อยากตัดผม

รำคาญจะแย่ เส้นผมขยับทิ่มหลังใบหูยุบๆ ยิบๆ 

ผมคิดขณะเอื้อมมือไปเขี่ยเส้นผมยุบยิบนั่นออกจากหลังใบหู แต่ไม่ง่าย มันต่างพากันคัดค้าน ร้องไห้กระจองอแง ทิ่มๆ ตำๆ ส่วนบางของขอบหูอยู่ไม่เลิก

เหมือนบรรดาพวกคนชูนิ้ว ชูป้าย ร้องกระจองอแงข้างนอกนั่นทีเดียว

น่ารำคาญ ขนาดว่านี่แค่หูซ้ายเท่านั้นนะ

นานมาแล้ว ผมอยากไว้ผมยาว มันเท่ห์ ไม่มีเหตุผลหรอก ผมอาจได้อิทธิพลมาจากหนังอเมริกันสักเรื่องที่พ่อเปิดให้ดูตอนเด็ก แล้วต้องสูบบุหรี่ด้วยนะ กับนุ่งกางเกงยีนส์สีซีดคาดเข็มขัดหนังเส้นโต ใส่เสื้อยืดเปรอะเหงื่อที่ไม่เคยแห้งเหมือนกับพวกคนงาน ในความเป็นจริง ดาราอเมริกันพวกนั้นก็พากันใส่เสื้อยืดตามอย่างพวกคนงานกันทั้งนั้นล่ะ (ผมจำได้ว่าหลังจากที่หนังอเมริกันเรื่องนั้นออกฉาย คนก็พากันใส่เสื้อยืดกับนุ่งกางเกงยีนส์ตามกันทั้งเมือง แม้แต่พวกคนงานก็ด้วย) และในอีกความเป็นจริง เสื้อที่ไม่เคยหมาดเหงื่อมันโคตรน่ารำคาญ เข็มขัดนั่นก็อมเหงื่อฉิบหาย เวลาคลายออกโคตรสบาย กางเกงยีนส์นั่นก็เหมือนกัน

ผมหันซ้ายขยับผมให้สบาย หูขวาก็ร้องไห้ขึ้นมาอีก อยากตัดผมจะแย่ อยากโกนหัวให้เหมือนพวกที่ใส่ผ้าเหลือง ไม่ก็พวกที่ใส่เครื่องแบบนั่น อันที่จริง ไม่นานนักดอก ผมอาจจะต้องถูกกล้อนผมทั้งหัวจริงๆ เข้าสักเวลา คิดไปก็ประหวั่น ไอ้คิวแถวพวกคนข้างหน้ายิ่งหดสั้นลงทุกที

ทำไมไม่กล้อนผมคนพวกนั้นบ้างนะ พวกชูนิ้ว ชูป้ายข้างนอก เผื่อจะช่วยให้พวกมันหุบปากได้บ้าง เปล่าหรอก ไม่ใช่หมายถึงข้างนอกห้องจริงๆ ตอนนี้ พวกเขาอยู่ข้างนอกบนถนนนั่น แต่ภาพพวกเขาลอยหราอยู่ในทีวี นายกรัฐมนตรีเพิ่งเตือนพวกเขาเมื่อคืนว่าให้เงียบเสียง แต่เปล่าประโยชน์ วันนี้เสียงเชียร์เหมือนจะยิ่งดังขึ้นอีก ผมคิดว่าแค่พูด พวกเขาคงไม่ฟังดอก กฎหมายก็มี ไม่ใช้ ยึดมาทำไม อำนาจ น่ารำคาญแท้

เสียงเชียร์ดังขึ้นอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงในทีวี เป็นเสียงลุงป้าน้าอาของพวกที่นั่งอยู่รอบๆ ห้องเดียวกับผมนี่ล่ะ ตะโกนกันลั่นตอนที่ผู้ชายคนนั้นลุกขึ้นไปจุ่มมือใส่โถพลาสติกในมือคนในเครื่องแบบ พอคนในเครื่องแบบอีกคนประกาศ “ทอบอหนึ่ง ผลัดหนึ่ง” ไอ้หมอนั่นก็เป็นลมไปเลย คนขำกันใหญ่ มีเพียงคนหนึ่งที่ร้องไห้ เป็นหญิงสาวอายุใกล้เคียงกับหมอนั่น และมาพร้อมกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ยืนงง

กระดาษในมือคนใส่เครื่องแบบที่มีสีแดง ทิ่มตาผมจากที่ไกล ที่ทิ่มอีกอย่างก็คือผมหลังใบหูที่ทิ่มไม่หยุด และตอนนี้ยิ่งทิ่มเพราะมีเหงื่อเม็ดโตไหลผ่านซ้ำด้วย

หมดจำนวนคนนั่งรอก่อนหน้าผมแล้ว คนใส่เครื่องแบบพยักหน้าเรียกให้ผมไปจุ่มมือสุ่มหยิบกระดาษในโถพลาสติกนั่น

ลุงป้าน้าอาคิกๆ ขำกันใหญ่ ผมรู้สึกได้แม้จะไม่ได้มอง แต่เปล่า พวกเขาไม่ใช่ลุงป้านาอาของผมแม้แต่คนเดียว ไม่มีหญิงสาวกับเด็กที่ไหนมานั่งรอดูผมด้วย ตอนนี้ผมคิดถึงแต่เพียงเลขหมายโทรศัพท์มือถือของแม่เท่านั้น แม่จะได้ยินเสียงโทรศัพท์ไหม ถ้าพวกในทีวียังร้องกันระงมน่ารำคาญ มานึกดูอีกที ผมลืมเปิดทีวีให้แม่เมื่อเช้าก่อนออกจากบ้าน แม่คงใช้เวลารับโทรศัพท์ไม่นาน แต่คงใช้เวลาเฆี่ยนตีผมด้วยถ้อยคำผ่านโทรศัพท์นานกว่า แม่ชอบดูทีวี แต่แม่ลุกไปเปิดทีวีเองไม่ได้นานแล้ว เป็นอีกไม่กี่ครั้งที่ผมรำคาญตัวเอง
 
บางคนในห้องยกกล้องโทรศัพท์ขึ้นมา พร้อมๆ กับที่ผมผุดลุกขึ้นยืน แม้แต่พวกคนในเครื่องแบบก็ด้วย

กระดาษในโถพลาสติกนั่นชื้นไปหมดตอนผมจุ่มมือลงไป เหมือนมือของผม แต่คงไม่เท่าหลังใบหูของผมตอนนี้ มันชื้นกว่า เพราะมันกระจองอแงร้องไห้เป็นเหงื่ออาบสองแก้มผมแล้ว

ผลัดจากนิ้วผม กระดาษสีขาวก็ดิ้นหลุดไปอยู่ในมือคนในเครื่องแบบ ขณะคลี่ ปากของเขาก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ไมโครโฟน

น่าแปลก ไม่ยักกะรู้สึกรำคาญผมหลังใบหูแล้ว

เพราะมันคงมัวแต่ลุกชูชัน! 

SHARE

Comments