เสียดายไม่ได้ทำก่อนเรียนจบ 3 : สิ่งที่ดีที่สุด​ที่เงินจะซื้อได้
คุณคิดว่า " สิ่งที่ดีที่สุด​ที่เงินจะซื้อได้ " คืออะไร



         ขอบอกก่อนเลยว่าเราไม่ใช่ผู้เชียวชาญทางการเงินและสิ่งที่คุณอ่านอยู่นี้ ก็ไม่ใช่เขาแนะนำทางการเงิน เนื้อหาที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นเพียงคำบอกเราประสบการณ์เท่านั้น

สิ่งที่ดีที่สุดที่เงินจะซื้อได้คืออิสระภาพทางการเงิน 

          คุณทราบไหมว่าทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทำวิจัยพบว่า ปัจจุบันคนไทยควรมีเงินเก็บ 4 ล้านบาทก่อนเกรียษอายุ (เฉพาะเงินเก็บล้วนๆ) เพื่อชีวิตยามแก่ที่สุขสบาย โอ้โห! เงินขนาดเยอะขนาดนั้นต้องเก็บกี่ชาติเนี่ย หากเก็บเงินได้เดือนละ 10,000 บาทก็ยังต้องใช้เวลาตั้ง 33 ปี! คำถามต่อไปคือคุณอยากทำงานเก็บเงินงบๆแบบนี้ไปตลอดชีวิตไหม? จะดีไหมถ้าได้ทำงานเพราะชอบมากกว่าเพราะจำเป็น อยากรวยไหม ? นอกจากดูแลตัวเองแล้ว ยัังดูแลคนรอบข้างได้ด้วย แบบนี้จะดีไหม? ปัจจุบันนี้มีเงินเก็็บอย่างเดียวไม่พอแล้ว (เพราะการเก็บเงินเป็นเพียงขั้นเบสิกเท่านั้น) คุณต้องลงทุนต่อยอดนะ

การลงทุนคือการให้เงินออกไปทำงานแทนคุณ ใช้เงินไปต่อเงิน 

          ก่อนจะลงมือลงทุนใดๆ เราต้องรู้ก่อนว่าการลงทุนมีความเสี่ยง และคุณคงไม่อยากเห็นเงินที่อดทนเก็บมาอย่างยากลำบากนั้นหายวับไปกับตา เพราะฉะนั้นเราจะต้องศึกษาให้รอบคอบก่อนลงทุน การศึกษาเรื่องการลงทุนนั้นไม่ต้องรอให้รวยก่อนแล้วค่อยศึกษานะ เริ่มศึกษามันตอนยังจนๆไม่มีเงินนี้แหละ ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจนทุกคนต้องรู้จักบริหารเงินนะ คนรวยที่ใช้เงินไม่เป็นก็จนได้ คนจนที่ใช้เงินเป็นก็รวยขึ้นมาได้

ระวัง ไม่มีหนทางรวยหนทางใดที่รวยเร็วและไม่เหนื่อย อย่าตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพเลย

          หากคุณมีหัวการค้าคุณรวยเร็ว แต่คุณต้องเหนื่อยออกไปทำงาน หากคุณเลือกลงทุน คุณไม่ต้องเหนื่อย แต่คุณจะไม่รวยภายในวันนี้พรุ่งนี้หรือปีนี้หรอก การลงทุนใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ผู้ที่เริ่มก่อนตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะได้เปรียบกว่าเสมอ และเมื่อผลนั้นออกมาให้เราได้เก็บกิน เราก็จะมีกินไปตลอด มีกินไปอีกนานแม้คุณจะไม่ทำงานแล้วก็ตามและคำพูดที่ว่าเริ่มก่อนรวยกว่าคงจะไม่เกินจริงสักเท่าไหร



ลงทุนอะไรดี เริ่มต้นอย่างไร มันเยอะไปหมดเลยทำไมถึงเข้าใจยากจัง
ลงทุนในตัวเอง ลงทุนในความรู้ ให้ดอกผลดีที่สุด 
           การเริ่มต้นลงทุนเป็นเรื่องใหญ่และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ให้รอบคอบ ฟังดูแล้วเป็นงานหนักเลยที่เดียว เราเคยซื้อหนังสือการลงทุนมาอ่าน อ่านไปอ่านมาก็จะค้นพบว่าหลังสือแนะนำการลงทุนหลายเล่มเขียนไม่ค่อยเป็นกลางเท่าไหร่ต่างคนก็ต่างบอกว่าการลงทุนแบบฉันนี้แหละที่ได้ผลทำแล้วรวย 
          หลังจากนั้นนฉันก็เปลี่ยนไปอ่านหนังสือสอนการลงทุนและการบริหารการเงิน่วนตัวภาษาอังกฤษ หนักสือพวกนี้ให้คำแนะนำและหลักการที่ดีมากแต่ปัญหาคือการนำมาปรับใช้กับสภาพในประเทศไทยและชีวิตส่วนตัวของฉัน บอกตรงๆเลยว่าตอนนั้นยิ่งอ่่านก็ยิ่งงง ท้อแท้เหมือนกัน ในที่สุดก็มาเจอแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด นั้นคือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

          ตลาดหลักทรัพย์ได้รวบรวมข้อมูลและจัดระบบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเราไว้มากมาย ครบครัน อ่านงาน มีภาพกราฟฟิกประกอบ วีดีโอสอน รวมไปถึงคอร์นสอนพื้นฐานการลงทุน การวางแผนทางการเงิน เทคนิคการเก็บเงิน ลดภาษี การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ และอื่นๆ อีกเพียบ! https://www.set.or.th/set/education/main.do


อยากลงทุนต้องรู้อะไรบ้าง
รู้ตัวเอง (Risk management and Asset allocation)
มีเงินพร้อมลงทุนเท่าไหร รับความเสี่ยงได้เท่าไหร(ทำแบบประเมินความเสี่ยง) มีเวลาลงทุนเท่าไหร เป้าหมายเราคืออะไร แบ่งเงินลงทุนอย่างไรดี คุณมีรายได้สม่ำเสมอหรือไม่ มีภาระต้องรับผิดชอบหรือไม่ เป็นต้น

รู้เครื่องมือ (Fundamental Analysis)
ลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทไหนให้ตรงจริตของเรา คนที่ไม่ชอบความเสี่ยง ก็ควรเลือกหลักทรัพย์ที่เติมโตช้า ไม่ราคาผันผวน (ดูกราฟ) เรียกว่าช้าแต่ชัวร์ เช่น พันธบัตร เงินฝากประจำ หุ้นปันผล เมื่อคุณเริ่มลงทุนตั้งแต่เนิ่นๆ คุณก็จะมีเวลาเติบโตไปกับหลักทรัพย์ตัวนี้นาน รู้ตัวอีกทีอาจมีเงินล้านโดยไม่รู้ตัว หากคุณรับความเสี่ยงได้ดีพอสมควร ผลตอบแทนก็จะมากตามไปด้วย หลักทรัพย์โตเร็วคือสิ่งที่คนกล้าได้กล้าเสียอย่างคุณมองหา แต่คุณการวางแผนทางเทคนิคที่ดี และคอยติดตามการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างใกล้ชิด หุ้น พันธบัตร อนุพันธ์ สภาพตลาดการเงินและเศรษฐกิจตอนนี้เป็นอย่างไร บริษัทไหนน่าลงทุน เป็นต้น

รู้เวลา (Technical Analysis)
ซื้อเมื่อไหรดี ซื้อที่ราคาเท่าไหร ซื้อจำนวนเท่าไหร ซื้อแล้วต้องขายตอนไหน ต้องถือเก็บไปนานเท่าไหรดี การลงทุนนั้นไม่มีคำตอบแน่นอน เราต้องเปรียบเทียบข้อมูลกับข้อมูลในอดีต เช่น ราคาหุ้นตอนนี้เมื่อเทียบกับราคาตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาถือว่าค่อนข้างแพง ราคาค่อนข้างสูง ยังไม่เหมาะที่จะเข้าซื้อ เหมาะที่จะขายออกทำกำไร หรือเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันแล้วพบว่า ราคาของหลักทรัพย์ตัวนี้ค่อนข้างถูก เป็นต้น

*** เงินที่จะนำมาลงทุนเราแนะนำว่าต้องเป็นเงินเย็นเท่านั้น เงินเย็นคือเงินที่เราเก็บไว้เฉยๆ เงินก็อนนี้จะต้องไม่ใช่เงินเก็บฉุกเฉินและคุณคิดว่าจะไม่ต้องใช้เงินก็อนนี้ไปอีกหลายปี

ฟังเราพูดอย่างเดียวคงไม่มีประโยชน์เท่ากับการที่คุณได้เข้าคอร์สอบรมจากผุ้เชี่ยวชาญโดยตรง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดคอร์สสอนพื้นฐานฟรี ฟรีจริงๆ ติดตามรายละเอียดได้ที่ อบรมสอนสดฟรี ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://www.set.or.th/set/education/html.do?name=inv_classroom&showTitle=F

หากคุณไม่สะดวกที่จะเดินทางมาอบรมก็ไม่ต้องเสียดาย คุณสามารถชมวีดีโอการอบรมย้อนหลังได้ หรือรับชมการถ่ายทอดสดจากห้องอบรให้ได้เรียนกันถึงที่บ้าน https://www.set.or.th/set/onlineseminar.do?language=th&country=TH


ตัวอย่างคือสไตน์การลงทุนของเรา
1. เป้าหมายในการลงทุน เพื่อสร้างกระแสเงินสด cash flow
2. วิธีการ เน้นการเก็บออมและการลงทุนระยะยาวเป็นหลัก ในหลักทรัพย์ที่จ่ายปันผล และเสริมด้วยการลงทุนเก็งกำไรระยะสั้น ในหุ้นเติบโตเร็ว
3. เลือกหลักทรัพย์ที่เหมาะสม เงินฝากประจำ หุ้นปันผล พัันธบัตร และ กองทุน

3 ปีผ่านไปและผลลัพธ์ที่ออกมา
          หลังจากที่เราเริ่มศึกษาและลงทุนระหว่างเรียนตั้งแต่อยู่ปีสอง ในวันรับปริญญานั้นนอกจากเราจะคว้าเกียตินิยมมาให้พ่อแม่ เรายังเก็บเงินก้อนให้พ่อแม่ได้อีกด้วย
 
สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการสร้างวินัยการเงินและการลงทุน
1. วินัยการเงิน วินัยทหาร
ตั้งเป้าระยะยาว วินัยต่อแน่น ปฏิเสททุกอย่างที่ไม่ได้ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมาย
2. งด ลด เลิก อะไรก็ไม่เท่า ละกิเลส
ฝึกฝนสกิลนี้ด้วยการไปเดินเที่ยวห้าง 3-4 ชม. ด้วยเงิน 100 บาทและไม่นำกระเป๋าตังไปด้วย
3. ยิ่งศึกษามากเท่าไหร ยิ่งเจ็บน้อยลงเท่านั้น
ยิ่งอ่าน ยิ่งเข้าใจ ยิ่งมองเกมออก วางกลยุทธ์สวนกระแส กระจายและควบคุมความเสี่ยง
4. เสียได้เท่าไหร ลงทุนเท่านั้น
ลงเงินที่ไหรแล้วใจมันก็หวั่น โลภมากลาภก็หาย ทำใจเสียได้เท่าไหร ก็ลงทุนเท่านั้น
5. สร้างระบบ วางแผนการลงทุน ทำตามแผน ทำตามแผน ไม่ทำตามใจ
ระวังจิตวิทยาตลาด แต่หากศึกษามาไม่ดีพอ เผลอตัวทำตามแผนโง่ๆ ก็หมดตัว ไม่ต่างกัน
6. ไม่ได้กำไรทุกครั้ง ก็ไม่เป็นไร ปกป้องเงินต้นสำคัญที่สุด
การลงทุนมีความเสี่ยง เสี่ยงทั้งในฐานะนักลงทุนรายย่อย อาจะกลายเป็นแมลเม่าเพลี้ยงพล้ำหมดตัวได้

หนังสือการเงินการลงทุนที่เราชอบและอยากบอกต่อ
- Rich dad Poor dad Series (เปลี่ยนมุมมองเรื่องเงินทอง) เขียนโดย Robert Kiyosaki
- Money Master the Game:7 Simple Steps to Financial Freedom (รู้ทันโลกการเงิน) เขียนโดย Tony Robbins
- Intelligent investor ดิ อินเทลลิเจนท์ อินเวสเตอร์ (ตำราเทพ)เขียนโดย Benjamin Graham
- ลงทุน : ถูกที่ ถูกเวลา 1 และ 2 (อ่านง่าย ได้ผลจริง) เขียนโดย อนุชา กุลวิสุทธิ์

สรุปแล้ว เย้!
          เนื้อหาเกี่ยวกับการบริหารเงินส่วนตัวและการลงทุนนั้นไม่ยากอย่างที่คิดเสมอไป เราโง่คณิตมากเรายังทำได้เลย มันเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรมีความรู้ความเข้าใจ ควรสอนในโรงเรียนด้วยซ้ำไป จะดีกว่าไหมหากคุณมีความรู้ หากคุณอ่านเกมโกงออก รู้เท่าทัน หากคุณมองเห็นโอกาสที่คนอื่นไม่เห็น หากคุณไม่ต้องมีหนี้เสียติดตัและจะดีมากๆถ้าคุณไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกเลยทั้งหมดนี้เริ่มต้นด้วยการศึกษาความรู้ทางการเงิน สร้างนิสัยวินัยที่ดี และรู้จักลงทุน ที่สำคัญคือไม่ต้องรอให้รวยก่อนแล้วจึงเริ่มศึกษา

          เมื่อไหรก็ตามที่คุณมีเงินแต่ไม่มีความเข้าใจ รู้ไม่เท่าทัน คุณจะตกเป็นเหยื่อแน่นอน ระวังความโลภ ไม่มีใครในโลกนี้สามารถทำนายอนาคตได้และไม่มีสิ่งที่เรียกว่ารวยเร็ว อย่าไว้ใจใคร ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน เป็นผู้จัดการกองทุน ผู้บริหาร ดาราคนดัง เพื่อนสนิดหรือใครก็แล้วแต่ ไม่ลงทุนในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง เพราะสุดท้ายคุณคือคนที่เจ็บ  


Credit : 
Photo by Diego PH on Unsplash
SHARE
Written in this book
ระวังนะ ! ในนี้มีสาระ !
บทความและเรื่องราวที่เราสนใจค้นคว้า สิ่งที่ได้เรียนรู้มา มุมมองควาทคิดของเรา
Writer
DreamTraveller
Writer in making
ยังจำได้เสมอว่าสมัยเด็กอยากเป็นนักเขียน

Comments