ความแตกต่างบนความเหมือน
"ไม่ได้ชอบใครที่หน้าตา แต่ชอบที่นิสัยค่ะ
นิสัยรวย ;)"
"เหม็นคนจน"
"ใครๆเขาก็ใช้กัน ซื้อเลยสิ เดี๋ยวก็ไม่ทันใครเขาหรอก"
"เธอๆ ดูคนนั้นดิ แต่งตัวไม่มีเทส ใช้ของถูกๆ ดูโลวคลาสมากๆ"
"ช่างเขาเหอะ เขาเป็นแค่พนักงาน ไม่ต้องไปใจดีด้วยมากขนาดนั้นหรอก ให้อะไรไก่ๆกาๆไปก็พอ"
   ข้างบนนั่นเป็นประโยคที่พูดแทนภาพรวมความคิดและทัศนคติของคนในสังคมที่เราเห็นอยู่ทุกวันได้อย่างดีทีเดียว
   เห็นได้จากไหน? เห็นได้ทั่วไปเลย จริงๆมันดูเป็นประโยคที่เหมือนจะพูดเล่นใช่มั้ยล่ะ แต่ต้องยอมรับเลยนะว่ามันกลายเป็นสภาพความเป็นจริงของสังคมไปแล้ว


   รถเมอร์เซเดสเบนซ์สีขาวคันงามวาววับที่ประดับด้วยป้ายทะเบียนสีแดงใหม่เอี่ยม จอดติดไฟแดงอยู่ โดยมีรถกระบะคันเก่าสีแดงสนิมเขรอะ ที่ด้านหลังมีคนงานสองคนนอนสลบเหมือดอย่างไม่ได้สติเพราะทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันเคลื่อนมาจอดตามด้านหลัง
  เราซึ่งเป็นผู้สังเกตการณ์จากบนรถเมล์เห็นรถสองคันนี้ก็เกิดความรู้สึกนึกคิดขึ้นมาว่า เออเนอะ คนรวยก็รวยล้นฟ้า คนจนก็จนตาย__ (เติมคำเพื่อให้คล้องจอง 5555 😂) มันเป็นความจริงที่เกิดขึ้นและคนธรรมดาอย่างเราก็เข้าไปแก้ไขความไม่เท่าเทียมนั้นไม่ได้ซะด้วย เพราะมันไม่ได้มีใครอยากให้ใครตกทุกข์ได้ยากหรอกในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันน่ะ มันไม่ได้มีใครมากำหนดว่าคนนี้ชะตาชีวิตเกิดมาจะต้องรวย คนนี้เกิดมาจะต้องจน 
ถ้ามีอะไรๆที่ทัดเทียมกันได้ พอมีพอใช้เหลือเฝือเหมือนกันได้หมด อย่างนั้นสถานที่แห่งนี้ก็คงจะไม่ใช่โลกมนุษย์แล้วสิ คงเป็นที่ไหนสักที่ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ และสิ่งมีชีวิตนั้นจะต้องไม่ใช่มนุษย์ ผู้ซึ่งมีความโลภความเห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้ง หรือไม่ก็แทรกซึมอยู่ในบางพื้นที่ของความคิดที่จะต้องเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณ 


  สายตากับความคิดแวบแรกของเราตัดสินได้ทันที ว่าสิ่งไหนที่เรียกว่ารวย สิ่งไหนที่เรียกว่าจน
เอาจริงๆแล้วการที่เราแยกอะไรได้ชัดเจนอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าเรามีจิตใจที่ไม่ดี เหยียดคน เพียงแต่ว่า...
ไอความรวยความจน ชนชั้น หรือความเหลื่อมล้ำที่ใครๆเลือกจะตัดสิน มันก็เป็นแค่ฐานะ หรือสถานภาพของแต่ละคนในสังคมที่มันมีความแตกต่างกันจนเห็นได้ชัดมากๆ ก็แค่นั้นเอง
มันทำให้เรานึกไปถึงเรื่องสังคมการคบเพื่อน สังคมในที่ทำงาน สังคมในแวดวงต่างๆที่ผู้คนพากันแบกและโอบอุ้มหน้าตัวเองไว้ ไม่มีใครคิดจะวางมันลงเพราะกลัวเสียศักดิ์ศรี กลัวอาย กลัวไม่มีพื้นที่ยืนในสังคม ถ้าเพื่อนใช้ของดีๆ เราก็ต้องทำตัวรวยให้ทัดเทียมคนอื่น ต่อให้ต้องเป็นหนี้ เป็นทุกข์ยามเมื่ออยู่ลำพังขนาดไหน ขอแค่ให้ได้เห็นรอยยิ้ม ได้รับการชื่นชมสรรเสริญยกย่องจากคนอื่น เท่านั้นก็พอจะช่วยให้มีแรงและกำลังเพื่อโอบอุ้มหน้าที่หนักหนาสาหัสนี้เอาไว้ได้
   หรือแม้หากเห็นใครไม่ค่อยมีใช้ บางคนก็เหยียด ไม่คบหาเป็นเพื่อน ดูถูกต่างๆนานา จับกลุ่มนินทาว่าร้ายเช่นคนไม่มีงานการจะทำ หรือมอบความสมเพชเวทนาให้เขาอย่างที่เขาไม่ได้เต็มใจจะรับ มันน่าเจ็บปวดเหลือเกินที่บางคนมีความคิดเช่นนั้น   เอาเป็นว่าอย่างนี้
เราเองเข้าใจนั่นแหละ ว่าอย่างไหนเป็นอย่างไหน แล้วสังคมไทยขับเคลื่อนไปด้วยกลุ่มคนที่หลากหลายและเป็นไปเช่นไร
  สายตาของเราจะมองเห็น และตัดสินได้ด้วยความรวดเร็วจากภายนอก แต่สิ่งที่จะไม่ทำ คือเราจะไม่นำทัศนคติและความคิดของเรามาตัดสินคน
เราเห็นความแตกต่างหลากหลายในสังคมบนความเหมือนอย่างเดียวกันคือเพื่อนมนุษย์เพียงแค่เข้าใจ
สิ่งต่างๆที่ใครบางคนอาจเรียกว่าความเหลื่อมล้ำ ชนชั้น หรือฐานะ 
ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยใดๆก็แล้วแต่ที่ทำให้ชีวิตคนเราเป็นไปเฉกเช่นนั้น
จงยอมรับว่านั่นคือความแตกต่าง 
แต่มันไม่ได้ผิดแผกแปลกประหลาดไปขนาดไหนเลย เพราะเราเป็นคนเหมือนกัน
หากจะผิดวิสัยไปมากขนาดนั้น ก็คงจะเกิดจากทัศนคติของผู้มองผู้นั้นเอง ซึ่งก็ยอมรับว่าคนเราก็มีหลายมุมให้มอง หรือเลือกที่จะมองมุมใดมุมหนึ่ง หรือบางคนมีโอกาสได้เห็นเพียงมุมเดียว ก็เป็นไปได้ ว่าโลกของคนผู้นั้นยังไม่เปิดกว้างเท่าไหร่นัก นั่นก็ทำให้เราได้เข้าใจคนที่มีทัศนคติแตกต่างจากเราออกไปมาก มีความคิดที่ไม่เหมือนใคร หรือมองคนด้วยมุมที่ฉีกแยกออกไป
จะด้วยประสบการณ์ชีวิตหรือการบ่มเพาะอย่างไรก็แล้วแต่
นี่แหละ คือความแตกต่างบนความเหมือน

SHARE
Writer
Rainbowlight
Student
Writer Beginner

Comments