Chapter 1: Welcome to isekai
ตอนที่ 1: ที่นี่... ที่ไหนวะ

โดยทั่วๆ ไปแล้ว ผมมักจะนั่งวินรถรับจ้างเข้าบ้านทุกครั้งเพราะขี้เกียจเดิน แต่ด้วยความที่ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอม ทำให้ผมอยากเซฟเงินในกระเป๋ามากขึ้น ทำให้วันนี้ผมตัดสินใจ ‘เดิน’ เอา 

“อืม ตอนนี้ 4 โมง... ไปถึงแล้วนั่งต่อพลาโมให้เสร็จดีกว่า”







ทันทีที่ก้าวเข้าซอยบ้าน ทัศนวิสัยของผมกลับค่อยๆ มืดลงทุกครั้งที่ก้าวเท้าออกไป 

“... อะไรวะเนี่ย เอาไงดี” หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผมจึงเริ่มวิ่งไปยังบ้านที่น่าจะอยู่อีกไม่ไกล 

แต่นั่นไม่เป็นผลเลย แถมทำให้รอบข้างมืดลงสนิท เห็นเพียงแค่แสงสว่างที่ลิบออกไปข้างหน้า 

“คงไม่มีทางอื่นแล้วล่ะมั้ง” ผมได้แต่พูดปลอบใจตนเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือมาใช้เป็นไฟฉายเพื่อมองทาง แล้วเดินตรงไปยังแสงนั้น







หลังจากเดินมาได้ระยะเวลาหนึ่งแบบเหม่อลอย พอรู้สึกตัวอีกที รอบข้างผมกลับเต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งกายเหมือนอยู่ในยุคกลางราวศตวรรษที่ 13 แต่มีของในยุคปัจจุบันผสมปนอยู่ประปราย

งานเข้าแล้วไง หลุดมาอยู่ที่ไหนอีกเนี่ย

ขณะที่ผมกำลังสับสนและรวบรวมสติที่กระจัดกระจายอยู่ ได้มีชายวัยกลางคน... ไม่สิ ชายหนุ่มวัยทำงานในชุดสูทเรียบๆ สีดำ เดินเข้ามาหาผมแล้วทักขึ้นว่า 

“เอ่อ.... ใช่คุณฮานเนส ครูเกอร์รึเปล่าครับ?”
ชายในชุดสูทสีดำเดินปรี่เข้ามาหาผมผ่านการแหวกฝูงชน 

”ค....ครับ” 

“สวมแว่นสายตา ผมสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาสีทับทิม... ครับ มาไม่ผิดตัวครับ”

จากบทสนทนาของเขาแล้ว คงเป็นตัวการที่ทำให้ผมมาที่นี่แน่นอน 

“กำลังสงสัยเรื่องการมายังที่นี่อยู่ ใช่ไหมครับ” ชายคนนั้นพูดทักขึ้น ท่ามกลางเสียงรบกวนของตลาดรอบข้าง 

“ท...ทำไมถึง...” 

“ขออธิบายหลังจากนี้ครับ เชิญขึ้นไปบนรถม้าก่อน” ทันทีที่อธิบายจบ รถเทียมม้าขนาดเล็กได้เคลื่อนมาหยุดตรงหน้าของผม 

เอาวะ ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่นา 

ผมกระโดดขึ้นไป ภายในเป็นที่นั่งหุ้มด้วยหนังอ่อนฟอกสีน้ำตาลขัดมันสำหรับ 4 คน แน่นอนว่ามีผมเพียงคนเดียวที่ขึ้นมา

ชายคนดังกล่าวขึ้นไปบังคับรถทางด้านหน้า แต่มีช่องว่างให้พูดคุยกับผู้โดยสารได้

จากนั้น รถจึงเคลื่อนตัวออกจากตลาดที่วุ่นวายในยามสาย(?)นี้







“ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อน ผมมีนามว่า แอนดรูว เกร็กสัน ทำหน้าที่คอยรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกครับ” ชายคนนี้แนะนำตัวอย่างง่ายๆ พลางหยิบของว่างส่งให้ผม

คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของผม

หมอนี่เป็นใครกันแน่

ทำไมถึงตรูมาอยู่ที่นี่ ที่นี่มันที่ไหน

ผ่านการคัดเลือกอะไร

เรากำลังไปไหน

ทำไมถึงพูดกับเรารู้เรื่องถ้านี่มันต่างโลกล่ะ

จะถามคำถามไหนก่อนดี

“คำถามไหนก็ได้ครับ ถามมาเลย” แอนดรูวกล่าวทำลายความเงียบสงบชั่วคราวลง



“ทำไมคุณอ่านใจผมได้” คำถามนี้เป็นคำถามที่นึกและพูดออกไปแบบไม่ไตร่ตรอง 

“มันเป็น พลัง ของผม... เหมือนที่คุณมีนั่นแหละ” 

“......รู้ด้วยเหรอ”

พลังที่แอนดรูวพูดถึง คงหมายถึง เรื่องที่ผมเผลอไปแตะพลาโมที่สะสมไว้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้พลาโมนั่น เกิดอาละวาด และทำห้องผมกระจัดกระจาย

พลังที่ตื่นขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อหลายปีก่อน คือเหตุผลที่ผมต้องใส่ถุงมือตลอดมาตั้งแต่วันนั้น

“งั้นผมไล่ตอบคำถามที่เหลือเลยละกันนะ ผมเป็นหนึ่งในผู้นำทางให้แก่เหล่าผู้ผ่านการคัดเลือก การเป็นนักเรียนของ โรงเรียนฝึกสอนเหล่าผู้มีพลังพิเศษและศาสตร์เวทย์ เซลทีมิส ครับ

คุณถูกพวกเราพบเข้าเมื่อ 18 ชั่วโมงก่อน ทางเราจึงใช้ ในการเคลื่อนย้ายคุณมายังที่โลกแห่งนี้ และตอนนี้เรากำลังเดินทางไปที่โรงเรียนครับ ใช้เวลาอีกประมาณ....

2 ชั่วโมงกับอีก 15 นาทีครับ ส่วนเรื่องของภาษา ทางเราได้ร่ายเวทย์สำหรับการพูดคุยในโลกนี้ไว้แล้วครับ คล้ายๆวุ้นแปลภาษาน่ะ”

คงหมายถึงตอนที่ผมเผลอไปสัมผัสกับโมเดลโดยบังเอิญ ทำให้มันออกมาบินเล่นและทำลายข้าวของ จนต้องทุ่มทิ้งด้วยกระเป๋านักเรียน



“ผมขอนอนรอได้ไหม”

“ผมเชื่อว่าคุณจะไม่หลับหรอกครับ อีกไม่นานคุณก็จะรู้เอง” แอนดรูวกล่าวทิ้งท้ายไว้ให้ผมมึนงง ก่อนจะหันกลับไปคุมทิศทางของรถต่อ 

ไม่นานจากนั้น รถม้าค่อยๆ เร่งความเร็วเพิ่มขึ้น เร็วจนเหมือนกับไม่มีสิ่งใดกีดขวางแม้แต่น้อย 

เมื่อมองออกไปยังหน้าต่างรถเพื่อชมทิวทัศน์ ผมถึงรู้ความจริงที่ทำเอาหลับตาไม่ลงว่า.....

เรากำลังเดินทางอยู่บนท้องฟ้า! 
 

รถม้าบินได้เนี่ยนะ? ก็สมเป็นโลกแฟนตาซีจริงๆ นั่นแหละ







หลังชมฝูงนกพิราบนับร้อยที่บินขนาบข้างรถคันนี้ได้ราวครึ่งชั่วโมง รถม้าเริ่มชะลอลง ก่อนที่จะพุ่งทะยานขึ้นสูงอีกระดับด้วยความเร็วราวกับกระสุนปืนใหญ่

“มันจะแฟนตาซีไปแล้วว้อย! ม่ายยยยยยยยยยยยยย”





สุดท้ายแล้ว ผมก็สลบไปด้วยฤทธิ์ของรถม้าบินได้ตลอด 2 ชั่วโมงกว่าๆ ทำให้แอนดรูวต้องหามผมลงมา

ทัศนียภาพที่เห็น คือปราสาทขนาดมหึมาสีเทาอ่อนตั้งอยู่กลางเกาะลอยฟ้าไซส์ยักษ์ มีรูปปั้นผู้พิทักษ์ยืนล้อมรอบ พร้อมกับเกาะลอยฟ้า 5 แห่ง ที่อยู่ห่างไปไม่ไกล



“ว่าแต่ว่า ถ้าผมอยู่ที่นี่ ทางบ้านผมจะไม่สงสัยเอาเหรอ ถ้าผมหายมาดื้อๆ อย่างนี้น่ะ”

“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอครับ”

“รู้ตัว? เรื่องอะไร”

“ก็ท่านน่ะ ได้ตายไปแล้วยังไงล่ะ” 

SHARE
Written in this book
Zel-Themis มหาศึกมนตรา
เรื่องออริจินอลโดยผมเองครับ จะคอยอัพทุกๆครั้งที่ว่างนะ ;)

Comments

Bonnie
5 months ago
อยากให้ไรท์อัพบ่อยๆ (•-•)/
Reply