น้ำใสและชาวเน็ตของไทย .
หลังจากเฝ้าอ่านและติดตามประเด็นอ่อนไหว
ที่เกิดจากสมาชิกคนนึงใน BNK48 ใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์ของจักรวรรดิ์นาซี
มานานพอสมควรตั้งแต่ตอนเกิดประเด็น
ปฏิกิริยาของสังคมและโลกออนไลน์
ทั้งคนใกล้ตัวที่เป็นแอคติวิส หรือคนทั่วไปตามคอมเม้นท์ต่าง ๆ
ส่วนใหญ่จะมาในทิศทางของการดูหมิ่นหรือประนามในตัวบุคคลและวง
ไม่ใช่ประนามในประเด็นที่เกิดขึ้นคือการใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์ตัวนั้น


ในส่วนของฝั่งแฟนคลับ ก็มีหลายปฏิกิริยาเช่นกัน
ทั้งฝั่งที่รีบแจ้งและเรียกร้องไปยังฝั่งต้นสังกัดของน้อง
ฝั่งที่เป็นห่วงและกังวลแทนน้อง
แม้กระทั่งฝั่งที่เลือกที่จะอยู่เฉย ๆ ไม่แสดงออกก็มีให้เห็น
แม้แต่ในบ้าน (กลุ่มแฟนคลับ) ของน้องก็ตามที ..


ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันหลังภาพนั้นถูกเพจแอนตี้เพจหนึ่งตีกระแสออกมา
ทางฝั่งสถานทูตอิสราเอลได้โพสแสดงความกังวลใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น


หลังจากนั้นไม่นาน น้องก็ได้ประกาศขอโทษ
และขอรับไว้เป็นบทเรียนบนเวทีประกาศผลการเลือกตั้งทั้งน้ำตา
ที่รู้สึกผิดและเสียใจต่อการกระทำที่ผิดพลาดของตนเอง


โดยวันต่อมาผู้จัดการวง ที่หลาย ๆ คนรู้จักในชื่อจ๊อบซัง
นำสมาชิกคนนั้นไปขอโทษและแสดงความเสียใจ
ต่อสิ่งที่ตนเองทำไปต่อสถานทูตอิสราเอลที่เป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรง
ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผาพันธุ์ของนาซี
และได้เข้าร่วมพิธีของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล
เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวสากลแห่งสหประชาชาติ
ณ อาคารองค์การสหประชาชาติ กรุงเทพฯ
ซึ่งถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบอย่างถึงที่สุดต่อการกระทำของตนเอง

มันก็เหมือนจะจบด้วยดีแล้วแหล่ะ
ถ้าชาวเน็ตบางกลุ่มมีความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวจริง ๆ


หลายคนอาจจะสงสัยว่าเราต้องการจะสื่ออะไร
เราอยากจะนำเสนอการแสดงออกต่างๆ ในสังคมเราต่อเหตุการณ์นี้
ว่ามีอะไรที่ทำให้รู้สึกผิดเพี้ยนไปหลายอย่าง เช่น


กล่าวย้อนกลับไปยังอิสราเอล ว่าทีพวกตนทำกับชาวปาเลสไตน์และชาวซีเรียหล่ะ ทำไมถึงไม่รู้สึกผิด (ซึ่งคนเหล่านี้ที่ไปคอมเม้นท์มีแนวโน้มว่าจะเป็นกลุ่มแฟนคลับของวงเสียเองด้วย)

ประเด็นนี้ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งต่อการตอบโต้กระแสลบให้กับสมาชิกคนดังกล่าวด้วยการลากประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องมาโต้แย้ง ซึ่งอันที่จริงเรากำลังพูดถึงนาซีและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวอยู่ ทำให้สัญลักษณ์ดังกล่าวไม่เป็นที่พอใจต่อคนภายนอก

กล่าวดูถูกและล่วงเกินสมาชิกและวงในประเด็นที่นอกเหนือไปจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

มาจากกลุ่มคนที่ไม่ชอบในวงหรือตัวสมาชิกอยู่แล้ว เมื่อได้โอกาสจึงได้ผสมโรงเข้าตะลุมบอนด้วยทัศนคติที่ต่อต้านอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเป็นคอมเม้นท์ที่เต็มไปด้วยอคติ

สำนักข่าวหัวสีใหญ่ๆ ต่างๆ พากันเงียบกริบต่อเหตุการณ์หลังจากที่น้องเข้าพบกับสถานทูตอิสราเอลและร่วมมือกันจะศึกษาและถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


มีเพียงไม่กี่สำนักข่าวที่ลงข่าวการเข้าพบและการตกลงเพื่อศึกษาบทเรียนรวมกันของวงและสถานทูตเท่านั้น



เบื้องต้นก็เป็นสิ่งที่สังเกตได้ในกรณีนี้
อยากจะสื่อว่าเราไม่ผิดนะ ที่อยากจะปกป้องน้อง หรือโอชิตัวเอง
แต่อยากให้ใช้ความเป็นเหตุเป็นผลให้มากกว่านี้
ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

ด้วยรักและสติ .
SHARE
Written in this book
ชายผู้เดินออกจากบ้านและหลงทางในจักรวาลของไอดอล
เรื่องราวเกี่ยวกับวงที่มีเลข ๔๘ มากกว่าเลขนี้ น้อยกว่าเลขนี้ แล้วก็ไม่มีเลข (เอ๊ะ!!) ผ่านมุมมองของผู้เขียน ที่ใช้วงการนี้เป็นหนึ่งในที่ยึดเหนี่ยวจิตใจหลังเรียนจบและเผชิญชีวิตการทำงานที่โหดร้าย ก็มีกำลังใจจากเด็กๆ และเพื่อนกลุ่มนี้นี่แหล่ะ
Writer
Vegetable_man
Photograph, Observer
ชอบถ่ายรูป พิมพ์มากกว่าพูด พกวอเกือบตลอดเวลาจนเพื่อนบอกว่าบ้า ใช้ชีวิตรอยต่อระหว่างวัยรุ่นกับวัยทำงานในอาชีพราชการ .

Comments

MiRinDreamGirl
2 years ago
เขียนดีมาก ๆ เลยค่ะ
สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดในทุกวันนี้ คือ สังคมโซเชี่ยลนี่ล่ะค่ะ สงสารน้องเลย
Reply
Vegetable_man
2 years ago
ถ้าวิจารณ์กันภายใต้ข้อมูลและประเด็นอย่างสร้างสรรค์มันจะดีมากเลยครับ แต่กลายเป็นออกทะเลกันหมดเลย สงสารน้องเหมือนกัน ~