เราเชื่อ..ในสิ่งที่เรายังมองไม่เห็นได้แค่ไหน

เรามักจะอยู่กับโลกของความเป็นจริงเสมอ 
เชื่อในสิ่งที่ตามองเห็น มีหลักฐานชัดเจนเท่านั้น  
แต่ว่า..เราจะเชื่อเพียงแค่นั้นเหรอ 

เพราะว่า..โลกแห่งความเป็นจริง
ที่เป็นอยู่ในตอนนี้..หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

สิ่งที่เรามอง..เราอาจมองไม่เห็นครบทุกด้าน
แม้กระทั่งหลักฐาน..ยังต้องดูที่เจตนาของผู้กระทำ


มีหลายสิ่งในโลกนี้..ที่เรายังมองไม่เห็น
แต่เรายังคงเชื่อมั่นว่าจะได้เห็น..เมื่อถึงเวลา
แล้วเมื่อเราเชื่อมั่นในสิ่งนั้น..เราจะใช้ชีวิตในแต่ละวันเป็นอีกแบบหนึ่ง
แบบที่มีความหวัง..มีพลัง..และมีความสุขกว่าที่เคยเป็นมา

1. เราเชื่อมั่น..ศรัทธา ว่ามีผู้สร้างโลกและจักรวาลทั้งหมดนี้
พระองค์ทรงสร้างและบริหารจัดการทุกอย่างในโลกใบนี้
ทรงรู้ทุกสิ่ง กำหนดทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นในจักรวาล
และทรงรู้แม้กระทั่งความคิด จิตใจของเรา
เราจึงไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ หรือทำสิ่งไม่ดีในโลกใบนี้
เพราะเราจะได้รับผลตอบแทนอีกทีในโลกหน้า
พระองค์ทรงรู้ดีว่า ในวินาทีนี้..ชีวิตของเราควรจะอยู่หรือควรจะจากโลกนี้ไป
และทรงประทานสิ่งต่างๆ มากมายให้กับเราในเวลาที่เหมาะสม
พระองค์ทรงเมตตาเราทุกๆ คนมากมายแค่ไหน
เราจึงควรใช้ชีวิตให้ดี ให้สมกับที่พระองค์ทรงมอบคุณค่าให้กับเรา

และเมื่อถึงโลกหน้า..เราจะได้เจอพระองค์


2. เราเชื่อในศักยภาพของตนเองได้แค่ไหน 
เราในอดีต กับเราในตอนนี้ ไม่เหมือนเดิม
มีบางอย่างเปลี่ยนไป ทั้งในความคิดที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่
และการกระทำที่เราสามารถทำอะไรๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อก่อนเราอาจจะเป็นคนนิสัยไม่ดี แต่วันนี้เรากลับดีขึ้น
เรามีความสามารถพิเศษบางอย่าง ที่เราเริ่มมองเห็นและมีหลายคนชื่นชม
และยิ่งเราฝึกฝนทักษะพิเศษเหล่านั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เรายิ่งทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม
จนไม่มีเวลาไปทำให้จุดอ่อนของเราแย่ลง 

แม้ว่าเราจะเลือกอยู่เฉยๆ..แต่ระบบร่างกายมากมายในตัวเราก็สามารถทำได้โดยอัตโนมัติ
เป็นระบบที่ดีกว่าคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนหลายร้อยล้านเท่า
มีงานวิจัยที่พิสูจน์ว่าเรายังไม่ได้ใช้ศักยภาพที่มีมากนัก เราซ่อนมันไว้ตั้ง 80%
เพราะเรากลัว ขี้เกียจ ไม่รู้ตัวเอง หรือเพราะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่
นั่นเพราะเรายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ

แต่เมื่อใด..ที่เราเริ่มรู้สึกว่า เราสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด
เราจะใช้ชีวิตที่ต่างไปจากเดิม เราจะทำในสิ่งที่เราอยากทำ
เราจะมองเห็นจุดแข็งของตัวเอง และพัฒนาให้เป็นจุดเด่นที่สร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้

เราเชื่อมั่นว่า..เราทุกคนมีของ
ถึงเวลาเริ่มปล่อยของในตัวคุณได้แล้วล่ะ 



3. เราเชื่อมั่น..ว่าเราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น
คุณเดาอนาคตของตัวคุณเองได้ไหม
แน่นอน..ไม่มีใครทำนายอนาคตใครได้
แม้จะเป็นพยากรณ์อากาศก็ยังมีโอกาสพลาดได้
หรือถ้าจะเป็นหมอดู ต่อให้เขาบอกว่าเราจะโชคดี
ถ้าเราไม่ลงมือทำสักที มันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้

แต่เราสามารถประเมินได้จากสิ่งที่เราเป็นอยู่ในตอนนี้
ว่าถ้าเรายังอยู่เฉยๆ ยังไม่ยอมทำในสิ่งที่เราอยากทำ
เราจะเสียใจแค่ไหน ที่ได้แต่มองเห็นคนอื่นเขาได้ทำ

ในอนาคต..เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เราจะโชคดี ได้เจอปาฏิหาริย์หรือไม่
บางคนเจอจุดเปลี่ยนในชีวิต มีหนี้สินหลายล้าน แต่ก็พลิกกลับมาร่ำรวยเป็นเศรษฐีได้
นั่นเพราะเขามีความกล้าที่จะหาทางเพิ่มรายได้ และใช้ชีวิตให้เรียบง่าย
บางคนเฉียดตาย เมื่อหายดี ก็กลายเป็นคนแข็งแรง ได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้จนสำเร็จ
นั่นเพราะเขามีพลังใจที่เข้มแข็ง และเชื่อว่าจะหายดี
หรือแม้บางคนถูกลอตเตอรี่เป็นล้าน แต่ก็ร่ำรวยได้ไม่นาน กลับไปจนอยู่ดี
นั่นเพราะเขาไม่รู้วิธีบริหารจัดการเงิน หรือลืมวิถีชีวิตที่เรียบง่าย เงินจึงอยู่ได้ไม่นาน
อย่ารอให้จุดเปลี่ยนมาถึงเลย..สู้ทำวันนี้ให้ดี ทำในสิ่งที่อยากทำ
เหมือนการเตรียมแปลงดิน หว่านเมล็ด รดน้ำ ใส่ปุ๋ย 
ทำดินให้ดี ดูแลต้นไม้ให้ดี สักวันมันจึงจะมีดอกผล อย่างที่เราตั้งใจไว้

ก็เป็นเรื่องจริงนะ..ที่ถ้าเรากำลังอยู่ในวังวนของความทุกข์
เราก็ยากที่จะจินตนาการถึงความสุขในครั้งถัดไป
ถ้าเรามีหนี้ มันก็ยากที่เราจะคิดถึงตอนที่เราร่ำรวยได้
ถ้าเราป่วย มันก็ยากที่เราจะคิดถึงตนเองตอนมีสุขภาพดีได้

แต่มันจำเป็น...และมันจะง่ายขึ้น
เมื่อเราคิดถึงด้านบวกของชีวิตหลังจากวันนี้ไว้
จินตนาการว่าเราจะรู้สึกดีแค่ไหน ถ้าเราร่ำรวย เราแข็งแรง
นั่นจึงจะให้กำลังใจที่ดี มีพลัง และพบเจอทางออกจากความทุกข์นั้นๆ ได้
ถ้าเราป่วย..เราจะเชื่อว่าเราหายและกลับมาแข็งแรงได้
ถ้าเรามีหนี้..เราเชื่อว่าเราจัดการคืนหนี้ได้ (แต่ถ้าให้ดีมีหนี้เท่าที่จำเป็นดีกว่า) ^^
และมันไม่ใช่ความหวังอย่างเดียว เพราะมันจะกลายเป็นพลังให้เราลงมือทำอะไรสักอย่าง

เราเชื่อว่าคุณจะมีชีวิตที่ดี
ถ้าลงมือเตรียมดินให้ดี ปลูกผักที่ต้องการ
(ทำใจให้พร้อมรับความสุข และสนุกในสิ่งที่ทำ)

 

4. เราเชื่อมั่นในรักแท้แค่ไหน
มีหลายคนที่ได้พบเจอรักแท้แล้ว..
(เชื่อเลยว่า เมื่อเขาได้อ่านประโยคข้างบนแล้ว จะอมยิ้มอย่างมีความสุข)
แต่มีหลายคนที่ยังไม่ได้เจอ
(ในจำนวนคนเหล่านี้ มีทั้งคนที่เชื่อและรอคอยอย่างสบายใจ แต่บางคนก็กังวลใจ)

เราทุกคนมีคู่ชีวิตนะ และเราจะได้เจอเขาในเวลาที่เหมาะสม
เพราะพระองค์ผู้ทรงสร้าง ได้ดำรัสไว้อย่างนั้น เราจึงเชื่อมั่นและปล่อยวาง
บางคนอาจจะได้เจอในโลกนี้ และบางคนเหมือนอยู่คนเดียวในโลกนี้แต่เขาจะได้เจอในโลกหน้า
(ถ้าเขาเป็นผู้ศรัทธาที่ได้รับความเมตตาจากพระองค์)

ถ้าเราเชื่อว่า เรามีคู่แท้ คิดว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างไร
เราจะมีความสุขด้วยตัวเองได้ใช่ไหม
และจะมีอีกคนมาเป็นของขวัญเติมความสุขให้..เมื่อถึงเวลา
บางคนไม่คิดมากในเรื่องนี้ เพราะเขาเชื่อมั่นและปล่อยวาง
เขาก็ได้เจอ อย่างที่เขาบอกเลยว่า ถ้าจะมา..ก็มาเอง

แต่ถ้าเราไม่เชื่อหรือสงสัยในรักแท้ล่ะ เราจะเป็นอย่างไร
เมื่อเราเจอคนที่ไม่ใช่ เราจะปล่อยเขาไปได้ใช่ไหม 
หรือเราจะรั้งเขาไว้ เพราะกลัวการต้องอยู่คนเดียว

การรอคอย..รักแท้..ก็ไม่ใช่ว่าเป็นการนั่งเฉยๆ 
ถ้าเราเชื่อว่าเราเป็นคนดี แต่ตอนนี้ยังไม่มีใคร
อาจเป็นเพราะว่า เรายังเป็นคนที่ดีกว่านี้ได้อีก
ขอเพียงเชื่อว่า เราคู่ควรกับคนที่ดีเช่นกัน
เอาเวลามาพัฒนาตัวเองให้เป็นคนดีจริงๆ มีความสุขได้อย่างแท้จริงไปพลางๆ

เพราะเราเชื่อว่า..คนที่ใช่สำหรับคุณก็รอคุณเช่นกัน

มีหลายสิ่งที่เรายังมองไม่เห็น
แต่ถ้าเราเชื่อมั่นว่าเราจะได้เจอ
เราจะมีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม

เป็นกำลังใจให้เจอในสิ่งที่อยากเจอ
(แต่อย่าลืมลงมือทำด้วยนะ)

#takuma
SHARE
Written in this book
Islam Canon
คำสอนที่ใช้ได้ทั่วไปในทุกสถานการณ์
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments

iMeowHeng
2 years ago
ขอยคุณนะคะ ชอบตรงนี้มาก คนที่ใช่สำหรับคุณ ก็รอคุณเช่นกัน
Reply
takumacheerup
2 years ago
เมื่อก่อนก็เคยสงสัย
แต่ตอนนี้เชื่อมั่นแล้วค่ะ 😍