คิดถึงนะเว้ย
ปีที่แล้วเริ่มต้นปี 2019 ด้วยความสดใส และพลังใจเต็มเปี่ยม อาจมีช่วงที่เหนื่อยกับชีวิตปี 4 บ้างแต่ก็ไม่ได้สาหัสอะไร รับมือได้เรื่อยๆ คิดว่าปีนี้เป็นปีที่อะไรๆคงจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่กลับกลายว่าเป็นปีที่ทำร้ายความรู้สึกตั้งแต่ไตรมาสแรก 
เย็นวันหนึ่งของต้นเดือนมีนาคม 2019 เราต้องมารับรู้ว่าเพื่อนฆ่าตัวตายที่คณะ 
เราร้องไห้ตัวโยนในห้องโดยมีรุ่นน้องรูมเมทปลอบ โดยพร่ำบอกกับตัวเองว่าข่าวนั้นอาจจะไม่จริงก็ได้ แต่นำ้ตากลับไหลลงมาไม่หยุด ราวกับว่าเป็นพยานสำคัญของจิตใต้สำนึกที่รับรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง และข่าวที่เห็นก็เป็นเรื่องจริงที่หนีไม่พ้น
เราปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าใจหายและใจสลายมากแค่ไหน 
นี่เป็นครั้งที่แรกที่เราร้องไห้สำหรับการจากไปของใครสักคนด้วยใจที่หม่นหมอง แม้จะร้องด้วยความเข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น แต่ก็ตัดพ้อตัวเองที่เพิกเฉยต่อความรู้สึกของเขาตลอดมา
เราไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าทำไมเขาผอมลงขนาดนั้น เพราะเชื่อว่าเขาลดน้ำหนักจริงๆ 
เราไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าทำไมเขาถึงหายจากคลาสหลายๆ อาทิตย์ เพราะคิดแค่ว่าเขาคงขี้เกียจมานั่งเรียนในคลาส
เราไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าทำไมเราถึงมองแค่รอยยิ้มสดใสของเขามากกว่าแววตาที่แสนเศร้าคู่นั้น
เราไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าการที่เขาพร่ำบ่นทุกครั้งที่พบกันว่าเครียดนั้น มันหนักหนาสาหัสจนทำให้เขาตัดสินใจทำแบบนี้
....
เดือนนี้ก็ครบรอบ 1 ปีที่แกเดินทางไปสู่เส้นทางใหม่ ๆ 
ตอนนี้ฉันก็พยายามใช้ชีวิตของตัวเองอยู่นะ อาจไม่เป็นดังหวัง แต่ก็ไม่เลวร้ายจนเกินรับมือ 
ฉันหวังว่าแกจะสบายดี ยิ้มและหัวเราะอย่างสุดเสียงโดยไม่ต้องดิ้นรนกับโรคนั้นอีก :)

 
SHARE

Comments