ชายคนนั้น
ปีนี้น่าจะเป็นปี 10 แล้ว นับตั้งแต่ที่เรารู้จักกัน
ผู้ชายขี้โม้ โอ้อวด ชอบคิดว่าตัวเองหล่อตลอดเวลา ทั้งๆที่... 
แต่เอาเถอะ เราว่าเสน่ห์ของเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้ซะหน่อย

เขาเป็นผู้ชายธรรมดาที่ติดดินโคตรๆ
ผู้ชายที่ชอบใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ เขามีเสื้อผ้าไม่กี่ตัวในตู้เสื้อเล็กๆตู้นั้น
รองเท้าผ้าใบเก่าๆคู่เดิม ที่เคยคิดจะทิ้งจนกว่าจะมีคนซื้อให้ใหม่ 
ฉันพยายามเชียร์ให้เขาใส่รองเท้าหนังแล้ว แต่ดูเหมือนลองใส่แล้วไม่สบายเท้า
เขาก็เลยเลือกที่จะใส่ผ้าใบมากกว่า
แต่ถ้าเขาใส่รองเท้าหนังละก็ เขาจะดูเท่กว่านี้เยอะเลย อิอิ

เขาเป็นคนกินอะไรง่ายๆ
เป็นคนแปลกๆที่ไม่ชอบกินซอสกับอะไรเลย ชอบกินอะไรที่มันเพลนๆ
ไม่เหมือนชั้นหรอก ที่ชอบกินอะไรที่มีน้ำจิ้มเสมอๆ
อ้อ.. เสน่ห์ของเขาอีกอย่างหนึ่งก็คือ..
เขาเป็นคนประหยัด รู้คุณค่าของสิ่งของแล้วก็เป็นคนรักษาของได้ดีคนหนึ่งทีเดียว
แต่อย่าให้เขาได้หลงไปชื่นชอบอะไรเข้าให้ เงินในกระเป๋าเขาจะรั่วออกมาโดยที่ไม่ต้องคิดเลย .
พวกผู้ชายก็เป็นแบบนี้ทุกคนนั่นแหละ

จะว่าไปแล้วเขาเป็นสุภาพบุรุษทีเดียว
ใครๆอาจจะมองว่าเขาเป็นผู้ช๊ายผู้ชาย
ทั้งที่จริงๆแล้วเขามีความอ่อนโยนมาก
อาจจะเพราะสมัยวัยรุ่นเองเขาก็เคยมีแฟนมาแล้ว
ความอ่อนโยนของผู้หญิงก็คงพลอยจะทำให้ตัวเขาอ่อนโยนไปด้วย

จะว่าไปแล้ว 10 ปีที่แล้วกับ 3-4 ปีก่อนหน้านี้
เขาก็ดูอ่อนโยนขึ้นเยอะเลยนะ ชั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาจะรู้ตัวไหม

จนถึงวันนี้เราต่างคนต่างต้องทำหน้าที่ของตัวเอง
แต่ก็นั่นแหละ การได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายสบายดีแค่นี้ก็น่าจะพอสำหรับเราสองคนแล้วล่ะ 
พักหลังๆนี้เขาทำงานหนักขึ้นมากๆ จนแทบจะไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
บางครั้งก็ป่วยบ้าง แต่ก็ไม่ยอมอ่อนแอให้ใครเห็นหรอกนะ

ปัจจุบันเขากำลังก้าวไปยังบันไดอีกขั้นของชีวิต
ชั้นดีใจกับเขาด้วยจริงๆ สมแล้วที่เขาเหนื่อยและอดทนมาตลอดหลายปี
เขาเป็นคนเก่งที่ฉันเองก็ยอมรับว่
ชั้นบอกเขาเสมอว่า เขาโชคดีที่รู้ตัวเร็วกว่าคนอื่นว่าตัวเองชอบอะไร
ทำให้มุ่งมั่นและทุ่มเทกับสิ่งที่เขาหลงไหลได้เต็มที่

ความเรียบง่ายของเขานี่แหละที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนตกหลุมรักมาแล้ว
แหมะ คนอะไรช่างน่าอิจฉาเสียจริงๆ ฮี่ๆ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาเป็นขี้เหงาเอาการเลยล่ะ
ด้วยเพราะเขาเป็นคนจัดการชีวิตตัวเองได้ดี ทำให้ความเหงาทำร้ายเขาไม่ได้เท่าไร

ช่วงนี้ฝุ่นให้กรุงเทพเยอะ และเขาเองก็เป็นหวัดง่าย
หวังว่าตอนนี้เขาคงจะสบายดีและใส่แมสไปทำงานทุกวันนะ
ส่วนชั้นเองก็สบายดี และใส่แมสไปทำงานทุกวันเหมือนกัน
ถึงแม้วันนี้ยังมีเรื่องราวของเขาวนเวียนอยู่ในหัวอยู่บ้าง
แต่อยากจะบอกว่าชั้นสบายดีและโอเคแล้ว
คงถึงเวลาที่ชั้นจะต้องโยกย้ายตัวเองอีกครั้ง

ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเราอาจจะเดินสวนกันก็ได้
แต่คงไม่มีทางเรา เพราะชั้นไม่ได้ทำงานแถวนั้นซะหน่อย
เอาเถอะ แค่อยู่บนโลกเดียวกันและครั้งนึงเคยได้ทำสิ่งดีๆให้กัน
มันก็เพียงพอแล้วล่ะ ใช่ไหม? 
SHARE
Writer
rainnycool
...
ผู้หลงรักธรรมชาติ ชื่นชอบการอ่านและชอบบอกเล่าเรี่องราวต่างๆผ่านตัวอักษร ชอบฟังเพลงPOPและR&B นอกจากนี้ยังรักการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจอีกด้วย

Comments