อินโทรเวิร์ทที่รัก...
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ทำเอาเราเสียศูนย์เกิดขึ้นค่ะ
นานทีปีหนถึงจะมีเหตุการณ์ที่ทำเอาเราอารมณ์ขึ้นหนักระดับนี้
ความเจ็บก็ดี ความโกรธก็ดี ...เหตุการณ์นั้นสรุปสั้นๆ ได้ว่า เราโดนคนอื่นทิ่มแทงตรงจุดอ่อนในความเป็นอินโทรเวิร์ทของเรา
มันเป็นจุดที่เซนซิทีฟอยู่แล้ว พอโดนเข้าไป ก็เลยเจ็บมากค่ะ



โอเค. มนุษย์ทุกคนมีข้อดีข้อเสีย ทุกคนมีจุดแข็งจุดอ่อน
และที่หนังสือแนวพัฒนาตัวเองขายดี ก็เพราะเราอยากปรับปรุงตัวเองเพื่อให้เราเป็นเราในเวอร์ชันที่ดีขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้น การโดนคนโจมตีจุดอ่อนหรือล้อเลียนข้อด้อยของตัวเอง มันช่างไม่สนุกเอาเสียเลย



1

พระไพศาล วิสาโล ท่านเคยพูดไว้ เกี่ยวกับคำว่า “เป็น” และคำว่า “มี”
เช่น สมมติ เมื่อหมอบอกว่า... เราเป็นมะเร็ง
เราไม่ได้ “เป็น” มะเร็งหรอกนะ เรา “มี” มะเร็งอยู่ในตัวต่างหาก
เรา “มี” มะเร็งอยู่ก็จริง แต่เรายังมีสิ่งดีอื่นๆ อีกมากมายในชีวิต เรายังมีแขนขา เรายังมีสมอง เรายังมีรอยยิ้ม

เพราะเรา “ไม่เท่ากับ” มะเร็ง
เราเพียงแต่ “มี” มะเร็งเท่านั้น

บางคนอาจมองว่า แหม... ก็แค่เล่นคำ 
แต่ถ้าคุณเชื่อในพลังของถ้อยคำเหมือนที่เราเชื่อ คุณจะรู้ว่า ประโยค “มี” กับ “เป็น” แตกต่างกันมาก

คุณไม่ได้ “เป็น” หวัด แต่คุณ “มี” โรคหวัด
ดังนั้น ถึงจะมีอาการป่วยไข้ แต่คุณก็ยังสามารถทำสิ่งอื่นๆ ดีๆ ได้อีกมากมาย เพราะชีวิตนี้คุณยังมีสิ่งอื่นๆ ดีๆ อีกมาก

อาการหวัดเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของสิ่งที่คุณ “มี” 
ไม่ใช่กระทั่งเสี้ยวหนึ่งของสิ่งที่คุณ “เป็น”


อินโทรเวิร์ทก็เหมือนกัน
อินโทรเวิร์ทไม่ใช่อาการไข้ แต่จุดอ่อนบางอย่างก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นจุดด้อยจริงๆ
หรือกระทั่งจุดแข็งบางอย่าง มันก็พลิกเป็นจุดอ่อนได้ด้วยเช่นกัน

เช่น ภาพวาดโมนาลิซ่าแสนงาม คืองานศิลป์ชั้นยอด ดึงดูดผู้คนทั่วโลกให้เข้ามาเยี่ยมชมฝีแปรงของยอดจิตรกร ทุกคนอยากเข้ามาชมรอยยิ้มอันน่าพิศวงของเธอ

ขณะเดียวกัน ก็เพราะมันเป็นภาพวาดที่มีเพียงภาพเดียวในโลกนี้ หากอยากจะชมของจริง คนก็ต้องเก็บเงินเดินทางเพื่อตีตั๋วไปดูเท่านั้น

แตกต่างจากภาพวาดบนจานกระเบื้อง ที่หากอยากมีไว้ในครอบครองก็เพียงซื้อจานใบนั้นก็สามารถมีไว้เป็นสมบัติส่วนตัว หากเป็นจานจากโรงงาน ก็สามารถผลิตซ้ำได้อีกต่างหาก ใครชอบก็ซื้อ อยากเชยชมก็หยิบมาดูมาใช้งานได้

จุดแข็งจึงไม่ใช่จุดแข็งเสมอไป
และจุดอ่อนก็ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดอ่อนเสมอไป
มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์มากกว่า


2

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันทำให้เรารู้สึกขอบคุณหลายๆ อย่าง
...นี่คือขอบคุณเลยนะที่เหตุการณ์มันเกิดช่วงปลายสัปดาห์ 
เพราะอย่างน้อยเรายังมีเสาร์กับอาทิตย์ให้หลบเลียแผล

ซึ่งเราว่าเราโชคดีมากๆ ที่มีหลายปัจจัยเกื้อหนุนดึงเรากลับขึ้นมาให้มีอาการดีขึ้นจนเป็นปกติได้ไวขนาดนี้
หนึ่ง คือ เพื่อน
สอง คือ พี่
สาม คือ เราไปเจอพ็อดคาสท์สนุกๆ มาค่ะ


โชคดีมากๆ ที่มีเพื่อนขอให้ช่วยทำงานให้พอดี เลยใช้เวลานั่งหน้าคอมทำงานให้เพื่อน จะได้ distract ตัวเองจากการคิดซ้ำๆ ย้ำๆ วนเวียนอยู่แต่กับเรื่องเดิม

ตอนส่งงานให้เพื่อนยังขอบคุณนางเลยที่ส่งงานมาให้เราทำ คือเราทำงานไปร้องไห้ไปตั้งแต่เช้า รู้ตัวอีกทีตอน 6 โมงเย็น งานเสร็จ ส่งงาน ไม่รู้ว่าตัวเองหยุดร้องไห้ไปตั้งแต่เมื่อไร เอาใจไปจดจ่อกับงาน หยุดอาการได้ชะงัดค่ะ

เล่าให้เพื่อนฟังคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น บอกนางไปว่า ขอบคุณมากจริงๆ ที่ให้เราช่วยงานวันนี้ ไม่งั้นไม่รู้เลยว่าวันนี้จะเป็นยังไงบ้าง

เพื่อนตอบข้อความมาว่า
“ไม่เป็นไรนะคุณ ยังมีคนอื่นที่รักคุณอีกมากมาย”

คำซื่อๆ ง่ายๆ แต่อ่านแล้วยิ้มออกเลย
ไม่ใช่คำพูดปลอบใจ
ไม่ใช่คำพูดที่ยิ่งเติมเชื้อไฟ
แต่เป็นคำพูดง่ายๆ ตรงๆ ที่ให้กำลังใจดีจัง



วันอาทิตย์ ยังมีพี่ชายเดินทางมาหาพอดี
เราไม่ได้เล่าให้พี่ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น แค่ไปเดินเล่นด้วยกันตรงถนนเลียบริมแม่น้ำ ไปหาของอร่อยกินด้วยกัน

พี่ก็พูดขึ้นมาว่า “คนเรามีดีต่างกัน ทุกคนมีช่วงเวลาของตัวเอง”

มันอาจเป็นประโยชน์ซ้ำๆ ที่เคยได้ยินจนชินหู แต่พอมันอยู่ในจังหวะเหมาะสม ดูเหมือนเราจะเข้าใจมันได้ลึกกว่าเคย


3

มันจะมีลักษณะอย่างหนึ่งของอินโทรเวิร์ทคือ ค่อนข้างจะตั้งตัวได้ช้า
นี่ไม่ใช่ข้อดี แต่ก็เป็นข้อดี
เพราะอินโทรเวิร์ทมักศึกษาและทำความเข้าใจตัวเอง และเป็นคนประเภทที่คำนึงเรื่องความจริงแท้เป็นสำคัญ
คือเงินไม่เคยเป็นสาระสำคัญ แต่ให้น้ำหนักกับคุณค่าและความหมายของสิ่งที่ทำ (แต่แน่นอน ควรมีเงินเพียงพอให้ยังชีพได้)

ดังนั้น คนอื่นอาจเดินหน้าไปไกล กิจการมั่นคง ก้าวหน้าในงาน แต่งงานมีลูก ฯลฯ 
ส่วนอินโทรเวิร์ทอาจยังศึกษาตัวเอง ลองผิดลองถูกด้วยการเปลี่ยนงาน และดูว่าตนเองต้องการอะไรกันแน่ในชีวิต
...มันก็ใช้เวลาแหล่ะ กว่าจะตอบตัวเองได้
แต่เมื่อตอบได้ มันก็จะเป็นการลงหลักปักฐานและทำได้นานเรื่อยไป 
เพราะนี่คือคำตอบที่ได้หลังผ่านการคิดใคร่ครวญอย่างดี และได้ลงมือทำอย่างตั้งอกตั้งใจไง

ในขณะที่ Extrovert จะกลับกัน
Extrovert จะคำนึงถึงเรื่องภายนอกมากกว่า สร้างโลกภายนอกขึ้นมาก่อนอย่างเร็วไว ทำให้ Extrovert มักดูเหมือนว่ามีพร้อมในทุกสิ่ง และเมื่อมีๆๆ ไปจนถึงจุดหนึ่ง เขาถึงจะย้อนกลับมาสำรวจโลกภายในจิตใจตนเอง (แน่นอนว่าไม่ได้หมายถึง Extrovert ทุกคน เพราะ Extrovert ก็มีหลายประเภท)


4

ความโชคดีอย่างที่ 3 ที่ดึงเราให้ดีดกลับขึ้นมาสู่สภาวะปกติและออกจะสดชื่นเบิกบานสบายใจเสียด้วยซ้ำ คือการได้ฟังพ็อดคาสท์ดีๆ 

เราไปค้นพบช่องพ็อดคาสท์สนุกและดีมากมาค่ะ ชื่อ Introvert, dear เป็นช่องพ็อดคาสท์โดยอินโทรเวิร์ท เพื่ออินโทรเวิร์ท คุณ Jenn Granneman ผู้ก่อตั้งพ็อดคาสท์ช่องนี้แกเป็น INFJ มนุษย์กลุ่มที่มีน้อยที่สุดในโลก อินโทรเวิร์ทตระกูลที่หายากสุดๆ (ซึ่งใน storylog ดูเหมือนจะมีหลายคนมากๆ ที่เป็น INFJ)

ตอนล่าสุดของพ็อดคาสท์ พูดถึง “ข้อดีของการเป็นอินโทรเวิร์ท”

ในขณะที่เรากำลังเศร้าสร้อยน้ำตาไหล กดฟังพ็อดคาสท์ตอนนี้ไปคือ บอกได้เลยว่า ได้ฟังในสิ่งที่กำลังต้องการสุดๆ เราฟังจบคือกดฟังซ้ำเลยทันทีค่ะ

ว่าแล้วก็มาดู “ข้อดีของการเป็นอินโทรเวิร์ท” ดีกว่า

1.อินโทรเวิร์ทเป็นพวกรู้ลึกรู้จริง

ด้วยนิสัยของอินโทรเวิร์ทที่ลองถ้าสนใจอะไรแล้วจะขุดลึกไปหมดทุกสิ่งที่เกี่ยวกับหัวข้อนั้น ทำให้ตัวเองกลายไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา อาจจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ อาจจะเป็นเรื่องการงานหรือเรื่องงานอดิเรกก็ได้

ปกติ อินโทรเวิร์ทเป็นคนไม่ค่อยพูด ออกจะเก้กังขัดเขินในการเข้าสังคมเสียด้วยซ้ำ แต่พอชวนคุยเรื่องที่เขาสนใจเท่านั้น จะคุยได้ไม่หยุดเป็นหลายชั่วโมง แถมคุยสนุกด้วยอีกต่างหากเพราะเขาชอบเรื่องนั้นจริงๆ


2.อินโทรเวิร์ทเป็นนักคิดวิธีแก้ปัญหา

ไม่มีใครเข้าใจพลังของการคิดเงียบๆ คนเดียวได้ดีไปกว่าอินโทรเวิร์ทอีกแล้ว คนอื่นอาจพากันเลิกล้มหรือเลิกใส่ใจ แต่อินโทรเวิร์ทจะยังเกาะติดอยู่ ขุดลึกไม่ยอมเลิกจนกว่าจะเจอต้นตอสาเหตุหลักของปัญหา ถ้าไม่เจอก็ไม่เลิกจนกว่าจะจัดการปัญหาได้

ไม่ใช่ว่าอินโทรเวิร์ทฉลาดกว่าหรอก แต่อินโทรเวิร์ทแค่เป็นคนยืนหยัดกับสิ่งหนึ่งได้ยาวนาน เพื่อคิดหาทางทำให้มันไปต่อให้ได้


3.อินโทรเวิร์ททำให้ความสัมพันธ์เป็นเรื่องลึกซึ้ง

ถ้าเคยคุยกับอินโทรเวิร์ทจะเข้าใจ เขาอาจคุยเจ๊าะแจ๊ะไม่ถนัด พูดเรื่องทั่วไปไม่ค่อยเก่ง แต่ถ้าคุยเรื่องโลกภายใน ความฝัน ความหวัง โครงการที่จะลงมือทำ การกระทำที่มีความหมาย อินโทรเวิร์ทจะคุยได้ จนคู่สนทนาอาจประหลาดใจด้วยซ้ำว่าตัวเองยอมเปิดเผยเบื้องลึกของตัวเองที่ไม่เล่าให้ใครฟังง่ายๆ ให้อินโทรเวิร์ทที่พึ่งรู้จักกันฟังแบบนี้ได้อย่างไร อินโทรเวิร์ทจะพาบทสนทนาเข้าสู่เรื่องราวเชิงลึก ไม่ว่าตอนที่คุยอยู่จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

ส่วนหนึ่งก็เพราะอินโทรเวิร์ทเป็นนักฟังที่ดี และการคุยกับอินโทรเวิร์ททำให้อุ่นใจ ปลอดภัย คู่สนทนาจึงกล้าที่จะเปิดใจเล่าเรื่องที่ปกติได้แต่เก็บไว้ หรือเป็นเพียงความคิดที่ชีวิตไม่เคยพูดมันออกมา



4.ถ้ามีแฟนเป็นอินโทรเวิร์ท รับรองได้ว่าเขาจะไม่เรียกร้องความสนใจของคุณมากนัก

นอกจากจะได้ความสัมพันธ์ในเชิงลึก มีบทสนทนาที่ลึกซึ้งตามที่อธิบายไปในข้อ 3 แล้ว เพราะอินโทรเวิร์ทเป็นอินโทรเวิร์ท ดังนั้นเขาจะไม่เรียกร้องให้คุณตัวติดกับเขาตลอดเวลา

แน่นอน คนเป็นแฟนกันก็ต้องมีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันให้เพียงพอ แต่นอกเหนือจากนั้น อินโทรเวิร์ทจะต้องการความเป็นส่วนตัวมาก ไม่ต้องไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลาก็ได้ แค่อยู่ด้วยกัน แค่มีปฏิสัมพันธ์กันก็ดีใจแล้ว

อยากเล่นบาส/เล่นเกม/เตะบอล กับเพื่อนเหรอ? 
ตามสบาย ขออยู่บ้านอ่านหนังสือละกันนะ

หรือ เมื่ออินโทรเวิร์ทคบกับอินโทรเวิร์ท แค่นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนละมุมของห้อง ก็รู้สึกมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันแล้ว แค่อยู่บ้านกินข้าวเปิด Netflix ดูด้วยกันก็ทำให้รู้สึกดีใจแล้ว



5. มีงานวิจัยบอกว่า ถ้าวัดกันในระยะยาวแล้ว อินโทรเวิร์ททำงานเป็นทีมได้ดีกว่า

ข้อนี้ฟังดูเหลือเชื่อใช่ไหมคะ เพราะอินโทรเวิร์ทถ้าเลือกได้ ก็คงเลือกไปนั่งทำงานเงียบๆ คนเดียว ทำไมถึงบอกว่าอินโทรเวิร์ททำงานเป็นทีมได้ดีล่ะ

เพราะเค้าดูกันใน “ระยะยาว” ค่ะ กลับกลายเป็นว่าอินโทรเวิร์ทสร้างผลงานให้ทีมและองค์กรได้ดีกว่า เพราะอินโทรเวิร์ทเป็นพวกพูดไม่เยอะ แต่ปล่อยให้ผลงานแสดงความสามารถของมันเอง

เมื่อเกิดวิกฤต ในขณะที่คนอื่นแตกตื่นลนลานตบโต๊ะขึ้นเสียงกันไปหมด อินโทรเวิร์ทจะรักษาความเยือกเย็นสุขุมเอาไว้ได้ เวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ภายนอกของอินโทรเวิร์ทจะดูเหมือนอยู่นิ่งๆ แต่ในหัวคือกำลังคิดทำความเข้าใจสถานการณ์ ประเมินดูว่าตนเองสามารถทำอะไรได้บ้าง

ด้วยความเป็นนักฟังที่ดีและช่างสังเกต ทำให้อินโทรเวิร์ท “ได้ยิน” มากกว่าสิ่งที่คนพูดออกมา อินโทรเวิร์ทจึงรวบรวมความเห็นจากเพื่อนร่วมงานก็ดี จากลูกค้าที่มีปัญหาก็ดี ได้ลึกซึ้งกว่าคนทั่วไป แล้วนำมาคัดกรองว่าควรปรับปรุงการทำงานอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย อินโทรเวิร์ทเป็นพวกชอบคิดจากหลายแง่มุม พลอยทำให้เกิดวิธีการแปลกใหม่ ได้ไอเดียที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เสนอไอเดียที่ในทีมไม่เคยลองทำ เอามาเป็นทางเลือก หยิบมาเป็นแผนสำรอง ช่วยให้ผู้บริการหรือทีมทำงานสามารถประเมินสถานการณ์ก่อนการตัดสินใจได้รอบด้านมากขึ้น

บางที เราอาจไม่คิดว่ามีผู้นำที่เป็นอินโทรเวิร์ทมากนัก เพราะภาพลักษณ์ของผู้นำดูจะต้องโผงผาง อยู่ใต้แสงไฟ เป็นที่จับตาของสื่อ แต่จากผลสำรวจของ USA Today พบว่า 40% ของซีอีโอเป็นอินโทรเวิร์ท คำอธิบายคือ เพราะผู้นำที่เป็นอินโทรเวิร์ทจะมีจำนวนพนักงานที่ภักดีต่อองค์กรด้วยมากกว่า เนื่องจากเสียงของพนักงานในองค์กรเหล่านั้นส่งไปถึงและได้รับการรับฟังจากผู้นำที่เป็นอินโทรเวิร์ทนั่นเอง

และเนื่องจากอินโทรเวิร์ทเป็นคนให้ค่ากับ “ความหมาย” ดังนั้น ผู้บริหารที่เป็นอินโทรเวิร์ทจะคำนึงถึง “สิ่งที่องค์กรจะได้” “ทีมจะได้” “ลูกค้าจะได้” มากกว่าความสำเร็จส่วนตน แล้วก็ซุ่มทำงานเงียบๆ ของตัวเองไป เพื่อให้งานที่ตัวเองทำแสดงศักยภาพด้วยตัวมันเอง มากกว่าจะมาป่าวประกาศความดีความงามของตนเอง

เป็นอินโทรเวิร์ทก็ดีและเก่งได้ เพราะคนพูดเก่งไม่ได้แปลว่าต้องเป็นผู้นำที่ดีเสมอไป

(รายชื่อผู้นำที่เป็นอินโทรเวิร์ท เช่น บิล เกตต์, วอเรน บัฟเฟต, มาร์ค ซัคเคอเบิร์ก, ลารี เพจ, สตีฟ วอซเนียก, อีลอน มัสก์, บารัค โอบามา, เนลสัน แมนดาลา, มหาตมะ คานธี, แม่ชีเทเรซา)



6. ในแง่การออมเงิน อินโทรเวิร์ทออมเงินเก่งกว่า

เป็นผลการสำรวจของธนาคารในอังกฤษที่ติดตามรูปแบบการใช้จ่ายของลูกค้า รายได้ และเงินออม พบว่าอินโทรเวิร์ทและ extrovert มีรูปแบบการใช้เงินแตกต่างกัน

ถ้าดูที่ระดับรายได้เดียวกัน คือ Extrovert ที่มีรายได้น้อย และอินโทรเวิร์ทที่มีรายได้น้อย พบว่า Extrovert รายได้น้อยจะใช้เงินจับจ่ายสินค้ากลุ่ม luxury มากกว่าอินโทรเวิร์ทรายได้น้อย (เป็นค่าเฉลี่ย ไม่ได้หมายความว่าทุกคน)

เหตุผลคือ เพราะ Extrovert เป็นคนชอบพบปะเพื่อนฝูงเข้าสังคม และให้ความสำคัญกับสถานะทางสังคมของตัวเองมาก ดังนั้น คนกลุ่มนี้จะมองว่า สินค้ากลุ่ม luxury เป็นสิ่งจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของเขา (เช่น มือถือรุ่นล่าสุด กระเป๋าติดโลโก้แบรนด์หรู)

แต่อินโทรเวิร์ทไม่ได้สนใจสถานะทางสังคมของตัวเองขนาดนั้น ก็เลยมีสัดส่วนการออมเงินที่สูงกว่า



7. ในด้านสุขภาพ อินโทรเวิร์ทเป็นคนอายุยืน

มีงานวิจัยที่บอกว่า ในขณะที่ Extrovert มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีกว่าอินโทรเวิร์ท อินโทรเวิร์ทส่วนใหญ่จึงป่วยง่ายกว่า แต่ถ้าดูตรงค่าเฉลี่ยอายุขัย พบว่าอินโทรเวิร์ทกลับมีอายุยาวนานกว่า (ไม่นับเรื่องอุบัติเหตุ)

เหตุผลคือ เพราะแม้ว่าอินโทรเวิร์ทจะไม่ได้รู้จักคนมาก ไม่ได้สนิทกับคนมากเท่า Extrovert แต่คุณภาพความสัมพันธ์ที่อินโทรเวิร์ทมีต่อคนสนิทกลุ่มเล็กๆ นั้นอยู่ในระดับลึกซึ้ง แค่เพื่อนรู้ใจไม่กี่คนที่จะร่วมรับรู้ทุกข์สุข มีคนให้แวะไปหาเวลาเหงา มีคนร่วมดีใจเวลามีความสุข ทำให้อินโทรเวิร์ทมีสุขภาพจิตที่ดีและมีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไป


8. อินโทรเวิร์ทเป็นคนมีความสุขกับเรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องใช้เงินมากมายมาบันดาลความสุข

ได้ใส่ชุดนอนนุ่มนิ่มตัวโปรด จุดน้ำมันหอมระเหย มีแมวเหมียวมาคลอเคลีย 
อ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม มีบทสนทนาดีๆ หรือการได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เท่านี้ก็ทำให้อิ่มเอมแล้ว


9. อินโทรเวิร์ทเป็นคนรอบคอบและย้อนกลับมาสำรวจตนเองเสมอ

ก่อนจะตัดสินใจอะไรแต่ละครั้ง โดยเฉพาะการตัดสินใจเรื่องใหญ่ในชีวิต อินโทรเวิร์ทจะใคร่ครวญพิจารณาเป็นอย่างดี มองทุกความเป็นไปได้รอบด้านก่อนตัดสินใจ แง่หนึ่งอาจมองได้ว่าเป็นคนตัดสินใจช้า ไม่เฉียบขาด แต่อินโทรเวิร์ทเป็นคนระมัดระวัง และการกระทำต้องผ่านการคิดพิจารณามาแล้วเป็นอย่างดี ไม่ตัดสินใจทำอะไรเสี่ยงๆ แล้วพาคนอื่นเดือดร้อนเด็ดขาด

เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ความรู้สึก ความทรงจำขณะตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ เหล่านั้นจะยังไม่หายไปจากตัวอินโทรเวิร์ท และอินโทรเวิร์ทจะย้อนมองดูตนเองอยู่เสมอว่าตนเองก้าวมาถึงไหน ตนเองได้เดินทางยาวไกลถึงเพียงไหนแล้ว

10. อินโทรเวิร์ทมีหัวทางด้านศิลปะ

ไม่ใช่ Extrovert ไม่มีหัวด้านนี้ แต่อินโทรเวิร์ทดูเป็นคนที่ข้องเกี่ยวกับความคิด อารมณ์ ความรู้สึก เรื่องบางอย่างมันอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ก็เลยวาดออกมาเป็นภาพ ทำออกมาเป็นอาหาร แต่งออกมาเป็นบทเพลง บางทีอยู่ดีๆ ก็แค่อยากลุกขึ้นมาวาดรูประบายสี ปักผ้า เย็บเสื้อผ้าใส่เอง หรือจัดดอกไม้ อาจทำแค่สนุกๆ ก็ได้ แต่อินโทรเวิร์ทดูจะมีหัวทางด้านนี้

(อินโทรเวิร์ทคนดังในหมวดความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ เจ เค โรลลิ่ง, คริสตินา อากีเรลา, อัลเบิร์ต ไอสไตน์, เอ็มม่า วัตสัน, ออเดรย์ เฮปเบิร์น, สตีเฟน สปิลเบิร์ก, เซอร์ ไอแซค นิวตัน, เฟดเดอริค โชแปง, อกาธา คริสตี, จอร์จ อาร์ อาร์ มาร์ติน, ซี เอส ลูอิส, วิลเลียม เช็คสเปียร์)



ก็นี่ล่ะค่ะ... สาระสำคัญของพ็อดคาสท์ที่ได้ฟังไป 
เป็นคนร้องไห้ก็ต้องหยุดร้องไห้ล่ะนะ ในเมื่อการเป็นอินโทรเวิร์ทมีข้อดีตั้งมากมายขนาดนี้ :-)





อินโทรเวิร์ทที่รัก,
อย่าดูถูกตัวเอง อย่าทำร้ายตัวเองเลย
ใครๆ ก็มีจุดแข็งจุดอ่อน ข้อดีข้อด้อยกันทั้งนั้น

“ไม่จำเป็นต้องมองโลกในแง่ดีหรือมั่นใจในตัวเองก็ได้ แค่ยอมรับตัวเองให้ได้ก็พอ” 
มันเขียนไว้อย่างนั้นในหนังสือ “กล้าที่จะถูกเกลียด” นะ



เชื่อมั่นในตัวเองเถอะ 
ถึงจะเป็นคนแบบนั้น ถึงจะเป็นคนแบบนี้ 
แต่เราก็ยังมีอะไรดีๆ ในตัวอีกมากมาย :-)



nananatte

30.01.2019


ป.ล. โพสต์ตอนนี้ทำเป็นพ็อดคาสท์แล้ว สามารถติดตามรับฟัง sit down and write podcast ได้ทาง spotify, itunes, apple podcast และ podbean ค่ะ
 


SHARE
Written in this book
what i've learned this year...
บันทึกข้อคิดจิปาถะที่เราค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละนิด
Writer
nananatte
storyteller
nananatte (นานานัตเต) ...ทำอาหารไม่เก่ง ...ชอบแมว โดยเฉพาะแมวดำ ...เป็นนักเขียนนิยายแนว slice of life กึ่งโรแมนติก กึ่งชิลล์ เพราะชอบเรื่องราวของคนธรรมดาที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ นิยายที่เขียนก็เลยมีแต่เรื่องราวของผู้คนเหล่านี้ ...ชอบเครื่องเขียน ชอบกาแฟดำ ชอบอ่านหนังสือ ชอบสวน ชอบเดินเล่นในวันอากาศดีๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ ผลงานนิยายของเราตอนนี้มี 2 เรื่อง คือ Say You Love Me และ ร้านหนังสือเที่ยงคืน ติดตามอ่านกันได้ที่ fictionlog นะคะ :-)

Comments

takumacheerup
7 months ago
เป็น อินโทรเวิร์ท เหมือนกันค่ะ
เมื่อก่อนตอนทำงานใหม่ๆ
รู้สึกตัวเองแตกต่าง แปลกแยก
แต่พอเรายอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นได้แล้ว
เรากลับพบข้อดีของตัวเองมากขึ้น
มันสะท้อนออกมาจากผลงาน
และมีคนบอกให้รู้
ดังนั้น เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดแล้วค่ะ
เป็นกะละมังใจให้น๊า 🤗
Reply
nananatte
7 months ago
น่ารักจังเลยค่ะคุณ Takuma
ขอรับกะละมังใจใบโตๆ เลยค่า
ขอบคุณมากค่า (^____^)
takumacheerup
7 months ago
ยินดีค่ะ อิอิ
amorfati
7 months ago
ในวันที่รู้สึกว่าตัวเองเปราะบาง พอได้เข้ามาอ่านแล้วทำให้รู้สึกยอมรับตัวเองมากขึ้น แล้วก็รู้สึกขอบคุณตัวเองมากขึ้นขอบคุณมากนะคะ 🙂🙂
Reply
nananatte
7 months ago
ขอบคุณเช่นกันที่แวะมาทักทายค่ะ
มีวันฝนตก ก็ต้องมีวันแดดออกนะคะ
หายใจเข้าลึกๆ ค่ะ :-)
Nos2711
7 months ago
เป็นอินโทรเวิร์ทเหมือนกัน หัวไปทางศิลป์แต่คัวจริงเรียนวิทยาศาสตร์เฉย555 รู้สึกดีนะคะที่มีให้เราอ่านแล้วชื่นใจมากขึ้น
Reply
nananatte
7 months ago
ยินดีค่า ขอบคุณมากเลย (^____^)
E29AZA
6 months ago
ISTJ ฮะ.. พ่วงด้วย Enneagram type 8 :D
Reply
nananatte
6 months ago
เดี๋ยวต้องลองหาข้อมูลดู
ขอบคุณค่า
E29AZA
6 months ago
ป.ล. มาส่งข่าวว่า มีพี่ที่เรานับถือคนนึง กำลัง follow คุณณัฐอยู่ เธอชอบวิธีการเขียน การสื่อสารของคุณณัฐมากค่ะ ^____^ เราไม่รู้ว่าพี่เค้าใช้ username อะไร แต่อยากแบ่งปันให้คุณณัฐรู้ว่ามีแฟนคลับเพิ่มมาอีกคน
nananatte
6 months ago
โอ้ ตื่นเต้นตกใจค่า
ขอบคุณมากนะคะ (^____^)
Seven7
6 months ago
ละมุนจังเลยค่ะ เราก็เป็นintp วันหยุดแบบนี้ ก้ต้องอ่านอะไรพวกนี้แหละค่ะ ติดตามแล้ว
Reply