การศึกษาไทย...เอายังไงต่อดี
เด็กที่เรียนเก่งๆแล้วครอบครัวค่อนข้างมีเงิน ก็จะส่งลูกไปเรียนโรงเรียนที่ดังๆมีชื่อเสียง ส่วนเด็กคนไหนที่เรียนเก่งหรือเรียนปานกลางไปจนถึงเรียนไม่ได้ และพ่อแม่ไม่มีเงินก็จะให้ลูกเรียนแถวบ้าน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย บางครอบครัวให้ลูกอยู่กับตายาย พอเลิกเรียนกลับบ้านไปก็เล่นเกมอย่างเดียวโดยที่ไม่สนใจทบทวนบทเรียน เด็กนักเรียนบางคนเมื่อจบชั้นม.3 กับ ม.6 ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยเหตุผลที่ไม่มีเงินเรียน หรือบางคนเรียนต่อในสายอาชีพเพื่อหวังประหยัดค่าใช้จ่ายแทนการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
       เสียงสะท้อนจากคุณครูแนะแนวหลายโรงเรียนในภาคอีสานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทยแม้หลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังพยายามแก้ไขปัญหานี้กันอยู่ก็ตาม แต่เราก็ยังคงต้องพูดกันแม้จะเป็นปัญหาเดิมๆในสังคม

       หลายวันที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสลงพื้นที่แนะแนวการศึกษากับทางคณะหนึ่งที่ผมทำงานอยู่นั้น แน่นอนเราต่างทำหน้าที่ตรงนั้นนั่นคือการประชาสัมพันธ์หลักสูตร แต่อีกหน้าที่ของเราคือการจับประเด็น/ปัญหาของเด็กนักเรียน/ปัญหาของระบบการศึกษาทั้งตัวมหาวิทยาลัยเองและโรงเรียนเองก็ตามแต่ ด้วยความที่เราเรียนสื่อสารมวลชนมาก่อนเราจะปล่อยให้ประเด็นปัญหานี้ผ่านไปไม่ได้ เราจึงหยิบยกมาเขียนเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับเด็กในระบบการศึกษาไทย เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าที่ทางมหาวิทยาลัยนั้นต้องลงพื้นที่แนะแนว ทำการตลาดมากขึ้น แข่งขันกับมหาวิทยาลัยอื่นค่อนข้างสูง
                                       มหาวิทยาลัย = ธุรกิจ                                         นักเรียน/นิสิต/นักศึกษา = ลูกค้า         มหาวิทยาลัยต่างก็กำลังขาดทุนเช่นเดียวกัน เนื่องจากบางหลักสูตรไม่ตรงตามความต้องการของตลาด จำเป็นต้องหาเด็กมาเรียนเพื่อที่จะไม่ให้หลักสูตร/คณะถูกยุบไป หรือเด็กนักเรียนต่างเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ในขณะเดียวกันโรงเรียนบางแห่งมีเด็กนักเรียนน้อยลง ด้วยเหตุผลเดียวกันกับมหาวิทยาลัยนั่นคือ "เด็กไปศึกษาที่โรงเรียนที่มีชื่อเสียง" ทำให้ผมตั้งคำถามในใจว่า "ชื่อเสียงกับคุณภาพเขาวัดกันตรงไหนนะ เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ครูผู้สอนมีคุณภาพ สภาพแวดล้อมดี" อ้าว!แล้วเด็กที่เรียนอยู่โรงเรียนแถวบ้านละ สอบไม่ติดมหาวิทยาลัยหรอ ครูผู้สอนไม่มีคุณภาพหรอ สภาพแวดล้อมไม่ดีหรอ ผมว่าท้ายที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับตัวเด็กนักเรียนคนนั้นๆมากกว่าครับ ว่าจะขยันหมั่นเพียรตั้งใจเรียนมากน้อยแค่ไหน

     ถ้าพูดถึงเด็กนักเรียนแล้วมีสิ่งหนึ่งที่ผมตกมากคือเด็กไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร ชอบด้านไหน มีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง อยู่กับสิ่งไหนแล้วเราทำได้ดีหรือทำแล้วมีความสุข สาเหตุนี้อาจเป็นเพราะเด็กนักเรียนถูกป้อนข้อมูลเพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราชอบอะไร เด็กไม่รู้ว่านิเทศศาสตร์คือะไร จบไปต้องเป็นดารานักแสดงหรอ เด็กไม่รู้เลยว่าศิลปกรรมศาสตร์คืออะไร จบไปแล้วทำอะไรได้บ้าง เด็กไม่รู้ว่าสถาปัตยกรรมเรียนแล้วไปเป็นอะไร เด็กรู้เพียงว่าโตขึ้นต้องเป็นหมอนะ เป็นคุณครูนะ เป็นพยาบาลนะ เป็นตำรวจนะ อีกอย่างในรายวิชาที่เราต้องมาเรียนในหลักสูตรมัธยมคือ 7-8 วิชาหลักคือ ภาษาไทย สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม (ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง พระพุทธศาสนา วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา) คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ 
แน่นอนเด็กบางคนหลังจากเรียนวิชาเหล่านี้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ถนัดอะไร เพราะวิชาเหล่านี้ต่างเชื่อมโยงไปกับคณะที่เด็กอย่างเรียน หรือแม้กระทั่งเด็กบางคนไม่ชอบวิชาเหล่านี้เลย แต่ชอบการแสดง ชอบการถ่ายภาพ ชอบการเป็นพิธีกร เด็กก็จะเข้าใจว่าจะใช้ความรู้ในวิชาเหล่านี้ไปปรับใช้ในการเรียนมหาวิทยาลัยอย่างไร แต่ก็ยังไม่เด็กอีกหลายคนที่ไม่รู้เลยว่าเรียนสิ่งเหล่านี้ไปทำไมกัน สุดท้ายก็หาความถนัดความชอบตัวเองไม่เจอ

     และอีกประเด็นหนึ่งคือเด็กที่พ่อแม่ไม่ค่อนมีเงินส่งเรียน จำเป็นต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ไปทำงานช่วยพ่อกับแม่ หรือหากจะเรียนต่อต้องต่อสายอาชีพ เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างถูกและประหยัดกว่าการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ก่อนสอบเข้าจะต้องเสียค่าติวสอบ เรียนพิเศษ และค่าสอบต่างๆนานา GAT-PAT / TCAS อื่นๆอีกมากมาย พอเข้ามหาวิทยาลัยแล้วยังต้้องมาจ่ายค่าเทอมที่พุ่งสูงขึ้นจากเมื่อก่อน ค่าหอ ค่าใช้จ่ายต่างๆในชีวิตประจำวัน ถ้าเรียนในสายอาชีพผมมองว่าดีนะครับ ถ้าย้อนกลับไปได้ผมก็จะเลือกเรียนต่อในสายอาชีพ เพราะมองว่าจบมาแล้วเราได้วิชาชีพวิชาปฏิบัติ โดยไม่เสียเวลาไปกว่า 4-5 ปี 

     ดังนั้นจะเห็นได้ว่า "เงิน" เข้ามาเกี่ยวข้องกับการศึกษาค่อนข้างมาก ส่วนเด็กนักเรียนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยต่างก็ต้องสอบตามระบบกำหนดไว้ ซึ่งมีขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยาก และที่สำคัญจากการลงพื้นที่แนะแนวพบว่าเด็กบางส่วนยังไม่รู้จักตนเองว่าถนัดด้านไหน ชอบอะไร แล้วจะไปต่ออย่างไรกับอนาคตที่วาดฝันไว้
SHARE

Comments