Impossible love (Binkyeong) -8-

                                                         - SURPRISES -

“พ..พวกมึง มาไม่บอกกูเลยนะ”
“กูไลน์หามึงแต่เช้าแล้วว่าจะเข้ามาทำอะไรกินห้องมึง แต่มึงไม่ตอบกูเอง” หมวยบอก พอฉันดูโทรศัพท์ก็มีแชทเข้าจริงๆ แต่ฉันดันปิดเสียงไว้ ฉันยิ้มแหยๆ ให้กับเหล่าเพื่อนของฉัน
“พี่มิ้นมาตั้งแต่ตอนไหนเหรอคะ แล้วพี่มิ้นมาหาอิเบลมันทำไมอ่ะ” หมวยหันไปถามพี่มิ้นด้วยสายตาค้นหาความจริง
“เอ่อ..คือพี่มา..” 
ฉันดึงตัวพี่มิ้นแยกมาที่ห้องนอนก่อน
“พี่มิ้น เดี๋ยวพวกเพื่อนเบลจัดการเอง” ฉันยกมือขึ้นไปลูบแก้มนิ่ม “พี่ยังง่วงอยู่มั้ย”
“ตอนนี้โคตรตื่นเลยค่ะ” เธอว่าพลางทำตาโต เชื่อว่าตื่นจริง ฮ่าๆๆๆๆ
”งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนมั้ย ระหว่างนี้ฉันจะไปคุยกับพวกเพื่อนให้ พี่จะได้ไม่อึดอัด”
“อื้อ ก็ได้ค่ะ” คนตัวโตตอบรับอย่างว่าง่าย แล้วดึงฉันเข้าไปกอด
“พี่มิ้น..คงไม่ว่ากันนะ คือฉันยังไม่เคยเล่าเรื่องเราให้ใครฟังเลย”
“อื้อ ไม่เป็นไร” เธอยังไม่ยอมปล่อยกอด
“ฉันจะเล่าให้พวกนั้นเข้าใจเอง ไม่ต้องห่วงนะ” ฉันยิ้มกว้างให้เธอมั่นใจ เธอยอมปล่อยแล้วไปอาบน้ำ

..เอาล่ะ ฉันต้องเผชิญการตอบคำถามอันมากมายจากพวกนั้นแน่นอน


“มาแล้วเหรออิตัวดี อิเบล อิเพื่อนเลวววว” เสียงแหลมของหมวยดังขึ้นทันทีที่ฉันเข้ามาที่ห้องนั่งเล่น พร้อมถูกดึงตัวมานั่งอยู่กลางวง
“มึงช่วยชี้แจงแถลงไขให้พวกกูหายสงสัยทีซิ” แจ้เสริมทัพขึ้นมา
“ก็..คือว่า..” เพื่อนๆ ทำหน้าลุ้นคำตอบ 

“กำลังคุยๆ กันอยู่น่ะ”

“เชี่ยยยยยยยยยยยย จริงดิ!” คำอุทานแบบประสานเสียง
“นั่นนนนน กูว่าละ” คิตตี้อุทาน “ที่มึงหายเศร้าเร็วมันต้องมีคนคุยแน่ๆ “
“แต่ไม่คิดเลยว่าเป็นพี่มิ้น คือถ้าเป็นผู้หญิงก็ไม่ได้อะไรหรอก แต่ผู้หญิงนี้คือพี่มิ้น..” แจ้ให้ความเห็น
“อิแจ้!” อยู่ๆ หมวยพูดเสียงดังขึ้น “กูว่าแล้วกูคุ้นมือนั้นมาก มือพี่มิ้นนี่เอง เชี่ยเอ้ย!” ว่าพลางตบฉาดที่หน้าขาตัวเองเมื่อข้อสันนิษฐานได้พบความจริง
แต่ฉันสงสัย..
“มือพี่มิ้นอะไร ที่ไหนยังไง กูงง”
“ก็เมื่อวานที่มึงเบี้ยวไม่ยอมดูหนังกับกูแต่ไปแอบดูหนังกับชู้ของมึงไงอิเพื่อนเลวววว” พลางเอามือมาผลักหัวฉัน ยัยตาตี่ “กูกับอิแจ้บังเอิญเห็นมึง จะเข้าไปทักละ แต่ดันเห็นมือใครไม่รู้มาลูบหัวมึงเล่น..แหมๆ หัวเราะคิกคักชอบใจ” ดูมันจิกฉัน “กูคาใจ วันนี้เลยไม่ไปกับแม่แล้วชวนพวกนี้มาเค้นความจริงจากมึงไง”
อ้อ..งี้นี่เอง

“ก็ ก็รู้แล้วนี่ ว่าเป็นใคร” ฉันทำหน้านิ่งๆ พยายามจะจบประเด็น
“หึ มันยังไม่จบอิเบล มึงเล่ามาเดี๋ยวนี้ว่ามาคุยกันได้ยังไง” สายตาสามคู่จ้องฉันเขม็ง
..จะเล่ายังไงดีวะเนี่ย..
”ก็ไม่อะไร ก็แค่บังเอิญได้คุยกัน แล้วมันคลิกไง เลยคุยกันเรื่อยๆ”
“กูไม่เชื่ออะว่าอยู่ๆ จะเริ่มคุยกันเฉยๆ ..มึงแทบไม่เคยญาติดีกับใครที่เคยทำให้มึงเกลียด”
“ก็นี่ไง คนแรก” อยู่ๆ แจ้ก็มองจ้องฉันเหมือนทำการวิเคราะห์
“คืนนั้นที่ไปกินเหล้ากันแล้วมึงกลับก่อน..ที่มึงบอกว่าเจอพี่ที่รู้จัก..คนนั้นคือพี่มิ้นใช่มั้ย”
โอยอิแจ้..เจอแบบนี้ไม่รู้จะไปต่อยังไง 
“อ..อือ พี่มิ้น”
“แล้วยังไงต่อ..” แจ้พูดเสียงเรียบเพื่อคาดคั้นฉัน
“ก็..เริ่มคุยกันก็จากตอนนั้นแหล่ะ..” ฉันหลบสายตาจับผิดของเจ้าพวกนั้น
“มันต้องมีอะไรต่อแน่..อิเบล” 
อย่านะ อย่าต้อนกู!!

“เอ่อ..” จู่ๆ เสียงนุ่มที่ฉันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาด้านหลังพวกเรา 
“ให้พี่เข้าไปได้มั้ยคะ..”
เดี๋ยวๆๆ พี่มิ้นคิดดีแล้วเหรอ พวกนี้น่ากลัวนะ..แต่ฉันห้ามอะไรไม่ทันทั้งนั้น

คนสวยเข้ามานั่งที่โซฟาเดี่ยวข้างๆ ทุกคนมองพี่มิ้นเป็นตาเดียว เธอนั่งหลังตรงปรับท่าทางพยายามให้ดูมั่นใจขึ้น ริมฝีปากนั้นขยับขึ้นเล็กน้อยและเปล่งเสียงออกมา
“เพื่อนๆ ของน้องเบลคะ..พี่อยากบอกให้ทราบไว้” พี่จะพูดอะไรกัน..สายตาที่ฉันหลงใหลมองตรงมาที่ฉัน มันนิ่งแต่ไม่ได้เย็นชา ฉันรู้สึกถึงความมั่นคงผ่านสายตานั้น

“พี่ชอบน้องเบล” 

เอ๊ะ! เป็นฉันที่ตกใจ หัวใจดวงน้อยของฉันมันเต้นแรงแบบแรงมากๆๆๆ เหมือนจะหลุดออกมาอยู่แล้ว

“ขอให้พี่ได้คุยเพื่อให้ได้คบกับน้องเบลได้มั้ยคะ” 

เสียงดังฟังชัด ร่างสูงพยายามข่มความตื่นเต้น มือเรียวของเธอกำแน่นบนตัก สายตาคมนั้นไหวน้อยๆ เธอมองเพื่อนของฉันแต่ละคนเพื่อต้องการคำตอบ

ทุกคนดูอึ้งกับการกระทำตรงไปตรงมาของผู้หญิงคนนี้..ฉันเองก็ด้วย มาบอกชอบกันต่อหน้าทุกคนเนี่ยนะะะะ เขินนะเว้ย เขินนนน
“ค..ค่ะ ก็ ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ” หมวยตอบออกมาเป็นคนแรก และแจ้พยักหน้าตาม “แจ้ก็โอเค..ถ้าเพื่อนแจ้มันมีความสุขดี” พี่มิ้นเริ่มมีรอยยิ้ม
“ฮะ ฮะ ฮ่าๆๆๆๆ” อยู่ๆ คิตตี้ก็หัวเราะขึ้นมา “พี่เป็นคนตรงดีว่ะ ชอบๆๆๆๆ กูชอบๆๆๆ “
“อิตี้ กูไม่ให้ชอบบบบบ” ฉันเข้าไปยื้อยุดฉุดกระชากนังคิตตี้ตัวดีทันที
“ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะที่เรียกความสนใจของทุกคนเป็นของพี่มิ้น เธอยิ้มกว้างและหัวเราะ 
“เฮ้อ..พี่ค่อยโล่งใจหน่อย” แล้วเธอก็ลุกขึ้นยืน “ไหน เด็กๆ ซื้ออะไรเข้ามาบ้าง” แล้วเธอก็ลุกไปสำรวจข้าวของที่พวกนั้นซื้อมา แจ้เข้าไปคุยเล็กน้อย แล้วก็ถือของไปทางครัว
“อิเบล มึงไปเล่นของใส่พี่เค้าเหรอ”
“อิบ้า ใครมันจะไปเล่น”
“อยู่ที่บริษัทนะ แค่ยิ้มกูว่าเป็นของหายากแล้ว แต่นี่ยิ้มกว้างแล้วยังหัวเราะเสียงดังอีก..กูไม่เคยพบเคยเห็นเลยตั้งแต่รู้จักพี่แกเนี่ย”
ฉันทำหน้าเหนือใส่อิหมวยไปหนึ่งที 

“กู มี ดี” 

แล้วลุกหนีตามไปที่ครัวก่อนจะโดนฝ่ามือหมั่นไส้ของนาง




มื้อเที่ยงวันนี้ครึกครื้นเป็นพิเศษ เจ้าพวกขี้สงสัยถามนั่นถามนี่กันใหญ่ ส่วนใหญ่จะซักไซร้ถามพี่มิ้นว่าเป็นคนยังไง เพราะที่ทุกคนเคยเจอกับตอนนี้ค่อนข้างจะแตกต่างมาก
“ก็ถ้าไม่ได้สนิทมาก พี่ก็จะเป็นแบบนั้นแหล่ะ”
“แล้วพี่ชอบอิเบลตรงไหนอ่ะ” ถามได้ดีมากคิตตี้ ฉันก็อยากรู้เหมือนนะ
แล้วเธอก็หน้าแดงขึ้นมาซะเฉยๆ ..ฮื่อ น่ารักจัง

“เบลน่ารัก น่ารักมากๆ ยิ่งตอนอยู่ต่อหน้าพี่ยิ่งทำตัวน่ารัก” 

ว๊ากกก เขินนนน
“พี่เคยนึกถึงตอนที่มันง้างมือตบพี่มะ ฮ่าๆๆๆๆ” เอ้าาา อินี่
“เออเนอะ” เธอทำท่านึกตาม..อย่านะพี่ อย่าไปนึกถึงตอนนั้น 
“แต่พี่ว่าพี่มีวิธีจัดการ ถ้าเธอจะทำแบบนั้นอีก” เธอหันมายิ้มแบบมีเลศนัยให้ฉัน..บ้าเอ้ยยย อย่ามองแบบนั้น
“อู้ยยยย มาว่ะๆ” คิตตี้แซว
แล้วบทสนทนาก็เปลี่ยนเป็นการเผาเรื่องของฉันแทน..แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ดีใจนะ ที่เพื่อนฉันกับพี่มิ้นสามารถเข้ากันได้

มันเป็นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นสำหรับเราเลย





เวลาล่วงไปซักพักหลังอาหารกลางวัน มิ้นปล่อยให้เบลได้อยู่กับเพื่อนๆ ต่อ ส่วนเธอขอตัวกลับคอนโดไปก่อน ด้วยความอ่อนเพลีย เมื่อถึงเตียงเธอจึงทิ้งตัวและเข้าสู่นิทราทันที

จนเวลาค่ำ ท้องน้อยๆ ประท้วงเมื่อไม่มีอะไรอยู่ในท้อง เธอจึงตื่นขึ้น แม้ว่าเรื่องนอนจะสำคัญ แต่เรื่องกินก็สำคัญมากไม่แพ้กัน
เธอหยิบโทรศัพท์เพราะอยากแชทกับคนที่รักก่อนจะลุกจากเตียง แต่เมื่อหยิบมาก็พบว่ามีเบอร์แปลกโทรเข้ามาหนึ่งสาย เธอที่ชอบปิดเสียงตอนนอนจึงไม่ได้ยิน
..เบอร์ใครนะ.. 
แต่ก็ไม่ได้สนใจนัก

เบอร์โทรนั้นยังแอบสะกิดใจเธออยู่ มันรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง แต่ก็ไม่กล้าที่จะโทรกลับไป ถ้าไม่ใช่ในช่วงเวลางานเธอไม่ค่อยชอบรับสายเบอร์แปลก

ตรื๊ดดด ตรื๊ดดด ตรื๊ดดด

เสียงเครื่องสั่นกับพื้นโต๊ะ มีสายโทรเข้ามา..เบอร์แปลกเบอร์นั้น
สังหรณ์ใจ..แต่สุดท้ายก็กดรับ

“ฮัลโหล”
“มิ้น..คุยได้มั้ย” เสียงเข้มหนาอันคุ้นเคย แม้ไม่เอ่ยชื่อ เธอก็รู้ดีว่าเป็นใคร

..แดน..แฟนหนุ่มของเธอ



ร้านกาแฟใกล้คอนโดในเวลาประมาณสองทุ่มนี้..คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่คนสองคนจะนัดเจอกัน ชายหนุ่มหน้าตาดีรูปร่างสูงนั่งรอหญิงสาวอยู่โต๊ะด้านในร้าน ไม่นานนักหญิงสาวร่างสูงก็ก้าวเข้ามาในร้าน แม้เธอจะอยุ่ในชุดลำลองสบายๆ แต่ก้สามารถเรียกสายตาของหลายๆ คนได้ รวมถึงผู้ชายคนที่นัดเธอมาเจอด้วย

“มีอะไร” หญิงสาวนั่งลงตรงหน้า ใบหน้าที่เมื่อก่อนเคยยิ้มให้บัดนี้มีแต่ความเรียบเฉย
“มิ้นเป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย” เห็นท่าทางของเธอแล้วเขาแทบไม่กล้าแม้จะขยับมือเอื้อมไปด้านหน้า
“หึ กล้าถามนะ” เธอพ่นหัวเราะ 
“ทิ้งปัญหาเอาไว้แล้วหนีไปคนเดียวเนี่ย..ยังมีหน้ากลับมาอีกเหรอ”
“ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้สิครับ ผมคิดถึงคุณนะมิ้น” เขาเอื้อมมือมาเพื่อหวังจะกุมมือไว้

เธอหดมือกลับไม่ยอมให้สัมผัสแม้แต่ปลายนิ้ว 
“ฉันไม่อยากจะเห็นหน้าคุณ หรือแม้แต่ได้ยินเสียงคุณด้วยซ้ำ” 

เธอยืดตัวตรงและจ้องไปยังนัยน์ตาของเขา 
“แต่ฉันมาเพื่อที่จะทำให้ทุกอย่างมันชัดเจน”

สีหน้าท่าทางที่จริงจังของเธอทำให้เขาหวั่นใจ 
“ไม่นะมิ้น..ผมต้องการคุณ” เหมือนเขารู้ว่าเธอจะพูดอะไร “ให้โอกาสผมแก้ตัวซักครั้งนะมิ้น”

“เราเลิกกัน”

ทุกอย่างมันสายไปเสียแล้วสำหรับเขา..









………………………………………………………………………………………………………………

เขามีสาวแซ่บเป็นภรรยาแล้วค่ะคุณขา
น้ำพริกถ้วยเก่ามันบ่แซ่บแล้ว

พี่มิ้นเป็นคนชอบความชัดเจน เคลียร์ตั้งแต่เพื่อนน้องเบลยันแฟนเก่า

มาบอกชอบเราต่อหน้าคนอื่นได้ไง บ้าจริง!
SHARE
Written in this book
Impossible love (Binkyeong)
มันจะเป็นไปได้ยังไง!?
Writer
Peek_Sai
Shipper
Yuri is the Life

Comments

chaeim
7 months ago
พี่ชอบน้องเบล เพราะน้องเบลทำตัวน่ารักมากๆเวลาอยู่กับพี่ บ้าน่า...นี่เราหุบยิ้มไม่ได้เลยจริงๆ พี่มิ้นเป็นคนชัดเจนดีค่ะ ชีวิตคนเราต้องการคนแบบนี้ และใช่ค่ะพี่มิ้นเป็นของน้องเบล ไม่อย่าให้มีดราม่าแต่มีดราม่าก็ดีค่ะ //ความย้อนแย้งนี้ 5555 เรือบิ้นกยองต้องติดปีก
Reply
Peek_Sai
7 months ago
ม่ามั้ยไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้อยากได้พี่มิ้นจังข่าาา 555