that road
เช้ามืดวันหนึ่งของต้นเดือนธันวาคมหลายปีก่อน...

เราออกเดินทางสู่จุดหมายปลายทางบนยอดดอยด้วยมอเตอร์ไซค์คันเล็กของคุณ
ท้องฟ้ามืดสนิท ผู้คนและเมืองยังคงหลับใหล 
เราใช้แสงไฟนวลจากสองข้างทางที่สาดส่องลงบนพื้นถนนคอยช่วยนำทาง 
เมื่อขับพ้นเขตเมืองแล้ว รอบตัวยิ่งเงียบสงัดลง 
มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังขับเคลื่อนพาเราลัดเลาะไปตามแนวเขาอยู่เป็นเพื่อนร่วมทาง

ความหนาวเย็นชัดเจนที่ใบหน้าเมื่อลมหนาวปะทะเข้ามา 
ความชื้นและไอเย็นจากป่าทึบทำให้ฉันรู้สึกหนาวมากขึ้นเป็นเท่าตัว
เสื้อยืดแขนยาวที่ใส่มานั้นเนื้อผ้าบางเบาเกินกว่าจะให้ความอบอุ่นใดๆ

ยิ่งเราไต่ระดับความสูงมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกถึงอุณหภูมิที่ลดต่ำลงมากขึ้นเท่านั้น
สองมือวางเปล่าของฉันขยุ้มชายเสื้อที่เอวคุณไว้ เป็นหลักยึดเมื่อรถเลี้ยวเอนไปตามโค้งถนน
ฉันซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของคุณเพื่อหลบแรงลม นั่นทำให้เราใกล้ชิดกันมากกว่าครั้งไหนๆ

แม้เสียงลมที่ปลิวพัดอยู่ข้างหูจะดังอื้ออึง
จนฉันแทบไม่ได้ยินเสียงคุณที่ห่างออกไปเพียงไม่ถึงคืบ 
แต่วินาทีนั้น... ฉันกลับได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจนจนน่าแปลกใจ
เป็นการพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าความรู้สึกพิเศษบางอย่างไม่เคยหายไปไหน...

ต้นไม้ และภูเขาเบื้องหน้ามองเห็นถนัดตามากขึ้น
เมื่อแสงสีส้มจัดเริ่มทอดตัวเป็นแนวยาวที่เส้นขอบฟ้า
แสงอุ่นๆ จากดวงอาทิตย์ทำให้คลายความหนาวไปได้มาก 
ความเย็นยะเยือกที่ทำให้สั่นสะท้านก่อนหน้านี้ 
เริ่มเปลี่ยนมาเป็นความเย็นสบายที่ทำให้รู้สึกสดชื่น

ฉันมองขึ้นไปบนฟ้าบ้าง หันไปดูต้นไม้ข้างๆ บ้าง 
แต่มีความสุขอยู่ได้ไม่นาน รู้ตัวอีกทีก็ถึงที่หมายเสียแล้ว...

คุณจะรู้มั้ยว่า...
ระยะทางกว่าสามสิบกิโลเมตรในวันนั้น 
ทำให้ถนนสู่ยอดดอยสายนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
 
ทางโค้งตรงนี้ที่เราเคยขับผ่าน
จุดแวะพักตรงนี้ที่เราจอดรถดูพระอาทิตย์ขึ้น
ฉันแทบจะรู้สึกได้ถึงสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านเราสองคน

ทุกครั้งที่ฉันได้กลับไปตรงนั้น ไม่มีครั้งไหนเลยที่ฉันไม่คิดถึงคุณ
 
SHARE

Comments