Impossible love (Binkyeong) -6-

                                                      - อิเบล มึงแอบมีผู้เหรอ!? -

ในช่วงยามบ่ายวันพฤหัสกลางสัปดาห์แบบนี้มันชวนให้ หมวย สาวสวยอารมณ์ดีคนนี้อยากจะปิดตาน้อยๆ ของเธอลงเหลือเกิน
“ฮ้าววววว” สาวเชื้อสายจีนหาวหวอดออกมาอย่างอดไม่ได้ เธอควรแก้ง่วงด้วยการ..หันไปคุยกับเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเธอ

แต่แล้วเธอก็สะดุดเมื่อเธอเห็นภาพเพื่อนเธอตรงหน้า เบลกำลังเล่นโทรศัพท์ และจิ้มๆ คล้ายคุยแชท พลางแอบหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว

“ทำไรมึง” เธอทักขึ้นมา ปฏิกิริยาเพื่อนเธอนั้นสะดุ้งตัวเล็กน้อยและรีบปิดหน้าจอ
“เปล่า ก็แค่เล่นโทรศัพท์ไปเรื่อย” เบลตอบ
เธอมองเพื่อนอย่างพินิจครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “กูเบื่ออะ อยากให้ข้ามไปวันศุกร์แล้วเนี่ย”
“พรุ่งนี้ก็วันศุกร์แล้ว บ่นอะไรเยอะ”
“ก็เบื่ออะตอนนี้ ก็เบื่ออ้ะะะะ เพื่อนไม่เข้าใจหมวย”
“เออ ใครจะไปเข้าใจมึงฮะ” 
ทั้งสองคนคุยเล่นตอบโต้กันไปมาอย่างนั้นจนหายเบื่อลงบ้างแล้วกลับไปทำงานกันต่อ

หมวยรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับเพื่อนของเธอ ช่วงนี้เบลดูร่าเริงมากขึ้น ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย ไม่ซึมกระทือเป็นซอมบี้เหมือนช่วงที่เพิ่งเลิกกับแฟนใหม่ๆ แต่นี่ก็ผ่านมาได้เดือนกว่าแล้ว เพื่อนเธออาจจะทำใจได้แล้วจึงร่าเริงขึ้นแบบนี้ก็ได้



และแล้ววันศุกร์ก็มาถึงตามที่ใจเธอปรารถนา 
ในช่วงบ่ายนี้หมวยไม่ได้ดูเบื่อคล้ายเมื่อวานแล้ว หมวยคุยแชทกับแจ้ได้ซักพักก็หันมาคุยกับเบล
”อิเบล เย็นนี้ไปป่ะ ร้านเดิม”
“มีใครไปมั่งอ่ะ” เพื่อนเธอตอบโดยที่มือยังทำงานไปด้วยอยู่
“แน่ๆ ก็มีกู อิแจ้ อิคิตตี้ แล้วก็อาจจะลองชวนเพื่อนคนอื่นอีกหน่อย”
“อืม...ดูก่อนได้ป่ะ ขี้เกียจว่ะ”

หืมมมมมม เพื่อนเธอเนี่ยนะขี้เกียจกับเรื่องเที่ยว ปกติถ้าไม่เป็นคนชวนซะเองก็ไม่เคยจะปฏิเสธเวลาเพื่อนชวน แต่เบลมันอาจจะเหนื่อยจริงๆ ก็ได้มั้ง ช่วงนี้งานก็เข้าเยอะอยู่

“อือๆ ถ้าเปลี่ยนใจก็บอก วันนี้มีโปรเลดี้ เผื่อมึงสน”
“เคได้”


สรุปแล้ว…เบลก็ไม่มาตามที่ชวน

เพื่อนสนิทขาประจำทั้งหลายก็ถามใหญ่เลยว่าเบลไปไหน หมวยก็ทำได้แค่ตอบว่า 
“มันบอกว่าขี้เกียจ สงสัยคงเหนื่อยมั้ง วันนี้เห็นงานยุ่งอยู่เหมือนกัน”
“แล้วมันเป็นไงบ้าง หายเศร้ายัง” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มที่ไม่ค่อยได้เจอเบลนักถามขึ้น
“มันก็ดูโอเคขึ้นนะ ไม่เศร้าไม่ซึมแล้ว ร่าเริงขึ้นเยอะเลย” หมวยตอบ
“เดือนกว่าเองนะ จะดีเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ คราวก่อนที่มันอกหัก กูไปร้านเหล้ากับมันบ่อยมากตั้งสองสามเดือนกว่าจะหายเศร้า” คิตตี้เพื่อนสนิทอีกคนแย้งขึ้น 

“หรือ..มันมีคนมาดามใจแล้ว”

หืมมมม ประเด็นนี้..สะกิดต่อมอยากรู้ของหมวยขึ้นมาทันที เพราะมีความเป็นไปได้เหมือนกันที่คนอกหักสามารถฟื้นตัวเร็วจากการมีคนใหม่เข้ามา

“ด้วยความที่มึงอยู่กับมันบ่อยที่สุด มันเป็นหน้าที่ของมึงแล้วล่ะหมวย ที่จะต้องรู้ว่ามันแอบคุยกับใครรึเปล่า” แจ้พูดขึ้นมา และทุกคนในโต๊ะก็เห็นด้วยกับมตินี้

เอาล่ะ..เพื่อเพื่อน เพื่อหน้าที่นี้แล้ว หมวยจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ!




สัปดาห์ต่อมาเบลก็ยังคงสดใสร่าเริงเหมือนสัปดาห์ก่อน หมวยพยายามที่จะสังเกตทุกการกระทำของเบล แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่ผิดปกติไปจากทุกที ขนาดอัตราการเล่นโทรศัพท์ก็ยังไม่ถี่มากจนผิดสังเกต จนเธอคิดได้ว่า 
..เพื่อนเธอก็ขยันทำงานเหมือนกันนี่นา

เที่ยงวันหนึ่งขณะที่พวกเธอกำลังกินข้าวกลางวันกัน เบลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วหันมาถามหมวยว่า
“มึง พวกพี่นายไปกินข้าวข้างนอก ฝากซื้อชาไข่มุกมะ”
“ชาไข่มุกเหรอ เอาด้วยๆ เอาชานมไข่มุกหวานน้อย”
“เค” แล้วเบลก็พิมพ์ยุกยิกส่งไปก่อนที่จะหันมากินข้าวต่อ

..แต่อิเบลมันคุยแชทกับพี่นายด้วยเหรอวะ ไม่ค่อยเห็นคุยกันเท่าไหร่
หรือเพราะไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกับพี่มิ้นแล้วก็เลยคุยได้กับพี่นายเยอะขึ้น

..อืม คงงั้นล่ะมั้ง


เวลาบ่ายโมงของวันนี้จึงมีชานมไข่มุกมาส่งที่ห้องแผนกของเบลกับหมวยโดย..

พี่มิ้น..

ด้วยความสูงและความสวยที่โดดเด่นของเธอทำให้ใครๆ ต่างก็หันมาสนใจ แม้ว่าการปรากฎตัวของพี่มิ้นนั้นทำให้หมวยแปลกใจแล้ว ที่แปลกใจยิ่งกว่าคือ ฉายาเสือยิ้มยากของเธอมันเริ่มสั่นคลอน เพราะเธอก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้ม ความสวยที่มีอยู่แล้วจึงมีมากขึ้นไปอีก 
..แม้แต่หมวยเองก็ยังมองตาไม่กระพริบ

พี่มิ้นเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะของหมวยและเบล
“พี่เอาชาไข่มุกมาให้ อะนี่ของหมวย” เธอพูดและยื่นแก้วให้หมวย ทำให้หมวยเพิ่งได้ลองสังเกตมือของพี่มิ้นแบบชัดๆ 

..สวยทุกกระเบียดนิ้วคือแบบนี้เหรอ มือโคตรเรียว นิ้วก็ยาวสวย ไม่อยากจะมองมือตัวเองจริงๆ

“แก้วนี้ของเบลค่ะ” 

ผึ่งงง หูเล็กๆ ของหมวยทำงานอย่างอัตโนมัติ 
ช่วงนี้เห็นเค้าไม่จิกกันแล้วก็นับว่าเป็นเรื่องดี..แต่นี่ พี่มิ้นพูดกับอิเบลเพราะขนาดนี้เลยเหรอ ยิ้มให้เบลด้วย
 โอว้มายก็อด!

“ขอบคุณค่ะ” เบลยื่นมือออกไปรับแก้วจากพี่มิ้น และยิ้มกลับให้..

ยิ้มให้กันด้วยยยย เฮ้ย! นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น!

..หรือ หรือเค้ากำลังเล่นสงครามประสาทกันอยู่โดยที่เราไม่รู้
..หรือเค้าดีกันแล้ว 
..ไม่มั้ง 
ต่อให้ไม่มีเรื่องผู้ชายแล้ว คนที่มันเคยทะเลาะกันเพราะเรื่องผู้ชายมาก่อนนี่จะสามารถดีกันได้ขนาดนี้เลยเหรอ?
..หรือต่อให้พี่มิ้นมาดีด้วย แต่ชะนีอย่างอิเบลนี่ไม่น่าจะดีง่ายๆ นะ

..ไม่น่าจะเป็นไปได้


แต่หมวยก็ทำได้เพียงแค่เก็บความสงสัยเอาไว้





ใกล้วันหยุดสุดสัปดาห์แสนหรรษาของหมวยอีกแล้ว ช่วงนี้มีหนังเรื่องที่เธออยากดูกำลังเข้าโรง เธอจึงไม่รอช้าที่จะชวนเพื่อนสนิทของเธอไปผ่อนคลายด้วยการดูหนัง

“เบลมึงงง มีหนังเข้าใหม่ เรื่องที่กูเคยบอกว่าอยากดูตอนมันออก teaser มาอ่ะ เสาร์นี้ไปดูกันมะ”
“เสาร์นี้เหรอ..งืม ไม่แน่ใจว่ะ ว่าจะนอนเปื่อยๆ อยู่ห้องอ่ะ วันอื่นได้มั้ย”
“วันอาทิตย์กูต้องไปธุระกับแม่กูอ่า วันธรรมดากว่าเราจะเลิกงาน กินข้าว ก็ได้ดูรอบดึกแล้ว”
“งื้ออ กูขี้เกียจอ่า”
“อิเบลลลล เดี๋ยวนี้มึงไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับกูเลยนะ..หรือมึงแอบนัดใครไว้ ฮะ!”
“ไม่มี มึงนี่..กูขี้เกียจบ้างไม่ได้รึไง”
”ก็มึงไม่เคยขี้เกียจเวลากูชวนไปไหนนี่ หรือมึงแอบกิ๊กกับใครแล้วไม่บอกกู”
“บ้าาน่ะะ“ เบลทำหน้าหัวเราะแล้วเบนสายตาหันไปสนใจงานบนโต๊ะ 
“ถ้ามีแล้วเดี๋ยวกูบอกละกัน”
“ให้มันจริงเถอะอิเบล” 

ฮึ! ไม่ไปก็ไม่ไป ชวนอิแจ้ไปดูด้วยก็ได้




โรงหนังในวันหยุดและหนังที่เข้าใหม่แบบนี้นั้นเต็มไปด้วยผู้คน หมวยกับแจ้ที่เพิ่งออกจากโรงรอบบ่ายโมงคุยเรื่องราวในหนังอย่างออกรสชาติ แต่ก่อนที่ทั้งสองคนจะไปหาของหวานเติมท้องกัน แจ้ก็ขอตัวเข้าห้องน้ำก่อน หมวยจึงมานั่งรอแจ้บริเวณที่นั่งรอหน้าโรงหนัง คนหน้าโรงหนังนี้เยอะจริง เธอจึงเลือกบริเวณที่เกือบจะค่อนเข้าไปด้านในของโซนที่นั่งรอ 

และพลันสายตาเหยี่ยวของเธอก็พบแผ่นหลังอันคุ้นตา..

อิเบลนี่!
ยิ่งหันหน้าด้านข้างมายิ่งชัดเจนว่าเป็นเบล 

หนอยๆๆ แล้วบอกกูว่าขี้เกียจนะ

เธอที่กำลังจะลุกไปทักทายเพื่อนสาวก็สังเกตเห็นว่ามีชุดป๊อปคอร์นถังใหญ่และแก้วน้ำอัดลมสองแก้ว

สองแก้ว!
เรื่องนี้..ความจริงจะต้องถูกเปิดเผย

“อยู่นี่เองอิหมวย กูก็หาตั้งนาน” เพื่อนแจ้เข้ามาได้จังหวะพอดี 
“เมื่อกี้กูเข้าห้องน้ำกูเจอ”
“อิแจ้มึงดูนั่น” 
ยังไม่ทันที่แจ้จะพูดจบประโยค หมวยก็เรียกเธอให้หันไปดูเพื่อนตัวดีของพวกเธอ
”เอ้า อิเบล ไหนว่ามันไม่...เชี่ยยย...” 

จังหวะที่พวกเธอหันไปมองพอดีนั้นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่มีมือของใครคนหนึ่งขึ้นมาลูบศรีษะของเบลพลางหยอกล้อกันเบาๆ 

แต่เพราะที่ที่เบลนั่งอยู่ติดกับเสาขนาดใหญ่พอดี ทำให้นักสืบสองคนนี้ไม่อาจเห็นหน้าหรือรูปร่างของผู้ต้องสงสัยได้ สิ่งที่เห็นเป็นหลักฐานอย่างเดียวคือ มือของเขาเท่านั้น

เพียงไม่นานพนักงานก็แจ้งรอบที่เข้าโรงได้ ผู้คนเริ่มทยอยเข้าไปกัน และทั้งสองคนนั้นก็ลุกไปด้วย


หลังจากได้เห็นหลักฐานคาตาชวนตะลึงแบบนั้น จึงอดไม่ได้ที่จะเกิดการวิเคราะห์
“อิเบลมันแอบมีผู้จริงๆ ด้วย!” แจ้อุทานขึ้นมา
มือขาวเรียวนั้น ดูมีขนาดใหญ่กว่าขนาดทั่วไปของผู้หญิงไซส์เบลหรือหมวยหรือแจ้ การสันนิษฐานนี้แจ้จึงคาดว่าน่าจะเป็นผู้ชาย

“แต่มือเรียวมากเลยนะมึง ผู้ชายปกติเค้ามือสวยขนาดนี้เลยเหรอวะ”
“เยอะแยะ คนที่มือสวยกว่าหน้ากูเนี่ย” หมวยเผลอเห็นด้วยอย่างไม่รู้ตัว 
“อาจจะเป็นผู้ชายตัวสูงๆ ผอมๆ ก็ได้นะ มือเค้าเลยเป็นทรงแบบนั้น”
อืม..ก็เป็นไปได้ นักสืบหมวยเผลอคล้อยตาม


..แต่สิ่งที่เธอติดใจมากๆ คือ เธอคุ้นตามือลักษณะนี้มากๆ มากในแบบที่ว่าเคยเห็นมาก่อนเมื่อไม่นานนี้ 

แต่เธอก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าเป็นมือของใครที่เธอเคยเห็น






…………………………………………………………………………………………………………………

มือคุณกยองไม่เคยอ่อนโยน///-.,-///

ชอบเวลาแก๊ง 98 line เค้าอยู่ด้วยกัน คุยกัน มีความแก๊งเพื่อนสาวมาก น่ารักดี

น้องเบลก็บอกๆ เพื่อนไปเถอะลูกกกกก เดี๋ยวหมวยทำงานหนัก 555555555

ดีใจที่มีคนอ่านค่ะ ถึงแม้จะมีไม่กี่คนเราก็ดีใจ ขอบคุณมากๆ เลย มีอะไรติชมก็คอมเมนต์ได้เลยค่ะ > < 

แม้แม่น้ำจะแห้งเหือด เราก็จะพายเรือนี้ต่อไป … คิดถึงเด็กๆ เหลือเกิน
SHARE
Written in this book
Impossible love (Binkyeong)
มันจะเป็นไปได้ยังไง!?
Writer
Peek_Sai
Shipper
Yuri is the Life

Comments

chaeim
9 months ago
เม้นแรกอีกแล้ว 555 เบลที่บอกว่าขี้เกียจเนี่ยขี้เกียจไปกับหมวยใช่มั้ย ไหนบอกสิ เทอทิ้งเพื่อนไง หนีไปดูกับผู้สาวคนสวย เนี่ยพูดถึงคู่นี้ก็เขินอีกแล้ว เขาเป็นแฟนกันหมวยเขาเป็นแฟนกัน
Reply
Peek_Sai
9 months ago
ฮื่อออ ก็เนี่ยยยย เพื่อนกับแฟนอ่ะเนอะ เพื่อนกับแฟนนนน