จะใช้ชีวิตอย่างไร เมื่อความตายไม่ใช่คำตอบ
เนื้อหาในบทความนี้ค่อนข้างหนักหน่วงต่อจิตใจ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน


  เราอยากตายมานานแล้วและมันไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าสำหรับเรา 
 
        
          แต่การฆ่าตัวตายจะสร้างรอยแผลลึกในใจคนรอบข้าง คนเหล่านี้จะเริ่มโทษตัวเอง รู้สึกว่าเขามีส่วนในการตายของคุณ เขาเป็นสาเหตุหนึ่ง เขาทำให้คุณต้องตาย เพระาเขามาช่วยคุณไม่ทัน เพราะเขาไม่มีเวลาให้ เพระาเขาไม่ได้เปิดใจรับฟังอย่างเต็มที่ เพราะอะไรกัน! ทำไม! และเมื่อทุกอย่างมันไร้คำตอบ สุดท้ายคนเหล่านี้ก็จะเริ่มโทษการมีชีวิตอยู่ของตัวเอง ทำไมไม่เป็นฉันแทน เอาฉันไปดีกว่า ทำไมต้องเป็นเขาด้วย เชื่อเถอะนะ การมีชีวิตอยู่ต่อไปเมื่อคนใกล้ชิดฆ่าตัวตาย มันยากมากๆ มันคือตายทั้งเป็น

          คนที่ฆ่าตัวตายส่วนมากไม่รู้เลยว่าการตายของเขาได้ปลูกฝังความดำมืดแบบเดียวกันในใจคนรอบข้างได้ พวกเขาเพียงแค่ต้องการหยุดความทรมานเท่านั้น คนที่ฆ่าตัวตายมีหลายแบบ บางคนก็ทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบ บางคนทำเพราะหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง บางคนใช้เวลาศึกษาวิธีการอย่างดี แบบไหนจะไม่เจ็บ รวดเร็วที่สุด รอดตายยากที่สุด บางครั้งถึงขั้นต้องทำยังไงไม่ให้ศพเป็นภาระคนอื่นที่มาพบ (เพราะไม่อยากเป็นภาระให้ใครเลย) เพราะฉะนั้นคำว่า "คิดสั้น" เป็นคำที่ดูถูกกันสุดๆไปเลย เพราะคนที่คิดฆ่าตัวตาย ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว แต่เป็นผู้เสียสละ พร้อมสละแม้ชีวิตตัวเอง (เข้าใจผิดว่าเสียสละแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น) คนที่คิดฆ่าตัวตายคิดและรู้สึกเยอะมาก มากจนมันทรมาน แค่ลืมคิดถึงตัวเอง
          ฉันเองก็เคยอยากตาย แต่หากการตายของฉันส่งผลกระทบต่อคนอื่น ฉันทำไม่ได้ ต่อให้ฉันหายตัวไปได้อย่างไร้ร่องรอย แต่ความทรงจำที่มีด้วยกันนั้น ทำให้คนรอบข้างต้องเจ็บปวดและโลกนี้ก็ยังไม่มีวิธีการลบตัวตนของฉันออกจากความทรงจำของคนอื่น ฉันจึงตายไม่ได้เพราะฉันรักพวกเขามากกว่ารักตัวเอง 

         แล้วจะทำยังไง จะอยู่อย่างไรเมื่อความตายไม่ใช่คำตอบ นั้นคือคำถามที่ฉันถามตัวเองในวัย 14 ปี และไม่คิดว่าจะเจอคำตอบ


Ask, and it shall be given you; seek, and ye. shall find; knock,             and it shall be opened unto you
                                                                      Matthew 7:7

                      จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะ แล้วจะเปิดให้แก่พวกท่าน
                                                                                                   มัทธิว 7:7 


          ก่อนอื่นเลย ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่า เราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่นักจิตวิทยาและนี่ก็ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ โปรดใช้วิจารณญาณและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของท่านเอง บทความนี้เขียนไว้เพื่อการศึกษาเป็นการแบ่งปันและบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้น



                     วิธีการลดความทรมานระหว่างมีชีวิตอยู่มีหลายวิธี                                                                        และ                                                  ความตายก็ไม่เคยเป็นหนึ่งในนั้น
      


          วันเวลาผ่านไป นับจากวันนั้นที่ฉันออกค้นหาคำตอบ เวลาก็ผ่านไปถึงสิบปีแล้ว สิ่งที่ฉันค้นพบนั้นมีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ข่าวดีคือวิธีการลดความทรมานระหว่างมีชีวิตอยู่นี้มีหลายวิธีและความตายก็ไม่เคยเป็นหนึ่งในนั้น ความจริงคือมันไม่มีสูตรสำเร็จ มันไม่มีคำตอบตายตัวและสิ่งที่ได้ผลดีกับเราอาจจะไม่มีประโยชน์สำหรับผู้อื่นเลยก็ได้ แต่มันจะพลักดันให้คุณจะได้ออกไปค้นหาด้วยตัวเอง หาสิ่งที่เหมาะสมกับคุณ เพราะคุณเลือกได้ ปรับได้ จะเพิ่มเติมหรือตัดทิ้งได้ตามที่คุณต้างการ เพราะท้ายที่สุดมันคือชีวิตที่มีค่ามากมาย ชีวิตของคุณ




       นี่คือสิ่งที่เรารู้สึก สิ่งที่เราต่อสู้มาทุกก้าวเดิน นี่เป็นเพียงการค้นหาคำตอบ      "ต้องทำอย่างไรให้การมีชีวิตอยู่ มันไม่ทรมานขนาดนั้น"




รู้สึกไร้ค่า สิ้นหวัง หมดหวัง มองไม่เห็นอนาคต
          ความซึมเศร้าเป็นเหมือนดั่งคำสาป สาปไว้ให้หัวใจไม่รับรู้ความสุข ไม่รับรู้ความรัก ไม่รับรู้ความอบอุ่น ไม่รับรู้ทุกอย่างที่สวยงาม ถึงแม้มันจะอยู่ต่อหน้า ตาเห็นสีนับล้าน หูได้ยินบทเพลงไพเราะ ผิวหนังสัมผัสความอบอุ่น ลิ้นได้ลิ้มรถอาหารชั้นเลิศ จมูกได้กลิ่นดอกไม้หอม สมองรับรู้ทุกสิ่ง แต่ไม่มีอะไรส่งไปถึงหัวใจเลย
          แต่สิ่งที่แย่กว่านั้นได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเรารู้สึกว่า ตัวเองนั้นแสนจะไร้ค่าสิ้นดี เราจะยิ่งจมปรักกับความซึมเศร้า ยิ่งไม่อยากทำอะไร ยิ่งไม่ทำอะไร ยิ่งรู้สึกสิ้นเปลือง เปลืองชีวิต เปลืองเวลา รู้สึกผิด สุดท้ายก็มาจบลงที่ความรู้สึกว่าตัวเองไรค่า และความรู้สึกไม่คู่ควรกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองควรได้ (impostor phenomenon) ความรู้สึก ความคิดแบบนี้ วนเวียนในสมองตลอดเวลา จนทำให้เราเหนื่อยและทรมาน มันทำให้เรารู้สึกเหมือนก้อนหินริมทางโง่ๆก้อนหนึ่งที่วันๆมีแต่คนเดินเตะ เดินเยียบ 

          หลังจากที่นั่งคิดวิเคราะความรู้สึกนี้ เราก็ค้นพบว่า คุณค่าที่เราให้ตัวเองนั้นมักจะมากจากภายนอก เช่น คำชื่นชม รางวัล การได้รับการยอมรับ การทำดีช่วยเหลือคนอื่น พูดง่ายๆก็คือ ยิ่งทำตัวมีประโยชน์กับคนอื่นมากเท่าไหร ก็ยิ่งรู้สึกตัวเองมีค่าเท่านั้น และในทางตรงข้ามกัน การทำตัวตรงข้ามกับสิ่นที่คนอื่นต้องการ ก็จะโดนดูถูก กีดกัน ไม่เป็นที่ยอมรับและสุดท้ายก็กลายเป็นความรู้สึกไร้ค่า 
           หากเป็นเช่นนี้ ทำไมเราถึงให้คุณค่าตัวเองจากปัจจัยภายนอก ปัจจัยที่เราควบคุมอะไรไม่ได้ ปัจจัยที่เราไม่รู้จัก โดยเฉพาะจิตใจผู้อื่น ความคิดเห็นของพวกเขามีค่าแค่ไหนกันเชียว ทำไมเราถึงยอมให้มันมาตัดสินเรา คุณค่าของฉันไม่ได้ตัดสินด้วยประโยชน์จากตัวฉัน คุณค่าของฉันไม่ได้อยู่ในมือคนอื่น ต่อจากนี้ไปคุณค่าของฉัน ฉันเป็นคนตัดสินเอง คุณค่าที่แท้จริงของฉันอยู่ภายใน 
          แม้จะเป็นเพียงก้อนหินริมทาง ก็มีค่ามหาศาล มีคุณค่าที่เงินเทียบไม่ได้ เป็นคุณค่าที่ไม่ต้องพิสูจณ์ให้ใครเห็น ไม่ต้องเสียสละเพื่อคนอื่น ไม่ต้องเป็นคนดี ไม่ต้องทำสิ่งใดๆให้ใคร ไม่ต้องมีเงื่อนไขใดๆ นี่คือคุณค่าจริงๆของเราทุกคน เป็นคุณค่าที่อยู่ข้างใน ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นใคร ขอแค่มีคุณอยู่ก็มีค่าแล้ว มันคือความรักที่ไร้เงื่อนไข พระพุทธเจ้าคงจะเห็นคุณค่านี้ในนี้ในตัวคุณ เลยออกบวชเพื่อแสดงหนทางให้คุณ และ พระเยซูคงจะเห็นคุณค่านี้ในนี้ในตัวคุณ จึงลงมาเพื่อเป็นกำลังให้คุณ 


ขอแค่มีคุณอยู่ก็มีค่าแล้ว มันคือความรักที่ไร้เงื่อนไข


          หากตอนนี้คุณไม่เห็นค่า รู้สึกไม่ถึงหรือสัมผัสคุณค่านั้นไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ขอเพียงให้คุณรู้ไว้ว่า คุณมีค่าและชีวิตของคุณก็มีค่าและคุณคู่ควรกับคุณค่านั้น  สำหรับเราแล้วชีวิตคุณมีค่ามาก เราเห็นคุณค่านั้น เราเลยมานั่งเขียนบทความนี้ให้คุณ

          หากคนใกล้ชิดของคุณมีความรู้สึกเช่นนี้ คุณช่วยเขาได้ พูดคุย แสดงให้เห็นคุณค่าที่เขาเองมองไม่เห็น แสดงมันออกมาตรงๆเลย เลือกใช้คำพูดที่มาจากความรัก ไม่ใช้คำพูดจาประชดประชันหรือบอกปัดความรู้สึกของอีกฝ่าย หากไม่รู้จริงๆว่าจะพูดอะไร ก็เพียงกอดเขาเฉยๆก็พอแล้ว การมีใครซักคนอยู่ด้วย จะช่วยให้เราดึงตัวเองออกมาจากความซึมเศร้านั้นง่ายขึ้นมาก





ทุกอย่างดูไร้ความหมาย ทุกอย่างก็หมุนวนเวียนไปเรื่อยๆ ทุกอย่างที่ทำไป ทำเพื่ออะไร
          ความคิดแบบนี้คุณอาจจะกำลังเหนื่อย กำลังท้อ ผิดหวังกับชีวิต หรือ อาจเป็นเพียงเพราะสิ่งที่คุณทำยังไม่เห็นผล ทำผิดวิธีการ กำลังดำเนินชีวิตผิดทาง ทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับคุณจริงๆ  หรือ ติดอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณต้องเปลี่ยนตัวเอง เป็นแนวความคิด เปลี่ยนวิถีชีวิต คุณเปลี่ยนได้ คุณเลือกได้ คุณหยุดพักได้ และเมื่อความเหนื่อยหายไปกำลังใจก็จะกลับมา มองไปรอบตัวคุณ กำลังใจอยู่รอบตัวคุณทั้งนั้น 

         หากคุณไม่ได้ท้อใจ แต่เป็นคำถามที่ว่า "ฉันต้องทำอะไร สิ่งที่ฉันเกิดมาเพื่อทำอะไร" กำลังกวนใจคุณอยู่ คุณไม่ต้องห่วงหรอก เพราะไม่ว่าภาระกิจที่คุณต้องทำบนโลกนี้คืออะไร  ชีวิตนี้จะนำพาคุณไปเอง แต่คุณต้องเริ่มต้นมันด้วยตัวเองก่อน เริ่มจากสิ่งที่คุณทำได้ในวันนี้ ถามตัวเองง่ายๆว่า มีอะไรบ้างที่ตอนนี้วินาทีนี้คุณทำได้ดีว่าคนอื่น เข้าใจมากกว่าคนอื่นๆ นำความสามารถนั้นออกไปช่วยผู้อื่นแก้ไขปัญหา ลงมือทำไปเลย สนุกไปกับสิ่งนั้นและให้คุณค่ากับสิ่งที่คุณทำ แล้วผู้อื่นจะเห็นค่ามันเอง

         ความรู้สึกชีวิตไร้ความหมายยังไม่หายไปใช่ไหม เราก็รู้สึกและเราชอบความรู้สึกนี้มาก เรามองว่าชีวิตที่ไร้ความหายคือโอกาศใหม่ ที่ให้เราออกตามหาความหมายอันใหม่ ฟังเสียงหัวใจ ออกไปผจญภัย (ฟังหัวใจนะ ไม่ใช่ฟังสมอง สังเกตุความรู้สึกเบาๆพองๆในหัวใจ) 


ชีวิตที่ไร้ความหามยคือ ชีวิตที่อิสระ คือชีวิตที่เป็นของคุณจริงๆ 



          ชีวิตที่ไร้ความหมาย ไร้คำนิยาม คือชีวิตที่อิสระ คือชีวิตที่เป็นของคุณจริงๆ คุณไม่ได้เป็นหนี้ชีวิตใคร  ลองคิดเล่นๆดูก็ได้นะ หากคุณเกิดมาเป็นเจ้าหญิง/เจ้าชาย คุณมีเงินล้นฟ้า แต่ต้องสืบบัลลัง ชะตาชีวิตคุณถูกกำหนด เงินเท่าไหรก็ซื้ออิสระแท้จริงให้คุณไม่ได้ แบบนี้ไม่ดีเพราะสิทธิที่จะกลายเป็นคนที่ใครก็ไม่รู้จัก ที่จะกลายเป็นคนที่ถูกลืม การอยู่คนเดียวเงียบๆ ก็สำคัญเท่ากับการเป็นใครซักคน 

         ครั้งใดที่คุณรู้สึกชีวิตไร้ความหมาย ความรู้สึกนี้กดคุณต่ำลง คุณกำลังดิ่งลงไปกับมัน ก็อยากให้มองในมุมนี้ว่า ความรู้สึกนี้ถูกต้องแล้ว นี่คือสิ่งยืนยันว่าคุณเป็นอิสระ ชีวิตคุณเป็นของคุณล้วนๆ คุณไม่ได้ถูกตัดสินหรือนิยามจากพระเจ้าองค์ใด มันคือพรจากพระเจ้า พระเจ้าเชื่อในตัวคุณมากพอจะปล่อยให้คุณสร้างชีวิตของคุณขึ้นมาเอง 

                                เมื่อความหมายหนึ่งของชีวิตพังลงไป                                  ก็สร้างความหมายใหม่ขึ้นมา เราสร้างมันได้ เราเลือกได้ 






กำลังโทษตัวเองใช่ไหม คิดว่าสมควรตายใช่ไหม กำลังลงโทษตัวเองใช่ไหม
          คุณรู้สึกล้มเหลว คุณทำผิดพลาด คุณไปทำผิดกับผู้อื่นมา อดีตยังหลอกหลอนคุณใช่ไหม คุณจึงโทษตัวเอง คุณจึงลงโทษตัวเอง คุณทำแบบนี้เพราะต้องการลดความรู้สึกผิดบาปในใจ มันเป็นความรู้สึกที่พูดกับคุณลึกๆว่า " แกสมควรแล้ว " 
          หากคุณมีความคิดแบบนี้ คุณกำลังถูกตรรกะแปลกๆที่ผิดพลาดของสมองหลอกคุณอยู่ นรกที่สร้างขึ้นมานี้จะไม่มีวันหายไป มันคืออีโก้ตัวโตในคราบของความยุติธรรมมาลงโทษคนผิดอย่างคุณ มันกำลังกดคุณลง ใส่ความคิดแปลกๆให้คุณเป็นทาสของมัน
 
          ก่อนอื่นคุณต้องเชื่อว่า หากคุณตั้งใจจริงที่จะแก้ไข ผู้อื่นจะมองเห็นและให้อภัย บอกตัวเองก่อนว่า ฉันคู่ควรที่จะได้รับการให้อภัย เส้นทางนี้อาจต้องใช้เวลา แม้จะต้องพยายามซ้ำไปมากี่รอบ ก็คุ้มค่าที่จะเป็นไทจากนรกนี้
          ไม่ว่าความผิดนั้นคืออะไร สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องกล้าหาญ ต้องเผชิญหน้ารับผิดชอบความผิดของตัวเอง ออกไปแก้ไขสิ่งผิดให้ถูก แก้ไขแก้ตัวใหม่ นี้คือหนทางเดียวที่จะดับไฟนรกนี้ คุณต้องหันหน้าเข้าหาความกลัวนี้ และมีเพียงผู้ที่พร้อมรับผิดชอบการกระทำตัวเองเท่านั้นที่จะได้รับการให้อภัย
          

          ตอนที่สองของบทความนี้ คุณจะได้พบกับความรู้สึกล้มเหลว อาการไร้เรี่ยวแรง การถูกมองข้ามความรู้สึก การขอความช่วยเหลือ สิ่งที่เราใช้บรรเทาความทรมานในช่วงเวลาซึมเศร้า และคำตอบของคำถาม "จะใช้ชีวิตอย่างไร เมื่อความตายไม่ใช่คำตอบ" 
อ่านตอนต่อไป :  " จะใช้ชีวิตอย่างไร เมื่อความตายไม่ใช่คำตอบ 2 "
https://storylog.co/story/5c55505001c5f50439959f20







Credit :
Photo by Marc-Olivier Jodoin on Unsplash

กด Recommend กด แชร์ หรือ คอมเม้นเป็นกำลังใจได้นะ
ติดตามงานเขียนอื่นๆได้ที่
Medium : @seedhack2017 หรือ https://medium.com/@seedhack2017
Storylog : DreamTraveller หรือ https://storylog.co/DreamTraveller

หากบทความนี้มีประโยชน์กับคุณ เลี้ยงเรากาแฟซักแก้วผ่าน Patreon นะ
https://www.patreon.com/dreamtraveller
SHARE
Written in this book
The Gray journal : บันทึกปกสีเทา
คุณเชื่อไหม มันเศร้า มันแย่มากๆ แต่มันก็สวยนะ 
Writer
DreamTraveller
Writer in making
ยังจำได้เสมอว่าสมัยเด็กอยากเป็นนักเขียน

Comments

chame
5 months ago
ขอบคุณที่เขียน บทความนี้ อ่านแล้วมันตรงกับชีวิต เราในหลาย ๆอย่าง ที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ เลย ขอบคุณมากค่ะ
Reply
DreamTraveller
5 months ago
ด้วยความยินดี​จ้า เป็นกำลังใจให้นะ