ประสบการณ์บวช กับ คุณค่าที่แท้จริงของชีวิต(1)
ชีวิตของคุณเกิดมาเพื่ออะไร

คำถามสั้น ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนภายใน บางคนอาจจะมีแต่หลงลืมไปแล้ว บางคนอาจจะยอมแพ้แล้วเลือกที่จะใช้ชีวิตตามมีตามเกิด

บางคนตั้งคำถามนี้ตั้งแต่จำความได้แล้วพยายามที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงของชีวิต เฉกเช่นเจ้าชายสิทธัตถะ หรือที่พวกเรารู้จักกันในนามของมหาศาสดาองค์หนึ่งของโลก

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

"เกิดมาชั่วชีวิตหนึ่ง ลูกผู้ชายต้องบวชทดแทนพระคุณให้พ่อแม่สักครั้ง" จารีตที่ฝังลึกกับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างช้านาน ผมไม่ได้สนใจกับต้นกำเนิดของมันนัก ไม่แม้กระทั่งสนใจที่จะใช้ชีวิตในกรอบศีลธรรม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีศีลหลายข้อที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของผม
อย่างน้อยก็ข้อ 1 ว่าด้วยการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ข้อ 2 ว่าด้วยการไม่ลักขโมย
ข้อ 3 ว่าด้วยการไม่ผิดลูกผิดเมียชาวบ้าน ข้อนี้ผมไม่แน่ใจนักว่าเคยผิดบ้างหรือเปล่า อาจจะมีพลาดบ้าง
ส่วนข้อ 4 กับ ข้อ 5 ผมถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำหรับการดำรงชีวิตบนโลกที่แสนโหดร้าย

แต่ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยงให้มากที่สุด

ในช่วงเดือนธันวาคม ปีพุทธศักราช 2559 ผมได้เข้ารับการอุปสมบทที่วัดในจังหวัดลำพูน เหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ คือเพื่อให้พ่อแม่สบายใจ ประกอบกับชีวิตช่วงนั้นไร้แก่นสารมาก ไม่ได้จริงจังกับอะไรสักอย่าง

ถึงจะมีงานการที่มั่นคงทำ  แต่ชีวิตไม่มีความสุขเลย แค่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ การลาบวชเปรียบเสมือนการซื้อเวลาให้สมองได้ไตร่ตรองหนทางแห่งชีวิต

ทุกอย่างเป็นใจให้เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์


กระนั้น การบวชก็ไม่ได้เกิดขึ้นทันที ผมต้องไปเป็นเด็กวัดที่เตรียมจะบวช หรือ ขโยมอยู่ประมาณ 3 วัน หน้าที่หลัก ๆ คือออกไปรับของบิณฑบาตจากพระ 

นี่เป็นหนึ่งในงานที่ต้องใช้แรงมากที่สุด

ให้นึกภาพว่าตลอดทางมีคนตื่นขึ้นมาทำบุญใส่บาตรอยู่ไม่ต่ำกว่า 50 คน แล้วแต่ละคนที่ถวายเตรียมของเพียงพอสำหรับถวายพระทุกรูป เมื่อเทียบความจุของบาตรพระในปัจจุบัน เป็นไปไม่ได้ที่จะใส่ของถวายทั้งหมดลงไป

เด็กวัดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ถังเล็ก ๆ สองใบถูกนำมาใช้ถ่ายของถวาย พระบางรูปที่ยังละกิเลสจากอาหารการกินไม่ได้เริ่มถ่ายของที่ไม่ต้องการฉันในช่วงเช้าออกทีละชิ้นสองชิ้น ไม่ถึง 3 นาทีถังก็ถูกเติมจนเต็ม

จากนั้นคือการวิ่งระยะสั้น เป็นไปไม่ได้ที่ผมจะแบกถังที่เต็มจนล้นตลอดทางไปพร้อม ๆ กับการรับถ่ายของถวายใหม่ ๆ จากผู้มีศรัทรา

รถคือทางออกสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นรถเข็น หรือรถยนต์ ในกรณีนี้เป็นรถยนต์

บนรถยนต์จะมีหม้อใหญ่ ๆ 2-3 ใบ กับกระสอบอีก 3 ถุงโดยประมาณสำหรับถ่ายอาหาร มีสองขั้นตอนหลัก ๆ คือการถ่ายลงหม้อ หากหม้อเต็มจึงเริ่มถ่ายลงกระสอบ แต่ในกรณีนี้คือได้มาแล้วรีบวิ่งมาเทลงหม้อเพื่อทำเวลาไปรับของถวายชุดใหม่ให้ได้เร็วที่สุด

โดยปกติคนขับรถจะทำหน้าที่เป็นคนรับของไปด้วย แต่ในเมื่อผมเข้าวัดมา คนขับรถจึงเหลือหน้าที่เพียง คือขับรถ กับถ่ายของจากหม้อลงกระสอบ

จริง ๆ แล้ว การรับบิณฑบาตสำหรับพระสงฆ์นั้นไม่สามารถรับได้เกิน 1 บาตรตามพระวินัย ทว่าการรับบิณฑบาตของวัดนี้ไม่ใช่เพื่อพระสงฆ์เท่านั้น แต่ยังต้องรับเผื่อสามเณรกับเด็กวัดอีกด้วย เหมือนนโยบายของวัดนี้จะมุ่งเน้นให้สามเณรศึกษาหาความรู้เป็นหลัก การทำงานจึงตกมาอยู่ที่พระสงฆ์ ส่วนเด็กวัดคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก

หากเด็กวัดเลือกได้ก็คงอยากจะไปตามทางของตัวเอง ทว่ายังไม่อยู่ในวัยที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เต็มร้อย บารมีพระสงฆ์จึงเป็นสิ่งที่ยังขาดไม่ได้

ระหว่างการเป็นขโยม สิ่งที่ต้องทำเพิ่มจากชีวิตปกติ(นอกเหนือจากการรับของถวาย)คือ การนั่งวิปัสสนา ออกมาสวดมนต์ตอนเช้า ทำความสะอาดอาณาบริเวณภายในวัด และหัวใจสำคัญ คือ การถือศีล 8

5 ข้อแรกเหมือนศีล 5 โดยข้อ 3 ที่เข้มงวดขึ้น คือห้ามกิจกรรมทางเพศทุกรูปแบบ ส่วนอีก 3 ข้อคือ ห้ามกินมือเย็น ห้ามพวกมหรสพทุกอย่าง รวมไปถึงประทินร่างกายด้วยสิ่งต่าง ๆ เพื่อความงาม และห้ามนอนบนเตียงที่เท้าสูงเกิน และภายในถูกบุด้วยนุ่นหรือสำลีตามลำดับ

ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไป เนื่องจากวัดอยู่บนเชิงเขา ไร้ซึ่งสัญญาณ 4G (3G มาถึงแบบจาง ๆ)

หนทางสู่การศึกษาหนทางแห่งธรรมจึงเริ่มขึ้น
SHARE
Writer
prestkt
Dreamcatcher
ผู้แสวงหาวิถีชีวิต

Comments