ความฝัน ความทรงจำและความรัก ของลุงหวัง
       วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์เจ้าของเดือนแห่งความรัก ฉันตื่นเช้ามากประมาณตีห้าสิบห้า ฉันต้องถ่างตาตื่นขึ้นมาเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อคืนนั่งกินโซจูเกือบเพื่อนจนดึก  ยังๆ    ยังไม่พอไปตัดโมต่อ กว่าจะได้นอนก็ตีสอง แต่ด้วยความรับผิดชอบฉันก็ต้องตื่นไปดูsite วิชาสตูที่ย่านวัดเกต แถวตัวเมืองเชียงใหม่ 
       ฉันซ้อนมอไซด์มากับเพื่อน ในตอนเช้าๆที่หนาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
หน้านี่เย็นเหมือนไปแช่ตู้เย็นมา  แต่พอไปถึงที่ย่านวัดเกต ฉันกับเพื่อนก็เอารถไปจอดหน้าวัด หมาเห่านิดๆตามประสา แล้วฉันกับเพื่อนก็ออกเดินเริ่มจากไปหลังวัดก่อน เป็นซอยแรกสุดที่ติดใกล้ย่านแม่น้ำปิง ตอนนั้นค่อนข้างที่จะเช้ามากๆ แสงอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ก็เลยถ่ายรูปเห็นไม่ชัดเท่าที่ควร แต่บรรยากาศนี่ดีสุดๆ อากาศเย็น กับควันรถในตัวเมืองที่แถบจะไม่มี มันช่างดีจริงๆ 
       จริงๆผ่านซอยนี้มาก็กะว่าจะมากิน ข้าวเกรียบปากหม้อลุงขจร แต่วันนี้วันอาทิตย์แกไม่เปิดอ่ะ ไว้โอกาสหน้าเนอะ 
       ก็เลยไปเดินขัวแขก(สะพานแห่งความรัก) เป็นสะพานที่ทอดยาวพาดแม่น้ำปิง ฝั่งนี้เป็นย่านวัดเกต อีกฝั่งเป็นย่านกาดหลวง ฉันกับเพื่อนเดินไปกลางสะพานแล้วถ่ายรูป คือดีอ่ะ ฟิลลิ่งตอนนั้นมันได้มาก แสงอาทิตย์เริ่มขึ้น ภาพเริ่มสวย มันเป็นทั้งcompost and feelingที่ลงตัวมากๆ
      แล้วก็มีเพื่อนอีกสองคนมาสมทบ เราสี่คนไปกินข้าวซอย ปาปา ที่ร้านฮาบี้บ มุสลิม เป็นเส้นข้าวซอยที่แปลกมาก ทำจากข้าวกล้อง นำมานึ่ง แล้วนำมาตำ แล้วค่อยนำมาปั้นเป็นก่อน แล้วหั่นเป็นเส้น รสชาติแปลกดี แต่เสียอย่างเดียวใส่เนื้อ ซึ่งฉันไม่ชอบกินเนื้อเท่าไหร่ แต่โดยก็โอเค
       แล้วฉันกับเพื่อนก็มาที่วัดเกต ไปไหว้พระที่วิหาร และก็ไปพิพิธภัณฑ์ในวัดเกต เจอลุงสมหวัง
ลุงแก เป็นคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่ดูแล พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับของเก่าแก่ ที่หายากในปัจจุบัน ซึ่งผู้ก่อตั้งยุคบุกเบิกที่นี่มี 8 คน ตายไป 6 เหลือตอนนี้อยู่สองคน รวมลุงสมหวัง 
       ลุงแกเก่งมากพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย ลุงแกเล่าให้ฟังว่า วัดเกตจะเป็นวัดศูนย์กลางของย่าน โดยมีศาสนสถานอื่นๆล้อมรอบ ได้แก่ ทิศเหนือ เป็นเทวาลัย พราหมณ์ ฮินดู  ทิศตะวันออก สุเหร่า ที่เป็นที่อยู่ของคนจีนฮ่อที่อพยพมาจากทณฑลยูนาน ตอนใต้ของจีน ทิศตะวันตก โบสถ์คริสต์ ทิศใต้ วัดซิกข์  ซึ่งจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่สามารถดำรงอยู่รวมกันได้อย่างพี่น้อง เพื่อนฝูง แต่มันคือปัจจุบันวันนี้ แต่เราไม่รู้วาในอนาคตมันจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันอย่างนี้เหมือนเดิมหรือไม่ ไม่มีใครรู้ 
       ลุงทำงานที่นี่มาตั้งแต่2542 ก็ประมาณ 19 ปี ลุงทำงานที่นี่ไม่มีเงินเดือน เพราะมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจ จริงๆทำเพื่อสาธารณะประโยชน์ไม่ใช่เพื่อธุรกิจ ที่นี่ไม่เก็บค่าบัตรเข้าชม เป็นการตั้งบริจาคตามศรัทธา สิบ ยี่ิสิบ สามสิบ ตามศรัทธาที่คุณมี แต่ลุงก็ระบายกับเราว่า ทุกเดือนนี่ก็เสียนะเยอะอยู่แต่เราไม่เก็บกับผู้เยี่ยมชม แต่จะเป็นคณะกรรมการช่วยจัดการมากกว่า ในพิพิธภัณฑ์ก็จะมีของเก่าๆ เทปเอย ดาบซามูไร ไปป์ และอื่นๆ
      ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์มากๆ ฉันเคยถามลุงว่า ความฝันของลุงคืออะไร ลุงบอกว่ามีสองอย่างในชีวิตนี้ที่ฝันไว้และอยากทำให้ได้ก่อนตาย
     อย่างแรก ลุงอยากให้คนรุ่นหลัง ได้รับรู้ถึงวัฒนธรรม ได้ภาคภูมิใจรึกและหวงแหน เห็นคุณค่าในสิ่งที่เรามี ละมาหาความรู้จริงๆ
   อยากที่สอง อยากให้พระเทพมาที่นี่ เพราะ เชืี้อพระวงศ์คนอื่นมาแล้ว แต่พระเทพยังไม่เคยเสด็จ ความฝันของลุงอยากเจอพระเทพสักครั้งในชีวิต ก็ถือว่าเป็นความฝีนสูงสุดของลุงในชีวิตนี้แล้ว

    จากที่ฉันคุยสัพเพเหระกับลุง ลุงมีมุมมองหลายอย่างที่ดี มีทัศนคติการใช้ชีวิิตที่ดีมากๆ ลุงเป็นคนเรียบง่าย  ใช้ชีวิตอย่างสมถะไม่ฟุ่มเฟือย อาหารเช้ากับอาหารกลางวันของลุง ก็มาจากการให้ การแบ่งปันของพี่น้อง ต่างศาสนา เรากินของเค้า เขากินของเราเท่าที่จะกินได้ กินแบบพอดีๆไม่มากไป เราแลกวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน แต่ก็ไม่ได้บ่อยขนาดนั้น ลุงอยากให้เรารักกัน  ผูกพันธ์กันแบบนี้ ตลอด ไม่อยากให้ความสัมพันธ์มันลดน้อยลง จริงๆลุงก็อายุ70กว่าปลายๆแล้ว แต่ลุงก็ยังแข็งแรงเหมือนคนอายุ50"กว่า พูดคุยเดินไปไหน คลาองแคล่วเชียว ลุงบอกว่า ลุงเล่นเปตองทุกเย็น  กับเด็กนักเรียนปริ้นบ้าง กับเด็กที่อยู่ที่วัดบ้าง ตอนที่ลุงพูด ฉันเห็นตาลุงเป็นประกาย มันบ่งบอกว่า ลุงมีความสุขแค่ไหนที่ได้ทำมัน สัก1ทุ่มก็กลับบ้านไปกินข้าวกับครอบครัว กิจวัตรชีีวิตลุงก็มีแค่นี้แหละ มันเป็นเรืีองง่ายๆเรียบๆธรรมดานะ แต่พอฟังลุงพูดมันทำให้ดูวิเศษณ์มากๆเลยหละ 
    พอฉันจะกลับ ลุงก็กล่าวลา แต่ก้าวไม่ทันสองก้าว ลุงก็รั้งฉันไว้แล้วก็คุยต่อเป็นแบนี้ประมาณห้าหกครั้งก็จะได้กลับ ฉันไหว้ลุงและขอบคุณลุง ซ้ำๆเป็นสิบๆครั้ง ลุงคงเหงาหน้าดู เพราะเราคุยกันถูกคอเชียว
    ส่วนในเรื่องที่จะโยงเข้าหาโปรเจคฉัน ฉันคิดว่า ฉันอยากให้ลุงเป็นตัวแทนผู้สูงวัย ที่ ต้องการความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง เชื่อมโยงผูกเชื่อม ผูกพันธ์  โดยมีกิจกรรมอะไรสักอย่างเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ โดยฉันจะเน้นวัยเด็กกับผู้สูงวัยให้มีปฏิสัมพันธ์กัน
เพราะเด็กช่างถาม ผู้สูงวัยมีความรู้และประสบการณ์ประกอบกับเหงาๆถ้ามีการพูดคุยจะเป็นจัวเชื่อมให้ลูกหลานรักและหวงแหนวัฒนธรรมด้วย
   แต่เราต้องเจาะสิ่ง...อะไรสักอย่าง เพื่อเป็นตัวเชื่อมกิจกรรม
    ฉันต้องกลับไปsiteอีกครั้งและเอาเครื่องมือมาสักอัน ต้องเป็นสิ่งที่ลุงชอบ  และเด็กอยากเรียนรู้ และต้องทำเป็นธุรกิจได้และที่สำคัญ มีที่นั่นที่เดียว ฉันต้องหาคำตอบด้วยตัวฉันเอง เร็วๆนี้
    ขอบคุณลุงหวัง ที่ทำให้รู้ว่าบนโลกนี้ยังมีความรัก สายตาเปล่งประกาย ทำให้อบอุ่น อ่อนโยน มีชีวิตอีกครั้ง

SHARE
Writer
yaneeno
student
ฉันชอบฟังเพลงประภาส พวกวงเฉลียงอ่ะยุค70นู้น ฉันมีความสุขที่ได้ทำงานศิลปะแล้วฟังเพลงคลอไปด้วย มันเหมือนการหล่อเลี้ยงชีวิตให้มีความสุข

Comments