[Fic] White Shirt (Gaeun x Eunbi) <27>
ยูจินอยากจะตีตัวเองหลาย ๆ ครั้ง ที่เผลอหลงเพ้อไปกับความสุขที่ได้จากการคิดไปทับรอย ‘ตัวจริง’ ของใคร พอเค้ามีเวลาให้หน่อย ก็แอบหวังไปว่าเค้าจะมีเวลาให้อีก.. ความจริงเป็นยังไงก็น่าจะรู้อยู่ เค้ามีคนที่คิดถึงอยากเจอและมันก็ไม่ใช่เธอหรอก เธอมันเป็นแค่เพื่อน ลืมไปแล้วหรือไง ได้อยู่ตรงนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว เค้ามารักกันให้เห็นต่อหน้าแล้วเป็นไง.. ที่นี่เข้าใจสถานะของตัวเองรึยังล่ะ

เยนายา.. ฉันไม่น่ามาเลย ทงคัตสึร้านนี้มันฝืดคอมากเลยล่ะ ไม่เห็นอร่อยเหมือนที่เคยไปกินด้วยกันเลย..


เป็นสถานการณ์ที่น่าอึดอัดอะไรขนาดนี้เนี่ย.. อึนบีแอบถอนหายใจให้กับความน่าอึดอัดบนโต๊ะอาหารที่เธอกำลังเจอ มันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้เลยนะ..

ย้อนกลับไปตอนเลิกงาน เธอกับเด็ก ๆ เดินออกจากบริษัทเพื่อไปร้านทงคัตสึเปิดใหม่ที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก แต่แค่ออกจากบริษัทได้ไม่กี่ก้าวยูจินก็หยุดเดิน อึนบีกำลังจะหันมาถามว่ายูจินหยุดทำไม แต่พอมองตามสายตาของยูจินไปเธอก็เจอคำตอบ

คุณฮยอนอูยืนอยู่หน้าบริษัท เค้าถือดอกไม้ช่อเล็ก ๆ ช่อหนึ่ง ยิ้มและโบกมือมาทางพวกเรา เธอเห็นยูจินถอนหายใจก่อนจะเดินตามมาสมทบ

คุณฮยอนอูยิ้มอย่างร่าเริงแล้วยื่นดอกไม้ให้เยนา เยนารับช่อดอกไม้มาแล้วพูดขอบคุณเบา ๆ พอเค้าถามว่าจะไปไหนกัน เยนาก็ตอบเค้าไปตรง ๆ เค้าก็ขอตามมาด้วย เมื่อเรื่องกลายเป็นแบบนั้น เธอจึงกลายเป็นผู้ประสบภัยจากความหนาวเย็นเนื่องจากอันยูจินคนอบอุ่นกลายร่างเป็นก้อนน้ำแข็งที่แผ่ไอเย็นออกมาจนเธอรู้สึกได้

ยูจินนั่งตัวแข็งทื่อ ทั้งสายตาและท่าทางของยูจินดูไม่มีความเป็นธรรมชาติ กำลังฝืนกินข้าวไปแบบที่เธอเห็นแล้วยังสงสารเลย เห้อ.. มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นอยู่หรอกนะ เค้ามารักกันต่อหน้าขนาดนี้น่ะ

เยนายา.. เราคงไม่รู้สินะว่ากำลังทรมานเพื่อนตัวเองอยู่

“ยูจินอา เธออิ่มแล้วเหรอ ทำไมวันนี้กินน้อยจัง”

“อืม ฉันไม่ค่อยหิวน่ะ”

พอยูจินตอบมาแบบนั้นเยนาก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่ออีก บนโต๊ะอาหารมีแต่พี่ฮยอนอูเท่านั้นที่คอยชวนคุย พี่อึนบีก็คุยกับพี่ฮยอนอูบ้างเมื่อเค้าถามอะไร แต่ยูจินเงียบไปเลย.. ถึงปกติยูจินจะไม่ค่อยพูดแต่ก็จะตั้งใจฟัง แต่วันนี้เหมือนยูจินไม่ได้อยู่ที่นี่ คล้ายว่ามีแต่ร่างกายเท่านั้นที่นั่งอยู่ตรงนี้ ส่วนใจลอยหนีไปที่ไหนเยนาไม่รู้เลย

หรืออาจจะเป็นความผิดของเธอเองที่ไม่ปฏิเสธตอนที่พี่ฮยอนอูขอตามมาด้วย เค้าเอ่ยปากขนาดนั้นเธอก็ไม่รู้จะบอกเค้ายังไงว่าอย่ามาเลย พอเค้ามานั่งอยู่ด้วย ยูจินที่เงียบอยู่แล้วก็ยิ่งเงียบเข้าไปอีก

ยูจินอา.. คราวก่อนที่เธอพูดว่าไม่ได้เกลียดเค้า เธอก็ไม่ได้โกหกหนิ แล้วทำไมเธอเป็นอย่างนี้อีกแล้วล่ะ

ตลอดเวลาบนโต๊ะอาหาร เธอเหลือบมองไปที่ยูจินอยู่บ่อย ๆ แต่ยูจินก็ไม่ได้มองมาทางเธอเลยสักนิด ไม่ชอบเลย.. ไม่ชอบเวลาหันไปหาแล้วยูจินไม่มองกลับมา ก็แค่เพื่อนไม่สนใจทำไมมันรู้สึกแย่อย่างนี้นะ...

“เดี๋ยวพี่ไปส่งนะครับ”

“พี่จะนั่งมาส่งทำไมล่ะ เดี๋ยวพี่ก็ต้องนั่งกลับไปอีก เสียเวลาเปล่า ๆ”

“แต่พี่อยากไปส่งหนิครับ”

“งั้นก็ตามใจพี่ละกันนะคะ”

เยนาพูดแบบนั้นก่อนจะเดินไปที่ป้ายรถบัส พี่อึนบีแยกไปที่สถานีรถไฟก่อนแล้ว จึงเหลือแค่เธอ พี่ฮยอนอู แล้วก็ยูจิน

ยูจินยังคงเงียบอยู่ เธอรู้สึกว่ารอบตัวยูจินมีกำแพงที่เธอมองไม่เห็นมากั้นล้อมรอบไม่ให้เธอแตะตัวยูจินได้ เธออยากจะคุยกับยูจิน แต่พอยูจินเงยหน้าขึ้นมา เธอได้สบตาแสนเศร้าคู่นั้นแล้วเธอก็พูดอะไรไม่ออก

“เยนายา ฉันเพิ่งนึกได้ว่าฉันมีที่ที่ต้องไป ฉันลืมไปสนิทเลย ฉันไปก่อนนะ”

“เดี๋ยว! ยูจิน ยูจินอา”

โกหก.. เธอโกหกชัด ๆ เลยยูจิน เดินหนีไปแบบนี้อีกแล้ว เธอหันหลังให้ฉันแล้วเดินไปโดยไม่หันกลับมามองสักนิด

“เยนายา เป็นอะไรรึเปล่า ถ้าเยนาเหนื่อยเรานั่งแท็กซี่กลับกันก็ได้นะครับ”

“เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร”

เยนาหันไปตอบฮยอนอูแบบขอไปที เพราะในหัวเธอตอนนี้มีแต่ภาพยูจินที่เดินหันหลังจากไป แล้วเธอก็คิดไม่ตกว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย อีกแล้ว.. รู้สึกแบบนี้อีกแล้ว รู้สึกเหมือนทำอะไรหลุดหายจากข้างใน ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกันนะ..

ยูจินอา.. อย่าทำแบบนี้อีกได้มั้ย ฉันไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลย





ถึงจะรู้สึกได้ถึงความไม่ปกติที่อยู่ในระดับโคตรไม่ปกติจนอึนบีก็ไม่รู้จะทำตัวยังไง เธอคิดอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเป็นทำลายความเงียบก่อน

“นึกยังไงชวนพี่มาดื่มเนี่ย”

“ก็ไม่มีอะไรหรอกพี่ ฉันแค่เบื่อ ๆ น่ะ”

จะไม่มีอะไรได้ยังไง.. แค่เธอชวนพี่มาดื่มก็ไม่ธรรมดาแล้วมั้ยล่ะยูจินอา..

ตอนเลิกงานยูจินเดินมาชวนให้เธอไปดื่มด้วยกัน เธอก็คิดว่าคงเป็นเยนาที่ชวน แต่ก็เปล่ามีแค่ยูจินเท่านั้นจริง ๆ เยนากลับไปก่อนแล้ว

เรานั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์แห่งหนึ่งที่คนไม่ค่อยพลุกพล่าน บาร์เงียบ ๆ มันก็เป็นส่วนตัวดี แต่ถ้าคนที่มาด้วยจะเงียบขนาดนี้มันก็เข้าขั้นเหงาแล้วล่ะ..

อึนบีคิดว่ายูจินดื่มเก่งขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นเมื่อก่อนเบียร์แก้วเดียวก็จะใกล้จะหลับแล้ว แต่นี่เริ่มดื่มแก้วที่สองแล้วแต่ยังนั่งไหวอยู่เลย ตั้งแต่มาที่นี่ยูจินก็ทำแค่นั่งดื่มเงียบ ๆ ไม่ยอมพูดอะไร อึนบีจึงคิดว่าควรจะชวนน้องพูดก่อน น้องคงมีเรื่องไม่สบายใจ

แล้วจะมีเรื่องอะไรล่ะที่ทำให้ยูจินผู้นิ่งเฉยกับทุกสิ่งเป็นแบบนี้ได้ ก็มีอยู่เรื่องเดียวแหละ

“ยูจินอา”

“คะ?”

“พี่ถามอะไรหน่อยสิ”

“ถามมาสิพี่”

“กับเยนานี่ยังไงแน่”

“…”

“ว่าไง”

“ก็เหมือนเดิมนั่นแหละพี่ ไม่มีอะไร”

“พี่เห็นพักนี้ตัวติดกัน ก็นึกว่ามีอะไรคืบหน้าซะอีก”

อึนบีสังเกตว่าพักนี้เยนากับยูจินไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น (ถึงเมื่อวานจะมีคุณฮยอนอูมาด้วยก็เถอะ) แถมเยนายังมาปรึกษาเธอก่อนหน้านี้ว่ารู้สึกแปลก ๆ เวลาที่หันไปหาแล้วไม่เจอยูจิน รู้สึกเจ็บในใจเวลายูจินพูดอะไรด้วยเสียงเศร้า ๆ ก็นึกว่าจะมีเรื่องคืบหน้ากันบ้างแล้วซะอีก..

“อืม พักนี้อยู่ด้วยกันบ่อยจริง แต่ก็ไม่มีอะไรหรอกพี่ เยนาคงแค่อยากมีคนอยู่ด้วยตอนพี่ฮยอนอูไม่ว่างก็แค่นั้น”

“ทำไมมันฟังดูน้อยเนื้อต่ำใจอะไรขนาดนั้นน่ะ”

“…”

“ยูจินอา..”

“ก็มันจริงหนิพี่ วันนี้เยนาก็ไปกับพี่ฮยอนอูนะ ฉันมันมีค่ากับเยนาวันที่เค้าไม่มาเท่านั้นแหละ”

“นี่เราน้อยใจเหรอ”

“…”

“ยูจินอา อยากระบายรึเปล่า พี่รับฟังเราได้นะ”

อึนบีพูดกับยูจินที่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาเธอ ยูจินปรึกษาเรื่องนี้กับใครไม่ได้จะอึดอัดขนาดไหนนะ..

“ก็คงงั้นมั้งพี่ ฉันคงน้อยใจ.. ฉันน้อยใจทั้งที่ไม่ทีสิทธิ์ด้วยซ้ำ”

“ยูจินอา..”

“แต่มากกว่าน้อยใจคือ ฉันไม่ชอบตัวเองเลย”

“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ”

“ฉันน่ะเคยคิดว่าขอแค่ได้อยู่กับเยนา ได้ดูแลเยนาบ้างก็พอใจแล้ว คงเพราะเมื่อก่อนระยะห่างของฉันกับเยนามันมากกว่านี้ พอเราได้ใกล้กันมากขึ้นฉันถึงรู้ว่าความจริงมันไม่ใช่แค่นั้น ที่ผ่านมาฉันก็แค่หลอกตัวเอง.. ยิ่งตอนนี้ความรู้สึกของฉันมันเปลี่ยน”

อึนบีรับรู้ได้ถึงความอัดอั้นในน้ำเสียงของยูจิน คงทนเก็บไว้คนเดียวไม่ไหวแล้วสินะ

“ตั้งแต่เยนาเลิกกับพี่ฮยอนอู เยนาก็ไม่อยากอยู่คนเดียว พอวันหยุดเยนาก็มาอยู่ห้องฉัน เราดูซีรี่ส์ด้วยกัน เล่นเกมด้วยกัน กินขนมด้วยกัน ใช้เวลาทั้งวันอยู่ขลุกอยู่ที่ห้องฉัน.. ความใกล้ชิดนั่นแหละ ที่ทำให้ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาน่ะฉันหลอกตัวเองว่าจะทนเป็นเพื่อนกับเยนาเรื่อย ๆ ได้ แม้ว่าเยนาจะคบกับคนอื่นก็ตาม ฉันประเมินตัวเองสูงเกินไปจริง ๆ”

“…”

“ฉันคิดว่าตัวเองจะต้องทนไหว ทั้งที่ความจริงแล้วฉันน่ะ.. อยากกอดเยนาไว้ตลอดเวลาไม่ใช่แค่ตอนเยนาร้องไห้ เวลาที่เราอยู่ด้วยกันฉันห้ามสายตาไม่ให้ไปหยุดอยู่ที่เยนาไม่ได้เลย ตอนที่เรานอนใกล้ ๆ กัน ฉันเผลอคิดอะไรไม่ดีกับเยนาไป.. ถึงฉันจะห้ามใจไม่ให้เผลอทำอะไรไว้ได้ แต่ฉันก็ยังรู้สึกละอายใจที่รู้สึกแบบนั้น ถ้าเยนารู้ขึ้นมาคงเกลียดฉันไปเลยมั้ง”

ยูจินอาพูดจบก็กระดกเบียร์ในแก้วที่เหลือจนหมด เห็นยูจินกินแบบนั้นอึนบีก็คิดไปว่าเธอพลาดแล้ว น่าจะถามที่อยู่ยูจินไว้ก่อน เพราะถ้ายูจินสลบไปเธอก็ไม่รู้จะพาไปส่งที่ไหน..

“ตอนนี้พี่ฮยอนอูกำลังง้อเยนาอยู่ เวลาเยนาบอกกับฉันว่าไปไหนกับพี่ฮยอนอูมาบ้าง ฉันทำได้แค่ยิ้มให้เยนาแล้วถามว่าสนุกไหม ทั้งที่ในใจฉันมันไม่อยากจะรับรู้ด้วยซ้ำว่าพวกเค้าสองไปไหนด้วยกันมาบ้าง.. เมื่อวันก่อนเยนาแกล้งฉันแรงไปหน่อยเลยอยากไถ่โทษด้วยการพาฉันไปกินข้าว ฉันกลับขอให้เยนาพาไปดูหนังแทน.. ฉันไม่ได้อยากดูหนังหรอก ฉันแค่อยากทำอะไรที่พี่ฮยอนอูได้ทำร่วมกับเยนาก็เท่านั้น.. ฉันมีความสุขที่ได้ใช่เวลากับเยนา แต่ความสุขมันเทียบไม่ได้เลยกับความทุกข์ในใจฉัน เพราะยิ่งได้ใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งหักห้ามใจลำบาก ความรู้สึกของฉันนับวันมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกที”

ยูจินเงยหน้าสบตากับพี่สาวตรงหน้าด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา


“ความรู้สึกฉันมันเปลี่ยนไปแล้วล่ะพี่ ฉันไม่ได้แค่ชอบเยนา.. ฉันรักเยนา.. รักคนที่ไม่มีวันมองฉันไปมากกว่าเพื่อน”


“ฉันไม่ได้อยากไปไหน แต่ถ้าอยู่ใกล้กันทุกวันแบบนี้ฉันก็กลัวจะทนไม่ไหวทำอะไรให้เยนาเกลียดฉันเข้าสักวัน.. อยู่ใกล้ก็ทรมาน ถอยห่างออกไปก็คงไม่ต่างกัน.. ฉันเลยไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่เกลียดตัวเองที่รู้สึกแบบนี้ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะพี่ ทำไมกัน..”

“โธ่เอ๊ย.. ยูจินอา”

อึนบีกอดน้องเอาไว้ ยูจินของเธอดูเปราะบางเหลือเกินในเวลานี้

“ร้องออกมาเถอะ อยากร้องก็ร้องออกมา อย่าเก็บไว้คนเดียวอีกเลยนะ”

“พี่..ฮึก ฉันไม่ได้อยากเป็นแบบนี้.. ฮึก ฉันเจ็บจนอยากร้องไห้ต่อหน้าพวกเค้าด้วยซ้ำ ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฮึก.. พี่อึนบี ฉันไม่น่าไปรักเค้าเลย ฮึก.. ฉันไม่น่าบ้าไปรักเพื่อนตัวเองเลย”

อึนบีใช้ไหล่เป็นที่ซับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความขมขื่นที่ฝืนทนเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ยูจินกอดเธอแน่นเหมือนว่าเธอเป็นที่พึ่งสุดท้ายของหัวใจที่แตกสลายโดยที่โทษใครไม่ได้ทั้งนั้น เธอสงสารยูจินแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง นอกจากรับฟังถ้อยคำที่เจ้าตัวระบายออกมา เรื่องหัวใจน่ะมันห้ามกันไม่ได้ แต่จะไปบังคับใครให้มารักก็ไม่ได้เหมือนกัน

เยนายา.. กับยูจินน่ะรู้สึกแค่เพื่อนจริง ๆ ใช่มั้ย พี่ไม่อยากเห็นใครต้องร้องไห้เพราะรู้ใจตัวเองช้าไปหรอกนะ





ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกัน.. ความรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ของในนี่มันคืออะไรกันแน่ เยนานั่งคิดหาคำตอบให้กับความรู้สึกน่าสงสัยนี้ ซึ่งต้นเหตุที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่นั่งทำงานถัดไปจากเธอนี่แหละ

เธอรู้สึกได้ว่ายูจินเปลี่ยนไป ยูจินดูเงียบขรึมเกินกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ ไม่หือไม่อือไม่อะไรซักอย่าง

เย็นชา..

แบบนี้ใช่มั้ยที่เค้าเรียกว่าเย็นชา ยูจินแทบจะไม่มีปฏิกิริยาต่อใครหรืออะไรทั้งนั้น ไม่สิ.. ปกติยูจินก็ไม่คุยกับใครเท่าไหร่ แต่ ‘ใคร’ ที่ว่านี่ตอนนี้มันรวมเธอเข้าไปด้วยแล้วหรือไง

“ยูจินอา”

“ว่า..”

“วันนี้ไปกินไอติมกันมั้ย”

“…”

“ร้านที่เราไปด้วยกันครั้งก่อนไง เธอชอบร้านนั้นหนิ”

“วันนี้เธอไม่มีนัดเหรอ”

“อืม วันนี้ฉันอยากไปกินไอติมกับยูจินหนิ” 

“ก็เอาสิ”

“งั้นฉันไปชวนพี่อึนบีนะ ไม่รู้ว่าพี่เค้าจะว่างมั้ย”

“อือ”

ยูจินถอนหายใจเฮือกใหญ่ตอนเยนาเดินออกไป เธอเกือบทนไม่ไหวแล้ว.. เยนาที่เข้าหาเธออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ทำให้เธอสงสาร.. เธอไม่ได้อยากทำแบบนี้เลย แต่เธอก็ต้องสงสารตัวเองบ้างเหมือนกัน เพราะเดี๋ยวเยนาก็ไป.. อยู่ให้เธอชื่นใจได้แค่แป๊บเดียว พอเค้ามาเยนาก็จะไปอีก.. เธอต้องสร้างช่องว่างเว้นไว้ให้ตัวเองได้หายใจบ้าง ไกลกันเกินไปเธอก็ทนไม่ไหว แต่ใกล้กันเกินไปมันก็ทรมาน

ขอโทษนะเยนา.. ขอเวลาให้ฉันหน่อยเถอะนะ ถ้าควบคุมความรู้สึกได้เมื่อไหร่ ฉันจะกลับไปยืนข้าง ๆ เธอเหมือนเดิม





วันนี้เธอต้องเป็นผู้ประสบภัยอีกแล้วสินะ..

อึนบีคิดในใจขณะที่นั่งอยู่ในร้านไอติม และเห็นภาพตรงหน้าเหมือนเดจาวู รายละเอียดเปลี่ยนไปแค่วันนี้เมนูคือไอติมไม่ใช่ทงคัตสึ

ตั้งแต่เดินออกจากบริษัทก็เจอคุณฮยอนอูยืนยิ้มอยู่ ยูจินทำท่าอยากจะหนีไปแต่วันนี้เธอเห็นเยนาคว้ามือยูจินเอาไว้ ทำให้ยูจินยอมยืนอยู่ที่เดิม พอมาถึงร้านเธอนั่งข้างยูจินส่วนคุณฮยอนอูกับเยนานั่งคู่กันนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งโต๊ะมีแค่คุณฮยอนอูคนเดียวที่พูดคุยอย่างร่าเริง ส่วนยูจินไม่พูดอะไรเลย ทานได้น้อยกว่าปกติมาก เยนาก็พยายามถามยูจินแต่ยูจินที่แปลงร่างเป็นก่อนน้ำแข็งไปแล้วก็ถามคำตอบคำ เห้อ.. น่าปวดหัวจริง ๆ

“เยนาครับ พอดีพี่มีธุระด่วน พี่คงไม่ได้ไปส่งแล้ว ไว้เดี๋ยวพี่โทรหานะ”

“ค่ะ”

“ไม่โกรธพี่นะ”

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ เพราะยังไงฉันก็กลับพร้อมยูจินอยู่แล้ว”

หลังจากที่อึนบีเดินไปที่สถานีรถไฟแล้ว เยนากับยูจินก็มายืนรอรถบัสด้วยกัน ยูจินไม่ยอมพูดอะไรเลย ทั้งที่ยืนอยู่ข้างกันแท้ ๆ แต่เยนากลับรู้สึกว่ายืนอยู่คนเดียว

“ยูจินอา เธอไม่สบายเหรอ”

“…”

“สีหน้าเธอไม่ดีเลย ปวดหัวรึเปล่..”

เยนานิ่งค้างตอนที่เธอจะเอามืออังหน้าผากของยูจินเพื่อวัดอุณหภูมิแต่ยูจินเบี่ยงตัวหลบ

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก”

“อะ..อืม ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะ”

เจ็บ.. ความรู้สึกมันวิ่งแปล๊บขึ้นมากลางอก พอยูจินเบี่ยงหลบเหมือนไม่อยากให้เธอแตะตัว.. เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่ายูจินคงแค่ตกใจที่เธอยื่นมือไปหาก็ได้ เธอจึงเอื้อมมือไปจับมือยูจินเพื่อเรียกความมั่นใจแต่ยูจินก็ขยับมือหนีเธออีก.. ความเจ็บปนไม่เข้าใจทำให้เยนาสับสน ยูจินไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยเลยสักครั้ง นี่มันอะไรกัน

“นี่เธอตั้งใจขยับหนีฉันเหรอ”

“…”

“เธอไม่อยากให้ฉันโดนตัวเธอเหรอยูจิน”

“…”

“หลายวันมานี้เธอเป็นอะไรน่ะ เธอโกรธอะไรฉันรึเปล่า เธอแปลกไปนะ ถ้าฉันทำอะไรผิดไปก็เธอบอกมาสิ”

ถ้าฉันให้เธอจับมือฉันไว้ ฉันก็ไปไหนไม่ได้”

“เธอว่ายังไงนะ?”

“ฉันเคยคิดว่าฉันจะทนไหว แต่พอต้องนั่งอยู่ตรงนั้นมันยากเกินไปสำหรับฉัน”

“เธอพูดอะไรน่ะยูจิน ฉันไม่เข้าใจ”

“ฉันไม่ได้อยากอยู่ตรงนั้น ทำไมเธอต้องบังคับฉันด้วย ฉันไม่ได้อยากรับรู้อะไรทำไมเธอถึงต้องบังคับฉันให้รู้ด้วย”

ทำไมถึงมองฉันแบบนั้นล่ะ.. ยูจินมองเธอเหมือนเธอเป็นคนใจร้าย เธอทำอะไรให้ยูจินเสียใจเหรอ 

ตอนนี้ยูจินดูไม่โอเคเลย เธอเห็นยูจินถอนหายใจเหมือนระบายอารมณ์

“แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดเธอหรอก.. ฉันขอโทษนะเยนา ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“คือฉันไม่ได้โกรธ ฉันแค่ไม่เข้าใ..”

“ขอเวลาฉันหน่อยนะ”

ขอเวลา? เวลาอะไร

“เดี๋ยวฉันก็คงทำได้เอง ถ้ายังทำไมได้.. ฉันอาจจะต้องไป แต่ก็นั่นแหละถ้าเธออนุญาตให้ไปได้น่ะนะ”

เธอจะไปไหน.. ไม่เอานะ

“รถมาพอดีเลย ฉันไปก่อนนะ”

เยนาไม่เข้าใจที่ยูจินพูดสักอย่างเดียว ยูจินดูเศร้ามาก แต่เธอเข้าใกล้ไปปลอบใจไม่ได้ มีกำแพงที่มองไม่เห็นมากั้นระหว่างเธอกับยูจิน นี่มันอะไรกัน อาทิตย์ก่อนเรายังไปเที่ยวด้วยกัน ยูจินยังยิ้มให้แล้วบอกว่ามีความสุข แล้วความสุขของเธอมันหายไปไหนล่ะยูจิน ทำไมเธอถึงเศร้าแบบนั้น แล้วที่บอกว่าจะไปคือไปไหนกัน ไม่อยากอยู่กับฉันแล้วเหรอ.. 

แต่ฉันอยากอยู่กับเธอนะยูจิน..





ยูจินจะเป็นยังไงบ้างนะ.. อึนบีรู้สึกเป็นห่วงยูจินขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก วันนี้คงหนักน่าดูเลยสำหรับยูจิน

“ทำไมต้องขมวดคิ้วแบบนั้นด้วยล่ะคะ คิดอะไรอยู่เหรอ”

กาอึนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จทักอึนบีที่นั่งขมวดคิ้วอยู่บนโซฟา

“เห้อ.. เรื่องยูจินน่ะ”

“ยูจินเป็นอะไร”

“ก็จะเป็นอะไรได้อีกล่ะ ก็มีแต่เรื่องลูกสาวพี่นั่นแหละ”

“เยนาทำอะไรเหรอ”

“เยนาไม่ได้ทำอะไรหรอก ก็ทำตัวเหมือนปกติ แต่ยูจินนี่สิไม่ปกติ”

“ยังไงล่ะ”

“พี่.. ฉันว่ายูจินเหมือนใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มทีแล้ว”

“ขีดจำกัด?”

“วันก่อนเค้าชวนฉันไปดื่ม แค่นี้ก็ไม่ปกติแล้วใช่มั้ยล่ะ เค้าไม่พูดอะไรฉันก็เลยถามก่อน แล้วก็นั่นแหละไม่พ้นเรื่องเยนา เค้าพูดเหมือนใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว เค้าบอกว่าความรู้สึกที่เค้ามีมันมากขึ้น เค้าบอกฉันว่าเค้าไม่ได้แค่ชอบเยนา แต่เค้ารักเยนา ซึ่งเค้าก็รู้ว่าเค้าจะไม่สมหวังในความรักครั้งนี้”

“อืม ยูจินก็คงแค่อยากให้อึนบีที่เป็นคนที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วรับฟังเอาไว้ คงอยากให้อึนบีปลอบใจนั่นแหละ แอบรักเพื่อนน่ะมันไม่ง่ายเลยนะ พี่ยังคิดเลยว่ายูจินทนมาได้ถึงวันนี้ก็เก่งมากแล้ว”

“ฉันก็รู้แหละ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้”

“อึนบีอา ยูจินเค้าเข้าใจอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร เค้ารู้อยู่แล้วว่าแอบรักเพื่อน แถมยังเป็นเพื่อนที่ชอบผู้ชายน่ะมันจะลงเอยแบบไหน อึนบีแค่คอยปลอบใจเวลาที่เค้าไม่ไหวจริง ๆ แล้วมองดูเค้าเติบโตขึ้นจากความเจ็บปวดครั้งนี้ก็พอ หลังจากนี้เค้าจะเข้มแข็งขึ้นเอง”

“ถ้ามันเป็นอย่างนั้นฉันก็คงบอกให้ยูจินตัดใจแล้วมองหาคนใหม่แล้วล่ะ”

“แล้วทำไมมันจะไม่เป็นแบบนั้นล่ะ”

กาอึนนั่งลงข้างอึนบีที่โซฟา อึนบีหมายความว่ายังไงเธอไม่เข้าใจ

“พี่..ถ้าฉันจะบอกว่ามันไม่ใช่แค่รักข้างเดียวล่ะ”

“หมายความว่าไง”

“ถ้าฉันจะบอกว่า.. ฉันคิดว่าเยนาก็ชอบยูจินเหมือนกันแต่เค้ายังไม่รู้ตัวล่ะ พี่จะว่ายังไง”

“หืม ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะคะ”

“ก็ก่อนหน้านี่น่ะเยนามาปรึกษาฉันว่าเค้ารู้สึกแปลก ๆ กับยูจิน เค้าบอกว่าเวลาหันไปแล้วไม่เจอยูจินอยู่เค้าทำอะไรไม่ถูก เวลายูจินเดินหนีไปเค้ารู้สึกเหมือนทำอะไรข้างในหลุดหาย แล้วเค้าก็เจ็บเวลายูจินพูดกับเค้าด้วยน้ำเสียงเหงา ๆ เหมือนว่าเค้าเป็นคนทำให้ยูจินเศร้าอะไรแบบนั้น เค้าบอกว่าเค้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้”

“แล้วอึนบีบอกน้องไปว่ายังไงล่ะคะ”

“ฉันจะบอกอะไรได้ล่ะ ก็ทำได้แค่ฟังแหละ ฉันรู้อยู่แล้วว่ายูจินรู้สึกยังไง แต่กับเยนาน่ะอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกเวลาเห็นเพื่อนสนิทมีท่าทีเปลี่ยนไปก็ได้.. แต่ก็อย่างว่าแหละพี่ ฉันคิดอะไรให้มันน้อย ๆ ไว้ก่อน.. พี่ลองนึกตามนะเพื่อนกันมันก็ไม่ทำแบบนี้รึเปล่า สมมตินะว่าถ้าแชวอนมันมาพูดเหมือนเศร้าใจอะไรของมันฉันก็อาจจะสงสาร แต่ไม่รู้สึกเจ็บใจอะไรข้างในหลุดหายหรอก ฉันก็จะคิดไปว่ามันโดนผู้ชายทิ้งเลยเศร้า พาไปเมาวันสองวันก็หาย ฉันไม่มานั่งคิดหรอกว่ามันต้องการฉันน่ะ ไม่เจ็บตอนมันเดินกลับบ้านไปไม่มองฉันด้วย บอกตรง ๆ ว่าแค่คิดยังขนลุก”

“ฮ่า ๆ ๆ อย่าใจร้ายกับเพื่อนแบบนั้นสิคะ”

“ก็จริงอะพี่ แล้วถ้าเยนาเกิดชอบยูจินจริง ๆ แบบที่ฉันคิดนะ เรื่องก็ยิ่งน่าปวดหัวไปอีก พี่ว่าเยนาจะรับตัวเองจริงได้เหรอ.. เยนาที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าหญิง แล้วก็แต่งงานเพื่อสร้างครอบครัวจะยอมรับว่าตัวเองชอบผู้หญิงได้จริง ๆ เหรอพี่ ฉันผ่านมาแล้ว ฉันเลยรู้ว่ามันยากแค่ไหน ฉันไม่รู้ว่าเยนาจะรับไหวรึเปล่า”

“ก็นั่นสินะ อา.. นี่เด็ก ๆ ทำให้คุณแม่ปวดหัวแล้วสินะคะ”

“ปวดหัวมากเลยล่ะ ฉันได้รับข้อมูลสองด้านนะพี่ แต่ก็ออกความเห็นอะไรไม่ได้เลย เพราะฉันรู้ว่าฉันไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องของพวกเค้า”

“อึดอัดแย่เลยนะคะ”

“อึดอัดมากเลยล่ะ แล้ววันก่อนนะไปกินข้าวเย็นด้วยกัน คุณฮยอนอูก็ดันมารอเจอเยนา ก็เลยต้องไปด้วยกันทั้งหมด ฉันนี่กินข้าวไปเครียดไป กลัวยูจินมันจะทนไม่ไหวแล้วลุกหนี แต่ถึงมันจะทนได้ ก็กินข้าวไม่ค่อยลงอะ กินไปนิดเดียวเอง” 

“แล้วเยนาล่ะคะ เยนาเป็นยังไง”

“รายนั้นก็ออกอาการมาก เหลือบมองยูจินไม่หยุด แต่ยูจินก็ถามคำตอบคำ เย็นชากับเยนาสุด ๆ ไปเลย”

“อา.. แบบนี้ไม่ดีเลย เยนาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ ยูจินไปทำแบบนั้นเยนาเสียใจแย่เลย”

“ฉันก็รู้แหละ แต่ก็ดุยูจินไม่ลงหรอก พี่ต้องเห็นตอนเค้าร้องไห้ น่าสงสารมากเลยล่ะ เค้าคงอยากจะปกป้องความรู้สึกของตัวเองนั่นแหละ คงอยากได้ระยะห่างไว้ทำใจน่ะ แล้ววันนี้ก็เป็นแบบเดิม ฉันกับเด็ก ๆ จะไปกินไอติมด้วยกัน คุณฮยอนอูก็โผล่มาอีก ยูจินอยากจะหนีแต่แรกเลยล่ะ แต่เยนาก็ไม่รู้ว่าอะไรมาดลใจให้มาจับมือยูจินไว้ ก็เลยต้องไปด้วยกันทั้งหมด.. พี่เคยเห็นยูจินกินไอติมได้น้อยมั้ย วันนี้ฉันเพิ่งได้เห็นเป็นครั้งแรกล่ะ”

กาอึนลูบผมอึนบีเบา ๆ เธอคิดว่าตอนนี้อึนบีเหมือนคุณแม่ที่กำลังเป็นห่วงลูกสาววัยรุ่นที่กำลังมีความรัก

“เห้อ.. แต่ที่ฉันกังวลที่สุดคืออะไรรู้มั้ยพี่ ฉันกลัวว่ายูจินจะทนไม่ไหวตัดใจไป ส่วนเยนามารู้ตัวในวันที่สายไปแล้ว ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นจริงคงเป็นตลกร้ายสุด ๆ ไปเลย”


อึนบีนั่งซบไหล่ของกาอึน คว้ามือของกาอึนมาเล่นแก้เครียด

“แต่อึนบีก็รู้ใช่มั้ยคะ ว่าเราทำอะไรไม่ได้ ต้องปล่อยให้พวกเค้าจัดการความรู้สึกกันเอง”

“รู้สิ รู้ดีเลยล่ะ เพราะรู้เลยทำได้แค่ปลอบใจแล้วก็รับฟังเอาไว้ ความจริงฉันอยากจะจับหัวพวกมันมาชนกันให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลยด้วยซ้ำ”

“เกรี้ยวกราดจังเลยค่ะ”

“ก็ได้แต่คิดแหละ ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก อึดอัดจังเลยพี่”

กาอึนจับมืออึนบีขึ้นมาจูบ อึนบีของเธอคงปวดหัวกับเรื่องของเด็ก ๆ อยู่ไม่น้อย เป็นคนกลางนี่มันลำบากใจจริง ๆ เลยนะ

“เออพี่ เรื่องย้ายบ้านน่ะ พี่นัดบริษัทขนย้ายรึยัง”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“อืม ดีแล้วล่ะ”

“จริง ๆ ของพี่มีไม่เยอะหรอก เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่สุดของพี่คือเก้าอี้ทำงาน ที่เหลือพี่ใช้ของที่ติดมากับห้องตั้งแต่แรก พี่อยากจะย้ายเองด้วยซ้ำ”

“พูดไปเถอะพี่อะ ห้องพี่เล็กก็จริงแต่ฉันว่าของมันเยอะกว่าที่พี่คิดนะ แล้วพี่นี่มันน่าตีจริง ๆ แอบไปทำสัญญามาโดยไม่บอกฉัน เงินประกันก็ไม่ยอมให้ช่วยออก”

“อย่าดุพี่สิคะ ก็ห้องที่เราดูกันตอนแรกโดนคนอื่นเอาไปเพราะพี่ไปทำสัญญาช้า พี่ก็ไม่อยากพลาดห้องนี้ไปอีก แล้วเงินประกันมันได้คืนอยู่แล้วตอนครบสัญญา พี่ไม่ได้เสียอะไรหนิ”

“แต่มันเป็นเงินก้อนใหญ่นะพี่ เดี๋ยวก็ไม่มีเงินกินข้าวหรอก”

“ถ้าพี่ไม่มีเงินกินข้าว อึนบีก็คงไม่ใจร้ายกับพี่ขนาดปล่อยให้พี่อดหรอกมั้งคะ”

“จะปล่อยให้อดเพราะพี่ดื้อนี่แหละ ฉันบอกจะช่วยก็ไม่ยอม เรื่องค่าเช่าเดือนนี้ก็เหมือนกัน”

“อย่าขมวดคิ้วสิคะ ดูสิหน้าเริ่มมีรอยแล้วนะ”

“พี่!! อยากตายใช่มั้ยห้ะ!!”

“ฮ่า ๆ ๆ พี่ล้อเล่น อย่าทำหน้าดุแบบนั้นสิคะ พี่กลัวแล้วค่ะ”

กลัวอะไร ยิ้มระรื่นเชียว!!

“อึนบีแน่ใจนะว่าไม่อยากให้ย้ายของจากห้องอึนบีไปห้องใหม่พร้อมพี่เลย”

“อือ ฉันขอเก็บเสื้อผ้าไปลองอยู่ก่อนนะ เผื่อนอนไม่สบายจะได้หนีกลับมาที่นี่ได้”

“นี่คิดงี้จริงเหรอคะ จะหนีพี่อย่างนี้เลยเหรอคะ”

“ฮ่า ๆ ๆ ไม่ใช่หรอก ฉันคิดว่าตอนเราย้ายเข้าห้องใหม่น่ะ อะไร ๆ ก็คงยังไม่ลงตัว เผื่อน้ำไม่ไหลไฟไม่สว่างฮีตเตอร์ไม่ทำงาน เราจะยังกลับมานอนที่นี่กันได้ไง ไหน ๆ ก็สัญญาก็ยังเหลือก็ต้องใช้ให้คุ้มสิ”

“แต่พี่อยากให้อึนบีไปอยู่ด้วยแล้วหนิคะ”

“ฉันก็ไปอยู่กับพี่อยู่แล้วแหละ.. แต่พี่.. ฉันพูดตรง ๆ เลยละกันนะ.. ฉันใจหายนิดหน่อยที่ต้องย้ายออกจากห้องนี้ ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ ๆ ตอนนั้นห้องนี้ว่างพอดี ทำเลก็ดี ถ้าเทียบกับค่าเช่าแล้วที่นี่คุ้มสุด ๆ ฉันที่ยังเงินเดือนไม่เยอะกัดฟันยอมกู้เพื่อวางเงินประกันแล้วเช่าที่นี่ จนตอนนี้ฉันจ่ายได้ไม่มีปัญหาแล้ว ห้องนี้เลยเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นอะไรหลาย ๆ อย่างของฉัน พอย้ายไปแล้วฉันคงคิดถึงห้องนี่น่าดูเลยล่ะ”

“ทำไมไม่บอกพี่ก่อนล่ะคะ นี่พี่กดดันเรามากไปรึเปล่าคะเนี่ย อึดอัดรึเปล่าอึนบีอา ถ้ายังไม่อยากย้ายก็ไม่ต้องย้ายตอนนี้หรอกนะ พี่รอได้”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกพี่ ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นเค้าเป็นยังไง สำหรับฉันมันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่น่ะ นอกจากแชร์หอกับเพื่อนตอนอยู่มหาลัยแล้ว ฉันเองก็ไม่เคยย้ายไปอยู่กับใครมาก่อนเลยนะ ฉันเลยกังวลนิดหน่อย ขอโทษนะพี่ถ้าฉันทำให้ไม่สบายใจ แต่ฉันบอกพี่ไว้ตรงนี้เลยว่าฉันอยากอยู่กับพี่ แค่ขอเวลาปรับตัวให้ฉันหน่อยแค่นั้นเอง”

กาอึนกอดน้องไว้แนบอก สัญญากับตัวเองว่าจะทำให้น้องมีความสุขให้ได้ เธอพาอึนบีออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยที่เจ้าตัวหวงแหน เธอก็ต้องทำให้ดีกว่า จะต้องรักให้มาก ทำดีให้มาก ให้อึนบีรู้สึกว่าคิดไม่ผิดที่ย้ายมาอยู่ด้วยกัน

“อึนบีอา.. นี่ก็ครั้งแรกของพี่เหมือนกัน พี่ไม่เคยย้ายไปอยู่กับแฟนแบบถาวร ไม่เคยลงหลักปักฐานกับใครจริงจังขนาดนี้เลย อึนบีเป็นคนแรกเลยนะ”

“แล้วขอเป็นคนสุดท้ายด้วยได้รึเปล่าคะ”

“ไม่เห็นต้องถามเลย มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ อึนบีอา”





ไม่รบกวนพี่เค้าดีกว่า.. ยูจินคิดอย่างนั้นก่อนจะลบข้อความแชทที่พิมพ์ค้างไว้ว่าจะส่งหาพี่อึนบีแต่ไม่ได้กดส่ง คืนนี้เธออยากออกไปดื่มที่มูนไลท์สักหน่อย เลยอยากชวนพี่อึนบีออกไปด้วยกัน แล้วก็มานั่งคิดว่าไม่อยากรบกวนเวลาของพี่เค้า ช่วงนี้พี่กาอึนทำงานหนักมาก แทบจะไม่ได้มากินข้าวด้วยกัน วันหยุดทั้งทีพี่อึนบีก็คงจะอยากใช้เวลากับพี่กาอึนมากกว่าเธอล่ะนะ

หลายวันแล้วที่เธอกับเยนาไม่ค่อยได้คุยกัน.. ก็ตั้งแต่ที่ไปกินไอติมนั่นแหละ เธอยอมรับว่าทนไม่ไหวหากต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอีก เธอปฏิเสธที่จะไปไหนมาไหนกับสองคนนั้นตั้งแต่เค้าเริ่มคบกันแล้ว เพราะคิดว่าตัวเองคงเจ็บมากถ้าต้องเห็นเค้ารักกันต่อหน้า แล้วมันก็เจ็บมากจริง ๆ ด้วย

เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เยนากับพี่ฮยอนอูคืนดีกันรึยัง ไม่อยากรู้.. ไม่อยากจะรู้เรื่องอะไรแล้ว

“มาคนเดียวเหรอคะ”

ยูจินที่เริ่มเมาแล้วเพียงแค่หันไปมองผู้หญิงคนที่มาทักเธอ

“ฉันเห็นคุณนั่งคนเดียวอยู่นานแล้ว ขอนั่งด้วยคนได้มั้ยคะ”

อยากนั่งก็นั่งไปสิ..

“ฉันไม่คุ้นหน้าคุณเลย เพิ่งมาครั้งแรกรึเปล่าคะ”

ยูจินส่ายหน้าให้แบบไม่ค่อยใส่ใจ อย่าชวนคุยเยอะได้มั้ย ง่วงนอน..

“คุณไหวมั้ยเนี่ย นี่คุณ เห้ย! คุณ ๆ”

นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ได้ยินก่อนสติของยูจินจะขาดไปช่วงนึง เธอตื่นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองฟุบหลับไปที่บาร์ หันไปทางขวามีผู้หญิงคนนึงกำลังมองมาที่เธอ

“ตื่นเร็วกว่าที่คิดนะ ยี่สิบนาทีพอดี ฉันกำลังคิดเลยว่า จะหาทางพาคุณกลับไปหรือปล่อยไว้ที่นี่ดี”

“…”

“น้ำเปล่ามั้ย?”

พอเธอพยักหน้า ผู้หญิงคนนั้นหันไปสั่งน้ำเปล่าให้เธอ

“คุณนี่ไม่ระวังตัวเลยนะ มันอันตรายมากเลยนะคุณ คุณมาคนเดียวแต่มาเมาหลับแบบนี้น่ะ”

“ขอโทษค่ะ”

พอยูจินพูดด้วยน้ำเสียงหงอย ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็ยิ้มให้แล้วถอนหายใจ

“เห้อ.. ไม่ต้องขอโทษหรอก คุณกลับไหวใช่มั้ย ฉันคงไม่ต้องนั่งเฝ้าคุณแล้วเนอะ”

“ขอบคุณนะคะที่นั่งเฝ้าฉัน แล้วก็ขอบคุณสำหรับน้ำด้วย เอ่อ คุณ..”

“มินจูค่ะ คิมมินจู ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”






TBC






Taeyeon – 사랑 그 한마디 (Love, That One Word)


เพลงพาร์ทเยนยุจนะคะ เผื่อใครอยากฟัง




เรื่องที่เราถามไปครั้งก่อน ก็คงรู้กันแล้วเนอะว่าเรื่องไหน 555 มีคนทายถูกด้วยล่ะ เก่งจังเลยค่ะ 💋

คำตอบก็คือ เรื่องเลิกบุหรี่เพราะกลัวตายค่ะ.. อันนี้เป็นเรื่องจริงของเราเองค่ะ ไม่จ้อจี้ 55555 เหตุการณ์แบบนั้นแหละค่ะ แบบที่เขียนให้อ่านไป  ในชีวิตประจำวันเราก็ไม่ค่อยสูบหรอกค่ะ แต่เมื่อก่อนตอนไปเที่ยวเราสูบเยอะค่ะ ถ้าเป็นร้านนั่งที่ให้นั่งสูบได้ที่โต๊ะ เราสูบคนเดียวคืนเดียวเป็นซองเลย พอมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น มันทำให้เราคิดได้นะคะ ตายเพราะสูบบุหรี่มันไร้สาระเกินไป เราก็เลยเลิกเลยค่ะ เลิกแบบไม่สูบเลย หยุดทันที พอใครมาถามเราก็บอกไปตรง ๆ ค่ะว่ามีคืนนึงสูบหนักมากแล้วหายใจลำบาก เป็นแบบนั้นเราเลยกลัว เรายังไม่อยากตาย เห็นมั้ยคะสัญชาตญาณการอยากมีชีวิตนี่มันรุนแรงกว่าที่เราคิดเยอะเลย 55555



ขอบคุณสำหรับทุก 🧡 แล้วก็คอมเมนต์ด้วยนะคะ อ่านแล้วคิดอะไรยังไงก็บอกกันได้ค่ะ ไม่ต้องเขินอาย



เหมือนเดิมเนอะ อ่านก่อนเจอคำผิดก่อน ;-;




ถ้าอยากมาคุยกันก็มาคุยกันได้ที่ 
>>>@705NCS

#กาอึนบีเชิ้ตสีขาว  
รับรองว่าไม่กัดค่ะ 55555  มาคุยได้

(ใช้แท็กนี้เพราะขี้เกียจกดเปลี่ยนภาษาค่ะ.. เป็นคนแบบนี้แหละค่ะ..)






ขอบคุณที่ติดตาม❤️

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ💋




ป.ล. ฝุ่นยังเยอะมากอยู่ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ 






SHARE
Writer
705NCS
Storyteller
วิชาการบางวัน ที่เหลือนั้นขี้ชิป

Comments

iiwakemaebe
3 months ago
ส่งสารพี่อึนบีที่ต้องมาเป็นผู้ประสบภัยหนาวว แต่ก็สางสารยูจินมากกว่า คนเรามันก็มีขีดจำกัดในตัวเองน๊าาา กลัวยูจินทนไม่ไหวแล้วแตกจังเลยอ่าาา ;;-;; เยนาผู้เข้่ใจอะไรช้า~~~~ เมื่อไหร่จะสมหวังคะเนี้ยยย ฉากในมูนไลท์ คิดไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นมินจู 55555 เยนาจะรุ้ความรู้สึกตัวเองทันไหมนะ หรือจะเกือบเสียยูจินไป~~ หรือเยนาต้องเจ็บมากๆจากการมองยูจินรักคนอื่นก่อนนะ อยากให้จบแบบFeel goodจัง แต่แอบรักเพื่อนบางทีก็ลำบากล่ะน่ะ // พี่อึนบีจะย้ายไปอยู่กับพี่กาอึนแล้ว เย้ๆ ถึงจะยังไม่ถาวรก็เถอะ แต่ก็ดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ^^
Reply
Pvmn
3 months ago
ก็คือขอเปลี่ยนไปทีมยุจมิ้นเลยแล้วกันนะคะ ยุจเยนปวดใจเกินไป5555555555555555555555 
Reply
DSL210
3 months ago
สิ่งที่กลัวที่สุดมันมาแล้วจย้าาา
มูฟออนเมื่อไรคือจบเห่แล้วหนาเยนยุจของข่อย 55555

แต่ถ้ามันจะทำให้หนูไม่เจ็บก็เอาตามที่ใจคิดนะ

ส่วนเยนา ขอให้รู้ใจเร็วๆนะ

ส่วนคู่พ่อแม่ เราบอกเลยค่ะว่าไม่ห่วงเลย จริงๆนะ

Reply
nocabhamchees
3 months ago
กรี๊ด มีตัวละครเพิ่มมาใหม่แล้ว หวังว่ามินจูจะเข้ามาทำให้เยนารู้ใจตัวเองนะคะ 5555555
Reply
Shallot
2 months ago
การอ่านตอนนี้เป็นความรู้สึกที่อยากจะหนีไปมากเลยค่ะ ทั้งที่รู้้ว่าเยนาก็เริ่มมีใจให้ยูจินแล้ว แต่ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวที่ต้องเป็นแบบยูจิน ต้องอึดอัดอยู่ในสถานะนี้นานหลายปี จนถึงวันนี้มันก็ยังเกิดขึ้นอยู่บ้าง ใครมาปรึกษาเรื่องแบบนี้ก็จะทนฟังไม่ไหวเอาซะเลย แต่เรื่องนี้นี่เอาใจช่วยยูจินมากๆ
Reply