เหลือง-แดง ความปรปักษ์ที่ร้อนแรง
ไม่รู้ว่าพออ่านหัวข้อแล้ว ท่านผู้อ่านนึกถึงอะไรกันบ้าง คาดว่า ท่านผู้อ่านจำนวนไม่น้อยย้อนนึกถึงกลุ่มการชุมนุมในอดีตที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน

แต่เดี๋ยวก่อน ผู้เขียนไม่ได้กำลังจะโยงเข้าประเด็นการเมืองประเทศไทยแต่อย่างใด
แต่แรงบันดาลใจที่ทำให้เขียนบทความนี้ขึ้นมาก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองนั้นแหละ (งงล่ะสิ)

เมื่อเช้านี้ ผู้เขียนได้อ่านหนังสือพิมพ์ เป็นข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองในประเทศฝรั่งเศส หากได้ติดตามข่าวต่างประเทศกันบ้าง จะพอทราบกันดีว่ามีการจลาจลก่อเหตุของกลุ่ม "เสื้อกั๊กเหลือง" ในเมืองปารีสนั้นถือเป็นการประท้วงที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีเลยทีเดียว ซึ่งเป็นชุมนุมต่อการนโยบายของรัฐบาลมประธานาธิบดีเอ็มมาดูเอล มาครง ซึ่งการประท้วงในครั้งนี้มีการก่อเหตุรุนแรงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ทว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่าน มีกลุ่มคนที่ออกมาต่อต้านการใช้ความรุนแรงของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง โดยเรียกตนเองว่ากลุ่ม "ผ้าพันคอแดง" และประกาศว่าพวกตนเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวที่ไม่ฝักฝ่ายฝ่ายใด

นี่เองที่ทำให้ผู้เขียนเกิดคำถามขึ้นในใจว่า ทำไมต้องเป็นสี เหลือง - แดง ?

ทีนี้ เราลองมาย้อนดูลักษณะของสีทั้งสอง ทั้งคู่เป็น 2 ในแม่สีทั้งสาม อันเป็นสีหลักที่เมื่อผสมเข้าด้วยกันแล้วจะเกิดเฉดสีต่างๆ ที่น่าสังเกตคือ ในบรรดาแม่สีทั้งสามสีนั้น เหลือง และ แดง เป็นแม่สีที่อยู่โทนร้อน ในขณะที่ สีน้ำเงินนั้นเป็นสีในโทนเย็น

แล้วสีโทนร้อน มีอิทธิพลอย่างไรต่อทัศนคติของเรา?

ท่านผู้อ่านลองนึกตาม ถ้าดูภาพทะเลยามเย็นที่วาดด้วยสีที่อยู่ในโทนร้อนอย่างสีเหลือง ส้ม แดง กับภาพทะเลยามค่ำคืนที่วาดด้วยสีโทนเย็นอย่างน้ำเงิน เขียว ม่วง เราจะพบว่าทั้งต่อให้สองภาพจะมีองค์ประกอบที่เหมือนกันทุกระเบียบนิ้วก็ตาม แต่สีที่ลงในภาพนั้นช่างให้ความรู้สึกที่แตกต่าง

สีโทนเย็นให้ความรู้สึกที่ลุ่มลึก เยือกเย็น สดชื่น ในขนะที่สีโทนร้อนนั้นดูท้าทาย และกระฉับกระเฉง

นี่เองคงเป็นเหตุผลว่าทำไมกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวมักจะเลือกใช้สีที่ทำให้รู้สึกฮึกเหิมมากกว่าสีที่มองแล้วรู้สึกสงบ เพราะการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งใดก็ตามมักต้องการอารมณ์ความรู้สึกที่แรงกล้าในการประกาศเจตนารมย์ออกมา และสีเหล่านี้ก็ตอบโจทย์ในการกระตุ้นความรู้สึกเหล่านั้น

คราวนี้ เราลองมามองกันต่อว่า ทำไมถึงเป็นสองสีนี้ สีอื่นไม่ได้หรือ?

อย่างที่ผู้เขียนได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ว่า เหลือง และ แดง เป็นแม่สีโทนร้อน ดังนั้นมันจึงเป็นต้นสีของสีโทนร้อนทั้งปวง หากกลุ่มหนึ่งใช้สีแดง อีกกลุ่มใช้สีชมพูก็คงจะแยกยาก ต่อให้ใช้สีส้ม ก็อาจจะมองออกยากแล้วแต่เฉดสี เช่นกันกับสีเหลืองที่อาจจะกลืนกับสีส้มในบางทีถ้าโทนสีใกล้เคียงกัน ดังนั้นคงง่ายมากๆ ถ้าใช้สีโทนหลักอย่างสีเหลืองและสีแดงไปเลย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสงสัยและข้อสรุปคร่าวๆของตัวผู้เขียนเท่านั้น ถึงตรรกะและความเป็นไปได้ของการเลือกใช้สีในโอกาสต่างๆ (ซึ่งที่ผู้เขียนยกมาคือเรื่องของการเคลื่อนไหวเพื่อจุดประสงค์)

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ตัดสินและชี้ตายว่า "จำเป็น" ต้องเป็นไปตามนี้
หากท่านผู้อ่านมีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสีที่สดใสเหล่านี้อย่างไร ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้เลย


Kino_o
(คิโนโอะ the Ordinary Person)
SHARE
Writer
Kino_o
Ordinary People
A person in a big world

Comments