เพลิงที่มอดไหม้
สมัยนี้เสพข่าวทีไรเจอแต่ข่าวผู้คนคิดว่า...
"ฉันคือศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่ง"
สิ่งที่จะทำควรเป็นอย่างไร ? ต้องเป็นอย่างนั้น
ไม่ว่าใครห้ามขัด ห้ามเสนอความเห็นเด็ดขาด!
ถึงเสนอจะได้รับคำตอบว่า "ไม่สนใจหรอก"
..........
หลายคนคงเรียกคนแบบข้อความด้านบนว่า
"เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล"
บอกได้เต็มปากเต็มคำ ชัดๆ เลย "ผมก็เป็น" 
หากคนอื่นความเห็นไม่ตรงกัน
การระบายออกของอารมณ์รุนแรงเสมอ
ทุกสิ่งทุกอย่างคือของฉัน ฉันถูกเสมอ
ฉันไม่ผิดดดดดดดดด.....บางทีแล้ว.....
รู้สึกตัวอีกทีตู้เสื้อผ้าทำจากไม้พังคามือ
แม้มือเต็มไปด้วยเลือดแต่ไร้ความเจ็บปวด
จนนับวันไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งถ้า "โมโห"
เพลิงโทสะในตัวมันโหมกระหน่ำนัก
รู้สึกตัวอีกทีภาพที่เห็นคือ ผู้หญิงทรุดตัวลงที่พื้น
น้ำตาไหลไม่หยุด ลูกชายร้องไห้โฮกอดอยู่กับแม่
เมื่อดึงสติกลับมาความเจ็บปวดมันเกิดขึ้นทันที
ไม่ได้เกิดต่อร่างกาย แต่จิตใจเจ็บแสนสาหัส
จนคิดว่าฉัน "ป่วยทางจิต" หรือเปล่า?
..........
ทุกวันนี้ดูเบาบางลงไปมากจนคิดว่า...
"เอ๊ะ!ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เราอายุมากขึ้นเหรอ"
"หรือมาจากสาเหตุอื่นนะ"
ถ้าเป็นเพราะอายุมากขึ้นก็จบ...
แต่ถ้าสาเหตุอื่นแล้วมันอะไรล่ะ?
ทบทวนดูตัวเองเสมอคิดว่าคงเกิดจาก...
"เริ่มทำงาน" นี่ล่ะ 
ต้องฝืนใจไปทำงานเพื่อครอบครัว 
ได้เรียนรู้ "ความเสียสละ" อย่างแรก
..........
ตอนทำงานใหม่ๆ ลูกชาย 2 เดือน 
ทำทุกอย่างที่หัวหน้าสั่ง บางทีลูููููกค้าเรื่องเยอะ
ทำงานได้ 3 เดือนไปอยู่คลังสินค้าแทน
ทีนี้ติดต่อกับบริษัทผู้ส่ง ผู้ผลิต
เดือนที่ 4 บริษัทเปิดหลักสูตรอบรมต้องสอบคัดเลือกตั้งใจลงสอบหลักสูตรจัดซื้อ
หวังก้าวกระโดดในการทำงาน สุดท้าย...
ผ่านการคัดเลือกแต่อบรมที่สำนักงานใหญ่
ต้องนั่งรถไปกลับถนนตก-หลักสี่ อาทิตย์ละวัน
ทุกเดือนทำแผนเช็คสต็อกแก้แผนเป็นว่าเล่น
ช่วงครึ่งปีแรกฝึก"ความอดทนอดกลั้น" ตลอด
..........
สมัยก่อนใครทำอะไรขวางหูขวางตาไม่ได้
พอมีลูกชายคนแรก ซนสะบัด ดุตลอด
ดุแล้วยังทำตี พอบ่อยเข้ายังไม่ฟัง
แฟนเตือนว่า "ตีไปก็ตายเปล่า" แรกๆไม่เห็นด้วย
ผ่านไปสักพักเริ่มเปลี่ยนคิดว่า "น่าจะจริง"
เลย "วางเฉย" ไม่หนักหนามากจะไม่ตีไม่ดุ
คงเริ่มรู้จัก "การให้อภัย" ตอนนั้น
.........
ถึงแม้ได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้แต่การข่มยักษ์ในใจ
ต้องใช้เวลายาวนานพอสมควร 
บางครั้งยักษ์ตื่นมาอาละวาดเป็นครั้งคราว
ยักษ์สงบพร้อมความเจ็บปวดเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง
แม้รู้สึกผิดยังมีแฟนและลูกคอยให้กำลังใจเสมอ
เด็กหลายคนสมัยนี้มอง "งานประจำ" 
"เป็นลูกจ้างเค้้้าไม่มีวันรวย"
"ขาดอิสระ ทุกวันต้องไปทำงานน่าเบื่อ"
"ไปทำให้เค้ามาโขกสับทำไม?"
ความคิดเหล่านี้ไม่ผิดนะ เป็นเรื่องจริง
แต่ทุกอย่างเมื่อมีด้านลบต้องมีด้านบวกเสมอ
"งานประจำ" ช่วยฝึกทักษะหลายอย่างให้เรา
ที่ผมได้คือมันช่วยฝึกค่านิยมในตัวเองเพิ่มขึ้นอีก
..........
อย่าฝืนธรรมชาติ..
เกิดมาคลานก่อนค่อยเดิน เริ่มเดินได้ถึงจะวิ่ง
คลานได้ช้ากว่าคนอื่นไม่เป็นไร
เดินช้ากว่าคนอื่นไม่เป็นไร
วิ่งช้ากว่าคนอื่นไม่เป็นไร
เพราะผมทำสิ่งเหล่านี้ได้ช้ากว่าคนอื่น
แต่ที่สำคัญคือวิ่งได้แล้วอย่าหยุดวิ่ง...
จนถึงทุกวันนี้ยังไม่ได้หยุดเลย(- -)
เหตุมาจากความรู้สึกผิดต่อแฟนและลูกตอนนั้น
(ผิดซ้ำซากหลายครั้งจริงพ่อคุณ)
ทุกวันแค่เห็นครอบครัวมีความสุขยิ้มได้

แค่นั้นพอแล้ว

มันคงเป็นพรหมลิขิตที่เราได้พบกัน
ขอบคุณครับ
SHARE
Writer
LittWiz
Normal people
Wish happiness to everyone

Comments