Stock-Home(not)Alone : ตลาดบ้านๆ
ฉันตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แต่ก็ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะลุกจากเตียงแม้ฤทธิ์แอลกอฮอล์หลายขนานจากภัตตาคารเมื่อคืนจะจางไปจากกระแสเลือดหมดแล้ว แม้พยายามนอนต่อก็นอนไม่หลับ หลังกลิ้งเกลือกบนเตียงอยู่พักใหญ่ จึงยอมขยับไปล้างหน้าแปรงฟันเริ่มวันใหม่ราวเก้าโมง

...วันสุดท้ายแล้วสินะ

ใช่แล้ว...นี่เป็นวันสุดท้ายในสต๊อกโฮล์ม และวันสุดท้ายของปี 2018 ด้วยเช่นกัน ในเมืองที่เหน็บหนาวแต่ฉันกลับอบอุ่นด้วยการต้อนรับเลี้ยงดูอย่างดีจากพี่สาวที่รักและครอบครัว

หลังอาหารมื้อใหญ่เมื่อคืน ทำให้ฉันรู้ว่าหากต้องการกินอาหารทะเลคุณภาพย่อมเยาว์ต้องไปที่ Hötorgshallen อันเป็นตลาดอาหารสดในร่มที่เป็นที่นิยมที่สุด

...เป้าหมายสุดท้ายของทริปนี้
.
.
.
ตลาด Hötorgshallen ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินใต้อาคารโรงหนัง มองครั้งแรกจะให้ความรู้สึกเหมือน food court ตามห้างสรรพสินค้าบ้านเรา แต่แทนที่อาหารปรุงสุกด้วยของสด ขนาดก็ไม่ใหญ่มากมายอะไร ฉันรู้สึกว่าเล็กกว่า food court ที่ Siam Paragon ด้วยซ้ำ สินค้าที่จำหน่ายส่วนใหญ่ก็เน้นอาหารทะเล แต่ไม่มีตู้ปลาโชว์ความสดของสินค้าที่ยังว่ายน้ำอยู่แบบที่ไทย

แม้อาหารส่วนมากจะเป็นของสด แต่บางอย่างก็ปรุงสำเร็จพร้อมรับประทานแล้ว ไม่รู้ว่าอุปาทานหรืออื่นใด แต่ฉันรู้สึกว่าอาหารตลาดบ้านๆของที่นี่ช่างดูสะอาดน่ารับประทานเหลือเกิน หากจะเทียบก็คงความรู้สึกราวอาหารปรุงสดในตู้ที่ Gourmet Market คงเพราะสินค้าทั้งหลายหากไม่ใช่พวกของแห้งแล้ว ทุกอย่างก็จะอยู่ในตู้กระจก ไม่มีเขียงหมูเขียงไก่กาละมังปลาวางตั้งให้เอามือไปแตะต้องได้

สินค้าจำพวกชีสมีให้ชิมฟรีเต็มไปหมด ฉันนี่อาศัยความเป็นคนต่างชาติตาใสๆแบบนี่คืออะไรฉันไม่รู้จัก เดินไปให้เค้ายื่นของฟรีมาให้ชิม แล้วก็โปรยยิ้มหวานๆพร้อมเดินออกมาแบบอร่อยจังตังค์อยู่ครบ ทึกทักเอาเองว่าคนขายคงอยากเผยแพร่วัฒนธรรมการกินท้องถิ่นสู่โลกกว้าง เพราะพวกเขาก็ดูไม่ได้ส่งสายตาคาดหวังเงินที่ไม่ค่อยมีในกระเป๋าฉันเช่นกัน
.
.
"นี่หนูถ่ายไปทำอะไรหรอ"
"หนูชอบถ่ายภาพวิถีชีวิตท้องถิ่นน่ะค่ะ เอาไปลงเพจ..."

คุณย่าชาวสวีดิชผู้ออกตัวว่าหวาดกลัวการเดินทางไปต่างถิ่นเข้ามาทักทายเมื่อเห็นอาหมวยเอาแต่ถ่ายภาพกุ้งหอยปูปลาในตู้กระจก ก่อนแยกย้าย ฉันสบโอกาสอยากใช้ภาษาสวีดิชเหลือเกิน แต่เผอิญจำได้คำเดียวเลยรีบโพล่งออกไป

"...ก้อด จูล"
"ห่ะ....อะไรนะ"
"ก้อด จูล..."
"หาาาา.....???"
"ก็ที่แปลว่าสวัสดีไงคะ"
"อ๋อ...God jul"
"ใช่ๆ นั่นแหละ"
"เอ่อ นั่นมันแปลว่า Merry Christmas นะหนู นี่มันเลยมาหลายวันแล้ว"
"อ้าว....เหรอ"

...ก็ฉันไม่รู้นี่นา ตั้งแต่มาเหยียบแผ่นดินสวีเดน ก็เห็นคำนี้ตามป้ายต่างๆเต็มไปหมด จึงจัดการจินตนาการความหมายขึ้นมาเอง...แต่จะว่าไปฉันก็มาถึงในวันคริสมาสต์อีฟ

คุณย่าก็เลยจากลาแบบงงๆหน่อย พร้อมกับคำอวยพรคริสมาสต์ล่วงหน้าถึง 359 วัน
.
.
ด้วยความที่ตลาดมีขนาดเล็กมากในความรู้สึกของฉัน เดินไม่นานก็ครบรอบ สินค้าก็มีความน่าตื่นตาตื่นใจอยู่ตรงที่ดูสะอาดและเป็นของที่ไม่ค่อยเห็นในบ้านเรา แต่ที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าคือ...ผู้ชาย

...งานดีงานละเอียดละลานตามาก ขนาดอยู่หลังตู้ยืนแล่หัวปลาก็ยังน่ามอง หัวทองตาสีฟ้าหุ่นสูงล่ำแซ่บเวอร์ พ่อค้าที่นี่ชวนให้มาเดินตลาดมากกว่ากุ้งล็อบสเตอร์เสียอีก
.
.
.
ปิดท้ายทัวร์ตลาดสดด้วยห้องน้ำที่ไม่ฟรี จะเข้าทีต้องจ่าย 5 Kr (ราว 20 บาท) ซึ่งนับว่าแพงมากสำหรับคนไทยตาดำๆ แต่กระเพาะปัสสาวะก็ทำให้ฉันกลั้นใจจ่ายจนได้ มีเครื่องรูดบัตรติดหน้าห้องน้ำพร้อมตามสไตล์เมืองที่ใกล้จะเข้าสู่ Cashless society เต็มที
.
.
.
เพิ่มเติมเรื่องห้องน้ำที่นี่ ส่วนใหญ่แล้วตามอาคารสาธารณะทั้งหลายมักไม่เปิดให้เข้าใช้บริการฟรี เนื่องจากเกรง homeless จะเข้าไปอยู่ แม้แต่ห้องน้ำในห้างสรรพสินค้าบางแห่งก็ไม่ฟรีเช่นกัน ราคาส่วนมากจะอยู่ที่ 10 Kr ดังนั้นหากเจอห้องน้ำราคา 5 Kr ก็ถือว่าถูก แต่หากจะหวังของฟรีก็จงเนียนไปใช้ตาม museum ที่บางแห่งเปิดให้เข้าชมฟรี อย่าได้เดินเข้าร้านฟาสฟู้ดทั้งหลายเพราะมันไม่ฟรีเช่นกันถึงจะจ่ายเงินซื้ิออาหารแล้วก็ตาม

Write Behind
SHARE
Written in this book
Stock-Home(not)Alone
Writer
Nititatita
writer
Life Adventure

Comments