Stock-Home(not)Alone : อาหารสวีดิช แพงไม่นิด และไม่ได้จ่าย
ทริปการเดินทางในสต๊อกโฮล์มของฉันใช้เวลาร่วม 8 วัน ซึ่งฟังดูน่าจะนานเกินพอที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์หลายๆอย่างได้เต็มที่

...แต่ฉันพลาดอะไรไปมั๊ยนะ

ตั้งแต่มาเหยียบแดนหิมะนี้ในวันแรกยันวันเกือบสุดท้าย ฉันยังไม่ได้ลองลิ้มชิมรสอาหารสวีดิชที่แท้จริงเลย เพราะอาหารที่ได้ทานส่วนใหญ่จากบ้านคู่สามีภรรยาชาวไทยและโปแลนด์คืออาหารแบบโปแลนด์และอาหารไทย แม้มื้อกลางวันฉันจะอยู่ลำพังตามส่วนต่างๆของเมือง แต่ด้วยความมัธยัสถ์ขั้นสุดฉันก็พกเอา cereal bar จากมิลานไปด้วยทุกครั้งให้พอยาไส้และกลับไปกินข้าวเย็นมื้อใหญ่ที่บ้าน

"นี่ยูมาสวีเดนแล้วได้กินแต่อาหารไทยกับโปแลนด์เนี่ยนะ"

สามีพี่สาวเมตตาอาคันตุกะกระเป๋าเบาอย่างฉันจึงพาไปเลี้ยงอำลาที่ร้านอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อในย่านวัยรุ่นทันสมัยกลางกรุงสต๊อกโฮล์ม ซึ่งเป็นร้านหรูหราคนแน่นตลอดเวลาและต้องจองคิวล่วงหน้า

...ตื่นเต้น

อาหารสวีดิชส่วนมากแล้วจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบจากทะเล ด้วยว่าอาณาเขตล้อมรอบด้วยทะเลซะขนาดนี้ กุ้งมังกรแพงแสนแพงบ้านเราคือของราคาย่อมเยาว์ที่ใครๆก็เข้าถึงได้ที่นี่ แถมการบริโภคสินค้าที่หาได้ภายในประเทศก็มีมาตรฐานดิบดีไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมีปนเปื้อนในอาหารนำเข้าอีกด้วย

เนื่ิิองจากเป็นคืนก่อน New Year Eve จึงทำให้มีลูกค้าหนาแน่นในทุกๆร้าน กว่าเราจะได้คิวจองก็สามทุ่ม ในร้านมีคนหนาแน่นตามแบบร้านดัง แม้ไปตามเวลาจองก็ยังต้องรอต่อไป ด้วยการบริการอย่างดีจึงมีจุดรับรองผู้มารอคิวจัดเตรียมไว้ในร้าน

ชั้นสองของร้านเปิดเป็น night club ฉันลองขึ้นไปสำรวจแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าช่างดูเป็น club เล็กๆแบบผู้ดีที่ลูกค้านั่งดื่มกันเบาๆ ไม่เต้นเอาตาย แต่ไม่รู้ว่าหลังเที่ยงคืนจะออกอาการ transform หรือเปล่า

ฉันจัดการเบียร์หมดไปแก้วหนึ่งกว่าเราจะได้โต๊ะ บวกไวน์อีกหน่อยพอกรุ้มกริ่มตามประสาคนชอบชิมทุกอย่างที่มี หลังจาก Appetizer เบาๆด้วยแครกเกอร์จิ้มเนยสูตรเด็ด สามีพี่สาวก็จัดแจงสั่งอาหารที่คาดว่าจะต้องถูกจริตฉันให้ เป็นเมนูสลัดกุ้งที่ปรุงตามวิถีสวีดิช

...280 Kr!!!!!!

ฉันแทบจะเลียจานเมื่อทราบราคาแพงหูฉีกที่ราว 1,100 บาท จนสามีพี่ต้องปรามให้หยุดรับประทานขนมปังเครื่องเคียงให้แน่นท้อง เพราะยังมีจานต่อไปรออยู่

หลังจากนั้นตามมาด้วยสเต๊กเนื้อปรุงไม่สุกซึ่งผิดจากความคุ้นชินของฉันไปมาก แต่ชาวท้องที่บอกแบบนี้คือสิ่งที่ถูกที่อร่อยก็ต้องคล้อยตามไป คล้อยไปมาก็ทานไปมากกว่าเจ้าถิ่น ไม่ใช่เพราะตะกละ แต่เขาอิ่มกันหมดแล้วฉันจึงขอเก็บส่วนที่เหลือด้วยความสงสารวัวที่อุตส่าห์สละชีวิตมาและรู้สึกผิดต่อการทิ้งอาหารหรูหราราคาแพง วัวที่ว่านี้ต้องทานกับซอสที่ทำจากเนื้อเยื่อ(?)ในโพรงกระดูกวัว นำมาเสิร์ฟทั้งที่ยังอยู่ในกระดูกเลย รสชาติไม่ได้ถูกปากมากออกจะคาวๆ แต่ฉันก็จัดจนหมดเพราะราคาช่างไม่คู่ควรต่อการกินให้เหลือซะเหลือเกิน

ไข่ปลาคาเวียร์ 2 ชนิด ถูกสั่งมาให้ลอง อันหนึ่งสีส้มๆของท้องถิ่น ส่วนอีกอันสีดำๆนำเข้าจากรัสเซียจำหน่ายในราคาแพงกว่ามากจนต้องขอสละเวลาสามวินาทีเพื่อคารวะให้เกียรติ และคิดว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้นำลิ้นไปแตะสิ่งแบบนี้อีกแล้วหากต้องจ่ายเอง ถามว่าชีวิตที่กินไข่ปลาหรูสุดก็แซลมอนใน Sushi Masa จะเข้าถึงความเป็น Sturgeon fish จากซักแห่งแถว Arctic circle มั๊ย ตอบเลยว่าพยายามเต็มที่แล้วและมันก็อร่อยแหละ แต่ไข่แซลมอนจิ้มโซยุจากแดนอาทิตย์อุทัยที่กัดแล้วน้ำกระจายในช่องปากก็ถูกจริตฉันมากกว่าอยู่ดี

บริกรนำเบียร์อีกแก้วยี่ห้อใหม่มาเสริฟพร้อมกับไวน์จากฝรั่งเศสที่สนนราคาราว 700 Kr (2,800 บาท) ซึ่งก็ไม่ได้แพงนักหนาสำหรับไวน์ แต่ชีวิตประจำวันที่มิลานกับไวน์แบรนด์โปรดที่หาได้ตามซูปเปอร์มาร์เก็ตไม่ต้องชั้นนำทั่วไปในราคา 3.99 Euro (150 บาท) นั้นได้เปลี่ยนมุมมองของฉันเกี่ยวกับไวน์ไปนานแล้ว เมื่อเหลือน้ำองุ่นหมักที่ราคาค่อนข้างหนักในขวด ฉันจึงจัดการเก็บจนหมดตามประสา

ทีนี้ก็มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราว 4 สูตร ผสมปนเปอยู่ในกระเพาะของฉัน แม้ปริมาณโดยรวมจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ 4 สูตรนี่ก็็ทำเอา...

เมา
เมาาา
เมาาาาาาา

...จึงเป็นคืนสุดท้ายที่สต๊อกโฮล์มกับอาหารสวีดิชมื้อแรกและสติที่เหลือเพียง 10%

สุดท้ายจึงขอกราบกรานขอบพระคุณพี่สาวและสามีที่อุตส่าห์พาฉันมาเปิดประสบการณ์อาหารแห่งเมืองเหนือเพิ่มรสชาติให้ทริปเมืองหนาวของฉันพร้อมด้วย skill การจัดการกับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดอีกขั้น
SHARE
Written in this book
Stock-Home(not)Alone
Writer
Nititatita
writer
Life Adventure

Comments