เปิดเปลือย "ความดะไซ" ในอาทิตย์สิ้นแสง

50 สัปดาห์ก่อน เคยถกกับเพจนึงในประเด็นความเข้าอกเข้าใจในตัวตนของผู้หญิงผ่านผลงาน "อาทิตย์สิ้นแสง" ของดะไซ โอซามุ (อ้างถึง: https://bit.ly/2MOhLAe) ด้วยความที่เล่มนี้ยังคงครองใจเราข้ามปี เลยอยากจะเรียบเรียงคำตอบในคราวนั้นเพื่อชวนค้นลงไปให้ลึกถึง "ความดะไซ" ที่ใครหลายคนหลงใหลถึงกับยกชื่อเขาขึ้นหิ้งสำหรับสายวรรณกรรมคลาสสิกญี่ปุ่น


คำถามจากเพจ : 
"ผู้หญิง" แบบไหนที่อยู่ในงานของนักเขียนชาย แล้วนักเขียนชายคนนั้นบรรยายความคิดความรู้สึกออกมาได้ดีจะนับเป็นการเข้าใจผู้หญิงหรือคะ? เรายังมีความสับสนเรื่องนี้อยู่ หรือต้องเป็นนักเขียนชายที่เข้าใจเรื่องเฟมินิสต์ มองโลกด้วยสายตาที่ไม่ถูกครอบด้วยสังคมชายเป็นใหญ่ ต่อให้บรรยายกิมมิคบางอย่างของความเป็นผู้หญิงได้ดีก็ยังไม่นับว่าเข้าใจผู้หญิงหรือเปล่า? (ถามยาวมาก -*-)


คำตอบของข้าพเจ้า : 
คงไม่มีผู้ชายคนไหนเข้าใจผู้หญิงได้อย่างถ่องแท้หรอก ไม่มีเอาเสียจริงๆ ในโลกนี้ ต่อเป็นผู้หญิงแบบไหนก็เถอะ ถ้าเปรียบเป็นงานศิลปะต่อให้เดินวน 360 องศา พลิกหน้าพลิกหลังดูสักร้อยรอบ ผู้ชายก็ไม่สามารถจะขบให้แตกไปถึงแก่นได้หรอก 


ซึ่งถ้าพินิจให้ลึกถึงจิตใจของดะไซที่สามารถสะท้อนตัวตนของ "คาสุโกะ" ออกมาได้ดีถึงเพียงนั้น คงหนีไม่พ้นวัสดุทางไอเดียที่สำคัญนั่นคือ “บันทึกของหญิงสูงศักดิ์ผู้ยอมพลีใจเป็นอนุภรรยาของนักเขียนเสเพล” (อ้างถึง: บันทึกอาทิตย์สิ้นแสง (Shayo Nikki) - https://bit.ly/2t4em7o) นี่คือบันทึกส่วนตัวของชู้รักผู้ให้กำเนิดลูกคนหนึ่งของดะไซ ไม่แน่ชัดว่านางผู้นั้นเขียนถึงเขาและมุมมองชีวิตของตนว่าอย่างไรบ้าง จะชื่นชมยกยอปอปั้น เทหัวใจรักถึงขั้นอยากจะตั้งท้องลูกของดะไซดังที่ปรากฏในเนื้อหารึไม่ แต่คงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่าดะไซได้เปิดเปลือยชีวิตตนเองและชู้รักอย่างหมดเปลือกผ่านการเปิดเผยหลักฐานชิ้นนี้ (บันทึกได้รับการตีพิมพ์ในปีถัดจากการเสียชีวิตของดะไซ ทำให้ฝ่ายหญิงต้องอับอายและถูกดูแคลนไม่น้อย)


นอกจากนี้ เรายังเชื่อว่ามุมมองของ "คาสุโกะ" ที่มีต่อ "อุเอฮาระ" (;นักเขียนจอมเสเพล) น่าจะเป็นการ ‘สร้างภาพที่ตัวเองอยากเห็น’ ขึ้นมาของตัวดะไซเอง เขาคงอยากให้ผู้หญิงสักคนรู้สึกเช่นนั้นต่อเขา การเห็นค่า มอบหัวใจรักอย่างไร้เงื่อนไข เทิดทูนบูชาคนที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเขา คงเป็นการเยียวยาตัวเองเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่ความป่วยทางจิตเล่นงานอย่างหนัก ออกจะขัดใจเมื่อได้อ่านว่าคาสุโกะมอบหัวใจรักให้อุเอฮาระอย่างราบคาบ ลักลั่นผิดมนุษย์มะนา ดะไซคงอยากรู้สึกถึงการยอมรับและเหลือค่าอยู่บ้าง เพื่อประคองชีวิตต่อไปแม้เพียงอีกปีเดียวก็ตาม 
 

ส่วนบทบาทของ "นาโอจิ" นั่นคือตัวตนของดะไซอย่างถ่องแท้ จดหมายลาตายของนาโอจิเปิดเผยความรู้สึกว่าที่ต้องใช้ชีวิตเหลวแหลกก็เพื่อให้ชีวิตดิ่งจมจากกำพืดเดิม ความรันทดที่เกิดมาในชนชั้นสูง ต้องแบกรับการดูถูกรูปแบบหนึ่งจากชนชั้นสามัญว่าพยายามน้อยกว่าบ้างละ ว่าไม่มีทางเข้าใจความเหน็บหนาวร้าวรานแห่งมรสุมชีวิตบ้างละ นี่คือชีวิตจริงของดะไซจากประวัติส่วนตัวท้ายเล่ม เขาเกิดในครอบครัวมีฐานะ ต้องต่อสู้กับการเป็นคนในของแวดวงวรรณกรรมญี่ปุ่นขณะนั้น ช่วงแรกผลงานของเขาไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร ครอบครัวไม่อบอุ่น ต่อต้านตัวตนและขับไล่ออกจากตระกูลเพราะประพฤติตนผิดขนบ ดะไซฆ่าตัวตายหลายครั้ง เมื่ออาทิตย์สิ้นแสงตีพิมพ์ (1947) แม้จะได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น เพียง 1 ปีให้หลัง ‘สูญสิ้นความเป็นคน’ ก็คลอดออกมา ซึ่งถูกกล่าวขวัญว่าเป็นเสมือนพินัยกรรมชีวิตของดะไซ สุดท้ายเขาฆ่าตัวตายสำเร็จในปีเดียวกันนั่นเอง 39 ปี บนโลกจบลงเพียงเท่านั้น


นอกจากบทชีวิตอันหน่วงหนัก อาทิตย์สิ้นแสงยังนำชมความอภิรมย์ในบรรยากาศย้อนยุค สภาพสังคม วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ภูมิประเทศ อาหาร และดอกไม้ของประเทศญี่ปุ่นในปีโชวะที่ 20-22 อีกด้วย (ค.ศ.1945-1947) แนะนำให้เอาชื่อไปค้นต่อจะได้รู้จักดอกไม้สวยๆ อีกหลายชนิด
เล่มนี้สายวรรณกรรมคลาสสิกญี่ปุ่น อย่าพลาดด้วยประการทั้งปวง! 


หนังสือ: อาทิตย์สิ้นแสง
ผู้แต่ง: ดะไซ โอซามุ
ประเภท: วรรณกรรมคลาสสิกญี่ปุ่น
SHARE
Writer
onthakarnsrichad
อนธการสีชาด
เกลือกกลิ้งและมอดไหม้ในเปลวอักขรา : (x ± ∞)

Comments