one shot : you (seola x soobin)
เธอ


เธอโดดเด่นท่ามกลางผู้คนมากมาย ฉันพบเธอครั้งแรกที่หอสมุดกลาง ดวงตาเป็นประกายยามที่พูดคุยกับคนรอบตัว เสียงหัวเราะสดใสที่เบาแต่กลับดังกังวานในหัวใจของฉัน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เป็นแบบนี้ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันนั้นสนใจและเรียกหาเพียงแต่เธอ รู้อีกทีเธอก็เป็นภาพสีเพียงหนึ่งเดียวในสายตาของฉันไปเสียแล้ว



ฉัน


ฉันที่เหมือนกับฝุ่นผงที่ล่องลอยในอากาศ ทำได้เพียงลอยมาและลอยไป ไร้ซึ่งจุดหมาย ไร้ซึ่งผู้คนมองเห็น ดวงตากลมภายใต้แว่นตาหนาเตอะไม่เคยฉายแววสดใสมาก่อน จนกระทั่งได้มาพบกับเธอ  








“ขอโทษนะคะ พอจะรู้ไหมว่าหนังสือชื่อนี้ต้องหาที่ล็อกไหน” เสียงไพเราะที่แอบฟังมาหลายคราดังขึ้นบริเวณข้างๆ พัคซูบินที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือสอบอยู่สะดุ้งโหยงเมื่อได้ยิน

“ค..คะ”

“หนังสือชื่อนี้น่ะค่ะ” พูดพร้อมทั้งยื่นกระดาษที่จดชื่อหนังสือมาตรงหน้า ลายมือน่ารักจังเลย..

“ลายมือคุณเหรอคะ”

“คะ? อ๋อค่ะ ลายมือฉันเอง” ถึงแม้อีกคนจะงงแต่ก็ตอบกลับมา “พอจะอ่านออกไหมคะ”

“ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่าหนังสือเล่มนี้อยู่ตรงไหน” เธอตอบกลับไปตามตรง ไม่กล้าเงยหน้ามองด้วยซ้ำว่าตอนนี้อีกคนกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ จะส่งยิ้มที่ทำให้ทั้งโลกสดใสแบบที่ทำเป็นประจำ หรือว่าจะทำหน้าผิดหวังที่เธอช่วยอะไรไม่ได้เลย

“แย่จังเลยนะคะ” คนแปลกหน้าที่คุ้นชินหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความผิดหวัง “ขอโทษที่รบกวนนะคะ”

“แต่ถึงยังไงก็จะช่วยหาดูแล้วกันนะคะ”





ไม่รู้ว่าคิดถูกไหมที่ตอบตกลงมาช่วยหาหนังสือแบบนี้ อาจจะเพราะตอนที่เราเริ่มหาเป็นเวลาหัวค่ำแล้วทำให้ตอนนี้ใกล้เวลาที่หอสมุดจะปิดเต็มที ซูบินยังคงเดินไล่ดูสันหนังสือทีละเล่มตั้งแต่ล็อกแรกจนมาถึงล็อกเกือบสุดท้ายของหมวด มือเล็กยกขึ้นขยับแว่นตาให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม หลังจากนั้นก็ใช้นิ้วชี้ไล้ไปตามสันหนังสือเพื่อหามันต่อไป

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแต่ก็คงจะนานพอให้ทั้งคู่เดินวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง

“เจอไหมคะ” อีกคนพูดขึ้น ซูบินส่ายหัวให้เป็นคำตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้เล็กน้อย “ขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะคะ”

“ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ”

“บ้านอยู่ไหนคะ ให้ฉันเดินไปส่งได้ไหม” เหมือนกับว่าหัวใจทำงานหนักขึ้นหลังจากที่จบประโยคนั้น มือเล็กยกขึ้นมาจับหน้าอกตัวเองเผื่อวัดความเต้นแรงของหัวใจอย่างเผลอตัว เหมือนกับว่าบรรยากาศภายในหอสมุดถูกปรับให้สูงขึ้นจนเม็ดเหงื่อเริ่มผุดตามกรอบหน้าและแขนของเธอ เลือดภายในร่างกายก็ดูจะสูบฉีดดีเกินไปจนใบหน้าเริ่มแดงปลั่งออกมาเสียจนอยากจะหลบหน้าหนีไปไกลๆ “ไม่สบายหรือเปล่าคะ”

“เปล่าค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

“คุณคะ” อีกคนเอ่ยท้วงขึ้นมา “ให้ฉันไปส่งเถอะค่ะ คุณต้องกลับช้าเพราะฉันนะคะ”

“หอพักของฉันอยู่ใกล้แค่นี้เอง ไม่เป็นไรค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นขอไอดีไว้หน่อยได้ไหมคะ ถ้าถึงห้องก็ช่วยส่งข้อความมาบอกฉัน” เมื่อดูว่าตื๊อไปก็คงจะไร้ประโยชน์คนมนุษยสัมพันธ์ดีจึงเลือกขอช่องทางติดต่อไว้แทน โทรศัพท์เครื่องแพงถูกยื่นมาตรงหน้า ซูบินรับมันมาและกดไอดีไปอย่างรวดเร็วแล้วยัดมันคืนใส่มืออีกคนหลังจากนั้นก็รีบจ้ำอ้าวเดินออกไป





‘ฉันคิมซอลอานะคะ ถ้าถึงบ้านแล้วช่วยบอกด้วยนะคะ’









 
คิมซอลอากำลังทำตัวแปลกๆ เธอกำลังเดินตามผู้หญิงเฉิ่มๆคนนึงอยู่ ท่ามกลางความมืดเช่นนี้ผู้หญิงคนนั้นกล้าเดินกลับบ้านคนเดียวได้อย่างไรกันนะ

หูฟังถูกสวมเอาไว้แต่ไม่ได้มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา สองมือสอดเข้าไปในกระเป๋าของเสื้อฮู้ดตัวที่ใส่เป็นประจำ สายตาจ้องมองไปยังคนข้างหน้าที่กำลังเดินอย่างไม่รีบร้อนอะไร มองภายนอกอีกคนดูไม่ได้มีอะไรน่าดึงดูดเลย เสื้อผ้าหน้าผมก็แสนจะธรรมดา ไหนจะแว่นตาหนาเตอะที่ถูกสวมใส่ตลอดนั่นอีก

ร่างเล็กเลี้ยวเข้าไปในตัวอาคารขนาดใหญ่ที่แสนคุ้นเคย ซอลอาเลิกคิ้วด้วยความสงสัยกับเรื่องที่เกิดขึ้น



นี่เราอาศัยอยู่หอพักเดียวกันงั้นเหรอ



“นี่คุณ” ซอลอาที่แอบเดินตามอยู่นานตัดสินใจเอ่ยทักคนตัวเล็กที่กำลังยืนรอลิฟต์อยู่ทันทีที่ได้จังหวะ “อยู่ที่นี่เหมือนกันเหรอ”

“คะ?”

“ฉันก็พักที่นี่” ซอลอาส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรพร้อมทั้งยื่นมือออกไป “ฉันคิมซอลอานะ”

“ฉันพัคซูบิน” มือเล็กยื่นออกมาอย่างสั่นๆจนสุดท้ายเป็นซอลอาที่จับหมับเข้าไปและเขย่าเบาๆก่อนจะปล่อยมือออก






บังเอิญเกินไปแล้ว พัคซูบินแอบชอบแอบมองคุณคนนั้นมานานหลายเดือนทำไมถึงไม่รู้ว่าอยู่หอพักเดียวกัน.. ใบหน้าเล็กซุกลงกับหมอนใบโตก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน







 


เป็นเวลาร่วมเดือนหลังจากวันนั้นที่ซอลอาและซูบินมักใช้เวลาร่วมกันในหอสมุดแห่งเดิม ซอลอาไม่ค่อยได้ไปนั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนๆแล้วแต่เปลี่ยนมานั่งร่วมกับเธอแทน ส่วนเธอที่ปกตินั่งคนเดียวก็กลายเป็นว่ามีเพื่อนนั่งด้วยกันเพิ่มมาหนึ่งคนไปเสียอย่างนั้น

วันนี้ทั้งคู่เลือกที่จะมาอ่านหนังสือที่ห้องของซูบินที่อยู่ถัดจากซอลอาลงมาสองชั้น และในตอนนี้ใบหน้าสวยกำลังเอียงหน้าฟุบลงกับโต๊ะเพื่อพักสายตาหลังจากอ่านหนังสือมานานกว่าชั่วโมง สายตาของซูบินที่มองซอลอาเต็มไปด้วยความสุข สุขจนล้นไปทั้งหัวใจ สุขจนไม่คิดว่ามันเกิดขึ้นจริง


ไม่คิดมาก่อนว่าริมฝีปากที่คอยพูดเจื้อยแจ้วและมอบรอยยิ้มให้กับคนอื่นจะถูกมอบให้กับเธอด้วย

ไม่คิดมาก่อนว่าเสียงหัวเราะที่เคยได้ยินแผ่วเบาไกลๆจะได้ยินมันในระยะใกล้และดังกังวานแบบนี้

ไม่คิดมาก่อนว่าดวงตาที่เคยชอบนั้นจะมองมาที่เธอด้วยแววตาเดียวกัน..



“มองอะไรเหรอคะ” ซอลอาลืมตามองแล้วพูดกับคนที่นอนอยู่ในท่าเดียวกัน “ถ้าจะนอนก็ถอดแว่นก่อนสิ” มือเรียวยื่นมาตรงหน้าแล้วถอดแว่นตาของเธอออก ด้วยความที่สายตาที่สั้นมากทำให้ภาพตรงหน้ามัวไปหมด

“ฉันมองไม่เห็นนะ”

“แล้วเห็นหน้าฉันหรือเปล่าคะ” ซูบินทำเสียงฮึดฮัดอย่างที่ชอบทำเวลาโดนอีกคนแกล้ง ซอลอาหัวเราะออกมาแล้วขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะถามขึ้น “แบบนี้ล่ะ ชัดขึ้นไหมคะ”

“ท.. ทำอะไรคะ” ซอลอายิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าใบหน้าอีกคนเริ่มจะขึ้นสีอีกครั้งเหมือนกับครั้งแรกที่เราได้คุยกัน



น่ารัก มีเพียงคำเดียวที่คิมซอลอาคิดออก
 


“แบบนี้ชัดขึ้นอีกไหมคะ” ไม่ว่าเปล่ากลับขยับใบหน้าเข้ามาใกล้กันอีก “ฉันเห็นคุณชัดมากๆเลยนะ”

“ช..ชัดแล้วค่ะ” เสียงใสตอบกลับมาอย่างตะกุกตะกัก “คุณขยับออกไปได้แล้ว”

“คุณน่ารักมากเลยนะคะ” ปากอิ่มคลี่ยิ้มออกมา การที่เราได้นอนมองหน้ากันใกล้ๆขนาดนี้มันเหมือนฝันสุดๆไปเลย

“คุณก็น่ารักค่ะ” ซูบินตอบกลับไปก่อนจะรู้ตัวได้ว่าเผลอพูดอะไรออกไป ร่างเล็กกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งปกติแล้วยกมือขึ้นปิดปากทันที

“เนี่ย คุณน่ารักอีกแล้ว” ซอลอาลุกขึ้นนั่งหลังตรงตามเจ้าของห้องแล้วยื่นแว่นตาคืนให้ “ฉันจะทำยังไงดี”

“คะ”

“ฉันว่าฉันชอบคุณแน่ๆเลย เพราะว่าฉันชอบคุณ วันนั้นฉันก็เลยทำเป็นเดินเข้าไปทักขอให้คุณช่วยหาหนังสือ” ซอลอาพูดออกมาพร้อมทั้งหันมามองคนข้างกาย ใบหน้าแดงแปร๊ดก้มลงไม่กล้าสบตาของเธอเรียกรอยยิ้มได้เป็นอย่างดี “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่หันไปทางไหนฉันก็เจอแต่คุณ มันคงเป็นเรื่องบังเอิญ”

“...”

“คนเฉิ่มๆแบบคุณ ฉันชอบเข้าแล้ว ทำยังไงดี” พัคซูบินเงียบลง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจออกมา กลัวว่าลมที่ออกมาจะพัดพาฝุ่งละอองอย่างเธอปลิวออกไปจากคนอย่างคิมซอลอา “คุณไม่ชอบฉันเหรอคะ”

“ไม่ใช่นะคะ” ซูบินยกมือขึ้นโบกไปมาพร้อมทั้งส่ายหัวปฏิเสธพัลวัน “ฉันน่ะชอบคุณมากๆต่างหาก”

“มากๆเลยเหรอคะ” ซอลอายิ้มออกมาแล้วเอ่ยถามซ้ำ

“ค่ะ.. ที่คุณบอกว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ฉันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก”

“หมายความว่ายังไงคะ”

“ก็คงเป็นฉันมากกว่าที่พาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นเพื่อจะเจอคุณ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” ซูบินเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกคน ภาพตรงหน้าชัดเจนไปหมดเพราะแว่นที่สวมใส่ แต่กลับชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อซอลอาขยับหน้าเข้ามาใกล้กันแบบเมื่อครู่อีกแล้ว “ฉันมองเห็นแค่คุณคนเดียว”

“คุณมีพลังวิเศษงั้นเหรอ” ซอลอาเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างสงสัย

“การที่ฉันรักคุณตั้งแต่แรกพบถือว่าเป็นพลังวิเศษหรือเปล่าคะ”

สิ้นคำตอบทั้งคู่ก็ยิ้มออกมา ก่อนทั้งห้องจะเงียบลงจนเหลือแค่เพียงเสียงหัวใจที่เต้นถี่ของทั้งคู่ที่กลับดังก้องขึ้นมาด้วยประโยคต่อมา

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงมีพลังวิเศษเหมือนกันกับคุณนั่นแหละค่ะ”
 


talkแงงๆ ฟิคอะไรก็ไม่รู้ค่ะ ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ งงๆอึนๆตามสไตล์คนเด๋อข่ะ คิกค้าก

SHARE
Written in this book
wjsn shortfiction
จักรวาลอูจูโซนยอมีดวงดาวอยู่ 78 ดวง ดวงที่ส่องสว่างที่สุดในใจของฉันคือดวงดาวที่ชื่อว่า 'ซอลบิน' 🚀🌙💘💙
Writer
typrnnn
writer and reader
no seolbin no life

Comments

LoveyouYuri
5 months ago
ง่ากกกกกกกก บ้าเอ๊ยยยยยยยยย อยากมีพลังพิเศษฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ น่ารักมากเลยค่ะ เขินไปหมดแล้วววววววว นึกถึงเวลาพี่พูดแล้วเล่นหูเล่นตาเหมือนในไลฟ์แล้วยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ แงงงงงงงงงงงงงง
Reply
LoveyouYuri
5 months ago
*พลังวิเศษพอ
typrnnn
5 months ago
แต่งเองเขินเองเหมือนกันค่ะ ;-; ดีใจที่คุณนาชอบน้า เพราะเค้าก็ชอบเหมือนกัน คิกค้าก💓