานอาหารก็ยังไม่กลับมานะ เพียงแต่หิวบ่อยเท่านั้น
เวลาเจออาหารก็แบบ.. ไม่ได้รู้สึกอยากกิน เวลาทานอาหารอร่อยก็แค่ อืม.. อร่อยดี แต่ก็ไม่ได้มีความสุขกับการกินแต่อย่างใด ต้องสูญเสียชื่อเสียงด้านตัวเล็กแต่แดกจุไปอย่างช่วยไม่ได้ (อันนี้ไม่ได้เว่อร์นะคะ ดิฉันเคยพาเพื่อนสาว 2 คนไปทานอาหารที่บ้าน ทั้งสองคนทานอาหารที่จัดเตรียมไว้ให้ได้แค่หนึ่งส่วนในสามเท่านั้น ส่วนดิฉันเหรอ.. นอกจากหมดแล้วยังเติมอีกหนึ่งจาน ป้าบอกเห็นปกติฝ้ายมันกินหมด ป้าก็นึกว่าสาวๆปกติเขากินกันเท่านี้)

สำหรับใครที่คิดว่าก็ดีนี่จะได้ไม่อ้วน
คุณคะ.. แค่ความสุขจากการกินโรคนี้มันยังพรากไปจากดิฉันได้ คือไม่เหลืออะไรให้สุขได้อีกแล้วชีวิต 5555

ระหว่างรอพยาบาลเรียกชื่อก็นั่งสังเกตผู้ป่วยต่างๆที่มารับการรักษา ซึ่งมีไม่มากนักส่วนมากจะเป็นเด็กวัยรุ่นที่มาพร้อมกับผู้ปกครอง

'น่ารักจริงเว้ยพ่อหนุ่ม'
ฉันคิดหลังจากแอบจ้องเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งตัวสไตล์.. น่าจะเกาหลี (โทดทีค่ะดิฉันเป็นมนุษย์โคตรไร้เซนส์ด้านแฟชั่น)

แต่การเหล่หนุ่มของมนุษย์ฝ้ายนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับโรคซึมเศร้าแต่อย่างใด เข้าเรื่ิองสักทีมั้ย ฮ่าๆ โอเค

หมอ: "คราวก่อนหมอให้ยาไปกินเป็นยังไงบ้าง"
ฝ้าย: "สองวันแรกปวดหัวบีบๆ อารมณ์แย่มากๆเลยค่ะหงุดหงิดไม่อยากยุ่งกับใคร ใจเต้นเร็ว มึนๆง่วงๆ รู้สึกตัวเองไร้ความสามารถ แต่วันที่สามอยู่ๆก็อารมณ์ดีมากๆ energyเยอะมาก คุยได้กับทุกคน ดีได้ไม่กี่วันก็อารมณ์แย่ไปอีกสองอาทิตย์ ไม่อยากเข้าสังคม หงุดหงิดมาก เบื่อมากขนาดไม่ทำงานทำการ และรู้สึกตัวเองนิสัยแย่มาก อาทิตย์ที่สี่ดีขึ้นค่ะ ไม่หงุดหงิดมากเท่าไหร่ แต่ยังอยากอยู่คนเดียวอยู่"

หมอ: "แล้วเรื่ิองการนอนเป็นยังไงบ้าง"
ฝ้าย: "รู้สึกว่ายานอนหลับที่หมอให้ไม่ช่วยให้นอนได้ แถมตื่นมายังง่วงต่อทั้งวันอีกด้วย"

หมอ: "อืม.. แปลกมาก หมอไม่เคยเห็นใครที่กินยาตัวนี้แล้วอารมณ์แกว่งเท่าฝ้ายมาก่อนเลย มันมีตัวกระตุ้นอะไรที่ทำให้ฝ้ายหงุดหงิดบ้างไหม"
ฝ้าย: "พอดีก่อนที่จะอารมณ์แย่มากๆ โดนกรดแมลงก้นกระดกค่ะ แล้วหน้าเละเลย เป็นแผลใหญ่มากๆ"
หมอ: "แล้วฝ้ายเป็นคนใส่ใจเรื่องความสวยความงามมากหรือเปล่า"
ฝ้าย: "ไม่ค่อยนะคะ แต่งหน้าอย่างเดียว ปกติแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรเลยค่ะ แต่ว่าแผลมันใหญ่มากๆ แอบเครียดนิดหน่อย"

หมอ: "อืม.. ถึงจะมีตัวกระตุ้น แต่อารมณ์ก็ไม่น่าจะแกว่งมากขนาดนี้ แปลกมาก. หมอคิดว่าฝ้ายอาจจะไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า"
ฝ้าย: (หมายถึงไม่ได้ป่วยใช่มั้ยหมอ กรี๊ด)
หมอ: "หมอว่าฝ้ายอาจเป็นไบโพล่าร์"
ฝ้าย: (เพล้ง! เสียงความหวังเมื่อเสี้ยววิแตกสลาย คือถ้ากินน้ำอยู่คือพุ่งแน่นอน)
หมอ: แต่หมอยังไม่ฟันธงนะ หมอขอObserveไปสักพักก่อน แต่ฝ้ายเซ้นสิทีฟกับยามากเลย แถมอาการตอบสนองต่อยาต้านเศร้ามันแปลกๆ หมอเลยไม่แน่ใจ
ฝ้าย: (น้ำตาคลอ ช็อค..)

คือต้องบอกก่อนว่าเรากลัวโรคไบโพล่าร์มากๆ เพราะเคยเห็นตัวอย่างเพื่อนที่เป็นแล้วมันน่ากลัวมาก มันเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่คิดว่าจะเป็น ก่อนหน้านี้เคยอ่านเรื่อง 'โรคซึมเศร้าแกรักฉันมากแต่แกก็กลายพันธุ์เป็นไบโพล่าร์' ใน storylog (จำชื่อเรื่องเป๊ะๆไม่ได้นะคะ แถมยังจำชื่อผู้เขียนไม่ได้อีก หนูขอโทษ~ TT) อ่านแล้วก็อารมณ์ประมาณว่า โอ้โห... หูยยย น่ากลัววว เปลืองตังไปอีกกก พี่เขาเป็นหนักเนอะ เรานี่ยังโชคดีเป็นโรคซึมเศร้าอันแสนน่ารักงุ้งงิ้งเหงาหงอย ไม่เป็นหรอกอะไรแบบนั้น

นั่นไง เพิ่งดีใจไปหยกๆ หมอก็ทำเครียดเลย

หมอ: "ทำไมพอหมอบอกเกี่ยวกับอารมณ์สองขั้วแล้วฝ้ายดูตกใจมาก"
(แอบคิดแว้บนึงว่า สมแล้วที่เป็นจิตแพทย์ หมอคงมองจุดเล็กๆน้อยๆ นัยตาในลูกตาของเราแล้วเห็นว่าเรากลัว อู้หู~ เมพจริงไรจริง
แต่เปล่าหรอก คิดได้ครู่เดียวก็นึกขึ้นได้ว่ากุเป็นมนุษย์โอเวอร์รีแอ๊คชั่นใครมองก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่ 555)
ฝ้าย: "มันดูร้ายแรงอะค่ะ เคยเห็นเพื่อนที่เป็นเล่าเรื่องอาละวาดจะฆ่าตัวตาย น่ากลัวมาก" 
(น้ำตาคลอ จิกมือฮึบไว้.. กุจะไม่ปล่อยโฮต่อหน้าหมอ กุแข็งแกร่ง555)

หมอ: "คืออย่างงี้นะ โรคอารมณ์สองขั้วเนี่ยก็มีหลายแบบ อย่างของฝ้ายเนี่ยน่าจะมีโรคซึมเศร้าเป็นหลักมากกว่า แต่เมื่อขั้วบวกมามันจะทำให้เรามั่นใจมาก ฉันทำได้ทุกอย่าง ฉันเก่ง พูดเร็วขึ้น ความคิดผุดขึ้นมาเต็มไปหมด ร่าเริงมากๆ และไม่กลัวอะไร มันน่ากลัวตรงนี้แหละ คือเราจะขาดการยับยั้งชั่งใจและห้ามปรามตัวเอง ไม่กลัวใคร"
ฝ้าย: (พยักหน้า พูดไม่ได้เดี๋ยวปล่อยโฮ 555)
หมอ: "แต่ไม่เป็นไร หมอยังไม่ฟันธงนะ แต่คิดว่าน่าจะมีพื้นเป็นไบโพล่าร์อยู่ ส่วนคราวนี้หมอว่าเราลองเปลี่ยนยากันดูมั้ย มันมียาตัวนึงที่ช่วยเรื่องการนอนและต้านเศร้าในตัวเดียวกัน ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แต่.. ยาตัวนี้กินแล้วอ้วน อ้วนเลยแหละ ฝ้ายจะขยายขึ้นเยอะ เพราะมันทำให้อยากอาหารมากๆ และตัวนี้จะทำให้ง่วงมากเช่นกัน"
ฝ้าย: (กินแล้วนอนสินะ ของถนัด)
หมอ: "ปกติฝ้ายนอนกี่โมง"
ฝ้าย: "2-3ทุ่มค่ะ แต่หลังๆมานี้รู้สึกไม่อยากนอน เลยนอนประมาณ 5ทุ่มเที่ยงคืน"
หมอ: "คือง่วงแต่ไม่นอนเหรอ"
ฝ้าย: "ค่ะ มันง่วงแต่รู้สึกไม่อยากนอน อยากทำอย่างอื่นมากกว่า"
หมอ: "คืองี้นะ การนอนเนี่ยมันเหมือนประตูที่มีเวลาเปิดปิด ถ้ามันเปิดแล้วเราฝืนไม่เข้าไปไม่นอน มันก็จะปิดแล้วทีนี้ก็ไม่หลับละยาวเลย งั้นคราวนี้ให้ลองนอนตามเวลาดูนะถ้าง่วงก็นอนเลย แต่ถ้าง่วงเวลาที่นอนไม่ได้อย่างเวลางานนี่ก็มาคุยกันอีกที"
ฝ้าย: "โอเคค่ะ"
หมอ: "ยาตัวนี้ให้วางไว้บนลิ้นแล้วมันจะละลาย อร่อยด้วยรสมิ้นต์ เอาไปลองก่อนถ้ามีอะไรโทรมาหาหมอเลย ถ้าหมออยู่เวรหมอจะรับแน่นอน"

รอบนี้เสียไปสองพันนิดๆ ได้ยามาตัวเดียวคือ Mirtazapine เอาจริงๆ ไม่อยากอ้วนเลยค่ะ แต่ที่ยอมลองเพราะเกิดมาไม่เคยหนักเกิน 45 โล ไม่ว่าจะกินเยอะมหาศาลแค่ไหนก็ตาม เลยคิดว่าเราคงไม่อ้วนขึ้นขนาดนั้นมั้ง 5555 แต่หมอยืนยันว่าจะขยายขึ้นแน่นอน เลยถามหมอว่า ถ้ามันขยายมากไปแล้วหนูไม่โอเคละ? หมอบอกถึงตอนนั้นแล้วค่อยมาคุยกันได้



ผลของกินยาไปคืนแรก
กินไปไม่ถึงสิบนาทีคือง่วง.. ง่วงแบบทนไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ต้องนอนเท่านั้น ง่วงจนยืนเซ ง่วงจนมองแล้วมันมืดๆไปหมด อาบน้ำก็ไม่ช่วยให้ตื่นขึ้นได้แม้แต่น้อย ล้มตัวลงนอนแล้วหลับตาคือภาพตัดเลย บาย~

ฟังดูเหมือนดีช่วยเรื่องนอนได้ แต่ประเด็นคือตื่นมาแล้วมันง่วงมาก นอนสามทุ่มกว่าๆตื่นหกโมงครึ่ง รู้สึกหลับดีมีพลังแต่ง่วง - -  บ่ายแก่ๆก็ยังคงง่วงเหมือนเดิม ตื่นขึ้นนิ้ดดดเดียว มีอาการใจเต้นเร็วเมื่อช่วงเช้า แต่อารมณ์ไม่แย่ อารมณ์ค่อนข้างโอเคเลย

หมอบอก 2 วันแรกจะลำบากหน่อยแต่ขอให้อดทนนะ 
แล้วคืออีนี่ทำงานอยู่ในโรงงาน หวังว่าจะไม่มีไปแปลในไลน์ผลิตแล้วเผลอหลับล้มตัวลงไปในเครื่องจักรนะ 555

-------------------------------------
มนุษย์ฝ้ายจะน้ำหนักจะเกิน45 หรือไม่
อารมณ์จะดีขึ้นหรือเปล่า
จะเป็นไบโพล่าร์จริงๆมั้ย

To be continue.. ค่ะ 5555



mrd 
SHARE
Writer
mrd_hi
etc.
No one's here. I just come to write my diary.

Comments