last train to somewhere
รถไฟ.. ขบวนรถไฟของคนช่างฝัน

15 ชั่วโมงอันไร้ทุกข์์์์-สุข
จะมีไหมรถไฟสักสายที่ไม่มีปลายทาง?

นอกบานหน้าต่างรถไฟมีชีวิตเคลื่อนไหวในกรอบสี่เหลี่ยม

ชีวิตที่เข้มข้นกว่าตัวฉันมากนัก

นั่น พุ่มมังเรกำลังเอนไหวอยู่หน้าบ้านใคร เพิ่งรู้จักต้นไม้ชนิดนี้ก็เมื่อลงใต้ครานั้น

รถไฟกำลังมุ่งผ่านแดดอุ่นสีจางพาฉันเดินทางไปหาเขา  

มุ่งไปข้างหน้ามีชายคนหนึ่งรอคอย
ชายวัยชราผู้เป็นอีกครึ่งหนึ่งของฉัน

“พ่อ” ฉันมีโอกาสเรียกคำนี้อย่างเต็มปากบ้างไหม...คงน้อยนัก

ไม่เลย ฉันไม่เคยถือโกรธเขากับชีวิตที่ล่วงผ่านมา เรามีวิถีต่างกัน

เขาเป็นศิลปินเรียนเพาะช่างและดำรงอยู่ในวิถีนั้นจนล่วงวัยเกิน 50

นักดนตรีคือสิ่งที่เขาเป็น
นักดนตรีจนๆ คนหนึ่งนั่นแหละเขา

แววตาของเขาคงเหมือนกับแววตาของฉันในบางขณะ

แววตาของมนุษย์ผู้แปรปรวน ทั้งสดใสและเศร้าหม่่นในเดียวกัน

เขามอบอัลบัม crossroad ให้ฉันในพบกันครั้งก่อน

ในกระเป๋าฉันมีอัลบัม slowhands ที่จะมอบให้เขาในพบกันครั้งนี้

หลายปีผ่านเลย... เพียงเท่่านั้น

นี่แหละมังสิ่งที่ทำให้เราเชื่อมโยงกันได้

ช่างผิวเผิน ว่างเปล่า ไม่มีความผูกพันในชีวิตกัน...ในเราสองคน

รถไฟกำลังพาฉันเคลื่อนไปใกล้เขาในทุกขณะ

ภาพภายนอกพร่าไหว ใจไหวตามกัน

พร่าเลือนน้ำตาหล่นโรยกับบางคำถาม

คำถามเดียว

พ่อครับ  “พ่อเคยรักแม่บ้างไหม?” เท่านั้นเอง... เท่านั้น



SHARE
Writer
standfast
Wednesday's child
the sun is gone, but I have a light

Comments