ครบรอบ 24 ปี นั่งลงสักที่ แล้วจะขอ “คุยกับตัวเอง” ....
"เมื่อฉันขอคุยกับตัวเอง”
 
     24 ปีแล้วซินะ ที่ฉันได้ร่างกายนี้มาจาก พ่อแม่ อันเป็นที่รักยิ่งสำหรับฉัน เราอาจเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ร่างกายนี้ไม่ใช่ของตัวเรา มันเป็นเพียงการยืมมา แล้วก็คืนไปในวันหนึ่งเท่านั้น” เพราะฉะนั้นวันนี้ครบรอบการใช้งานของร่างกายนี้มากกว่า 20 ปี ฉันก็จะขอพูดอะไรกับร่างกายนี้หน่อยแล้วกัน
 
  ที่ผ่านมา ฉันใช้เธอมาอย่างสมบุกสมบันมามากทีเดียว หลายช่วงชีวิตฉันใช้เธอไปแบบไม่รู้คุณค่าเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อมานึกย้อนว่า ที่ผ่านมาฉันทำอย่างนั้นไปได้อย่างไร มีเหตุการณ์ตั้งมากตั้งมาย ที่ฉันทำของมีค่าชิ้นนี้เสียหาย ผุพัง โดยไม่รู้คุณค่า ว่าสิ่งๆนี้มันสำคัญมากขนาดไหน ไม่เพียงแต่สำคัญต่อตัวเองเท่านั้น แต่ยังสำคัญไปถึงคนรอบข้างมากมายที่รักฉัน ทั้ง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และคนรัก ที่ผ่านมานั้น ฉันจำได้ดี เมื่อตอนฉันใช้เธอเมื่อตอนเข้า 15 ปี ฉันทำเธอเสียหายครั้งใหญ่ที่สุด จากการประมาทเพียงเสี้ยววินาที หลังจากนั้นในตัวของฉันนั้น ก็มีโลหะความยาวประมาณ 1 ฟุต ฝังติดแน่นอยู่เป็นเสมือนอวัยวะหนึ่งในร่างกายของฉันที่บริเวณขามาโดยตลอด และไม่นับรวมถึงการที่ฉันพาเธอไปกลิ้งไถลมากมาย เอาน้องชายไปบี้กับแฮนด์จักรยาน เอาผิวหนังชั้นนอกไปปะทะกับเศษกรวดเศษหิน หรือแม้กระทั่งลูกปืนอัดลม เศษเหล็ก เศษแก้ว มายมายเหลือเกินที่เรานั้นต้องเจอกันมา
 
  แต่เชื่อไหม หลายครั้งเธอก็ทำให้ฉันคิดว่า “เธอนั้น มันธรรมดาซะที่ไหนล่ะ” เพราะความมั่นใจที่เราจะผ่านมันไปด้วยกัน เธอถึงทำให้ฉันได้มีประสบการณ์ดีๆมากมาย ที่ผ่านเข้ามาทำให้ฉันได้จดจำ ฉันยังจำได้ดีเมื่อตอนฉันใช้เธอเมื่อ ย่างเข้าปีที่ 10 ฉันพาเธอพิชิตยอดดอยตุงด้วยระยะทางกว่า 13 กิโลเมตร ตอนนั้นเธอบอกกับฉันว่า “ฉันไม่ไหวแล้ว” ทุกส่วนของเธอมันพยายามบอกฉัน แต่แล้วด้วยความพยายามของเรานั้น ก็สามารถที่จะสร้างประสบการณ์ดีๆที่เราทั้งคู่ได้จดจำมัน และมันก็เหมือนกับภาพในวันนั้นได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ในวันที่ฉันใช้เธอมาได้ 23 ปีกว่า เมื่อฉันนั้นรู้ว่าฉันต้องไปเป็น “ทหารเกณฑ์”
 
  เชื่อไหม..ภาพความทุกข์ทั้งหมดตลอดที่ผ่านมาของฉัน ฉันนำมาใช้เป็นกำลังใจทั้งหมด เพื่อให้ฉันได้ผ่านตรงนี้ไปให้ได้ มันเป็นวันแรกของการเข้ารับราชการทหารเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 ฉันจำได้ดีที่ฉันต้องใช้เธออย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง กำลังของเธอทั้งหมด ฉันต้องขอรีดออกมาจากเธอ แต่ในส่วนของกำลังใจนั้น ให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ตั้งแต่ยืมเธอมาใช้ ก็มีครั้งนี้แหละมั้ง ที่ฉันใช้เธอได้อย่างสุดกำลังที่ฉันจะเรียกใช้เธอ ซึ่งเธอก็ทำให้ฉันผ่านพ้นเวลานั้นมาได้ มีแต่เพียงร่องรอยชำรุดของเธอเมื่อตอนนั้น ที่มันคอยเป็นอุปสรรคของเราในตอนที่เข้าสู่การฝึกสุดโหด แต่ก็นั้นซินะ ผ่านมันมาแล้ว ผ่านมันมาเกือบจะ 1 ปีแล้ว ที่เหลือมันจะยากอะไรละ ที่เหลือมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้แล้วล่ะ ฉันหวังว่าอย่างนั้นนะ
ขอบคุณนะที่เธออยู่กับฉันมาถึง 24 ปี ขอบคุณเธอที่พาฉันไปพบเจอสิ่งต่างๆมากมาย ฉันยอมรับว่าฉันทำกับเธอไม่ดีเท่าไหร่ที่ผ่านมา ฉันเคยพาเธออ้วน ฉันเคยพาเธอพักผ่อนน้อย(ก็ยังทำอยู่บ่อยๆ) ฉันเคยพาเธอริ้วรอย ผิวแห้ง ฉันเคยพาเธออ่อนแอ แต่ต่อไปนี้ฉันสัญญา จะดูแลเธอให้ดีขึ้น ไม่ว่าทางไหนก็ตาม ฉันจะตั้งใจดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันทำได้ ให้สมกับที่เธอให้ฉันได้ใช้เธอตลอดมา
 
  สุดท้ายนี้ ก็คงเป็นการขอบคุณคนที่ให้ร่างกายนี้ฉันมา ขอบคุณท่านคนที่เป็นดูแลร่างกายนี้ในตอนที่ฉันยังดูแลร่างกายนี้ไม่ได้ ขอบคุณท่านคนที่เลี้ยงทั้งวิญญาณของฉันและร่างกายของฉันให้เติบใหญ่และเตรียมพร้อมให้ฉันได้ใช้ร่างกายนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ขอบคุณท่านที่คอยถามหา คอยเซอร์วิสติดตามผลอยู่ตลอดเวลา ขอบคุณท่านที่คอยสั่งสอน อบรมบ่มเพาะลักษณะนิสัยของทั้งวิญญาณและร่างกายของฉันให้อยู่ในศีลในธรรม ให้ฉันได้รู้ผิดชอบชั่วดี รู้ผิดรู้ถูก เมื่อฉันและร่างกายของฉันไปในทางที่ไม่ดี ก็มีท่านคอยบอก คอยแนะชี้ทางที่ถูกที่ควรให้ ควรไปอย่างนั้น ควรทำอย่างนี้ หากไม่ใช่เพราะพวกท่านๆแล้ว ฉันก็คงไม่ได้มาถึงตรงนี้แบบมีคุณภาพ (ในความคิดของฉัน) ได้อย่างแน่นอน ขอบคุณพ่อแม่ทุกคนของผมนะครับ กราบขอบพระคุณท่านมากครับ
 
  สุดท้ายของสุดท้าย มันคงเป็นคำสัญญาเท่านั้นแหละมั้ง ที่ฉันจะให้เธอได้....เธอที่เป็น“ร่างกายของฉัน” ฉันสัญญาว่าจะพาเธอผจญภัยไปในโลกนี้ ในที่ที่เราจะเดินทางไปด้วยกัน ฉันจะพาเธอทำในสิ่งที่ลูกผู้ชายทุกคนต้องทำ และนั้นคือการ “บวช” ให้กับคนที่ทำให้เรานั้นมีอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ฉันจะดูแลเธอให้มากกว่านี้ พักผ่อน ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ และจะใช้เธอในสิ่งที่ถูกที่ควร แต่อาจจะมีบ้างที่จะขอพาเธอไปเสี่ยง แต่ฉันยืนยันว่าเธอจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน ฉันสัญญา...
 
  อดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าวันข้างหน้าเราทั้งคู่จะเจออะไรอีกมากมายหลายสิ่ง ในวันนี้ 24 ปีที่เราอยู่ด้วยกันมา ประสบการณ์ต่างๆมากมายที่ได้พบได้เจอนั้น มันช่างมีทั้ง ทุกข์ สุข คลุกเคล้ากันไปมากมายเหลือเกิน เธอพร้อมที่จะพบกับประสบการณ์ที่แสนจะสุดอัศจรรย์พันลึกแล้วหรือยัง ฉันว่ามันต้องเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น ไม่มากไม่น้อยไปกว่า 24 ปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอนเลยทีเดียว และฉันขอเธอนั้น อยู่กับฉันไปได้ตราบเท่าที่เธอจะไหวล่ะกัน เพราะถึงยังไงเธอกับฉัน ก็คงแยกกันไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว ใช่ไหมละ “ร่างกายของฉัน”
 
 "รูปทั้งปวง นั่นไม่ใช่ของเรา   นั่นไม่ใช่เรา นั่นไม่ใช่ตัวเรา"
(สพฺพํ รูป๎ เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตา )

 #บันทึกเก่าเล่าใหม่ในที่ใหม่

SHARE
Written in this book
เมื่อนึกอยากบันทึก...
บึนทึกนึกขึ้นได้ หมายเลข 1
Writer
is_Singha
policeman,biker,photographer
วินาทีที่เป็น"อิสระ"

Comments

La_PoMmes
2 years ago
Good Story 😊
Reply