รอยตีนกา
ยิ่งโตขึ้น รอยตีนกาก็เพิ่มขึ้น

''อุ๊ย!!'' ฉันหลับตาปี๋ เหงื่อเม็ดโตไหลเข้าตา หืมมม แสบใช่เล่น ฉันควักผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อออก แล้วเดินไปทิ้งตัวลงใต้โคนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ที่ถูกล้อมวงไว้ด้วยป่าคอนกรีตขนาดใหญ่ วันนี้เป็นวันที่แดดร้อนแรงเหลือเกิน

'เฮ้ออออออออออ' ฉันถอนใจระบายลมหายใจยาว...ชีวิตมันไม่ง่ายเลย มีบางครั้งฉันรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยกับทุกๆอย่างจนอยากหายไป... 



        ก่อนหน้านี้ฉันประสบอุบัติเหตุรถชน ทำให้สภาพร่างกายฉันไม่ปกติ ฉันต้องนอนพักรักษาตัวอยู่นานพอสมควร พอเริ่มจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ก็พบว่าคนรักที่คบกันมานานจนอยากใช้ทั้งหมดของชีวิตร่วมกับเขา..นอกใจ!! โดยมีเพื่อนสนิทที่เรารู้จักและไว้ใจ ร่วมสนับสนุน!!
ชีวิตของฉันเหมือนพังลงอีกครั้ง ฉันหมดอาลัยตายอยาก 

        ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนมันค่อยๆพังลง สภาพจิตใจส่งผลต่่อหน้าที่การงานของฉันด้วย
ฉันยังคงเอาแต่นอนร้องไห้เสียใจ ผิดหวัง และหมดอาลัยกับชีวิต บรรยากาศที่บ้านก็ดูจะเศร้าตามฉันไปด้วย ทุกคนในบ้านเฝ้าถามไถ่ และบอกให้ฉันตัดใจ กลับมารักตัวเอง ฉันยังมีครอบครัวที่ดี และรักฉันอยู่ แม้ว่าฉันจะรู้ความจริงข้อนี้ดี แต่ก็ทำไม่ได้ ฉันยังคงปล่อยให้ชีวิตมันพังต่อไปเรื่อยๆ



'ร้องไห้ให้หมดแล้วก็พอเถอะ อย่าไปเสียใจอีกเลยดีซะอีกที่รู้ตอนนี้ดีกว่ารู้ช้ากว่านี้ไปอีกหลายปี'
พี่บอกฉันขณะที่เรานั่งรถไปทำงานด้วยกัน และเพลงที่กำลังเล่นอยู่ในวิทยุก็จี้ใจดำฉันเหลือเกิน 
พันหมื่นเหตุผล ที่บอกกับฉัน
คือความผูกพันเธอนั้นไม่มีเหลืออยู่
พันหมื่นเหตุผล ที่เธอยืนยันให้รับรู้
ยิ่งฟังดูไม่ได้ความไม่มีค่าใด
มีหนึ่งเหตุผล ยังปิดเอาไว้
คือเธอต้องการกันฉันให้พ้นทาง
เพื่อให้เขาและเธอนั้นได้มารักกัน
เหตุผลข้อเดียวคือข้อนั้น
คือไม่รักกันแค่นั้นเอง

''.....'' ฉันเงีีียบ และปล่อยน้ำตาให้ไหลเงียบๆ

'แม่เสียใจมากนะ ที่เห็นแกเป็นแบบนี้ เหมือนเขาเสียลูกไปให้โดนคนอื่นทำร้าย... ตัดใจเถอะ คนไม่ดีจะไปเสียใจทำไม โตแล้วนะเว้ย คิดถึงอนาคตบ้างดิ ชีวิตยังมีอะไรๆอีกตั้งเยอะ' พี่พูดกับฉัน

''.....'' เสียงเพลงในวิทยุไม่ได้เข้าหูฉันอีกแล้ว ใช่! ฉันรู้ว่าแม่เสียใจที่เห็นฉันเป็นแบบนี้ ตั้งแต่ที่ฉันมีแฟน เวลาส่วนใหญ่ที่มีฉันให้กับแฟนทั้งหมด ใส่ใจเขามากกว่าคนในบ้านเสียอีก และสุดท้ายเขาก็จากไปไกล ทิ้งฉันไว้กับรอยน้ำตาและชีวิตพังๆ ...

        ฉันเห็นแม่แอบเช็ดน้ำตาตัวเองทุกครั้งที่เห็นฉันร้องไห้ ฉันไม่อยากให้แม่เสียใจอีก ฉันยังมีคนที่ฉันรัก มีบ้านที่อบอุ่น มีหน้าที่ต้องทำ มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ...

         ฉันเริ่มกินข้าวได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าหน้าตาจะโทรมลง และมีริ้วรอยตีนกาเพิ่มขึ้น แต่ฉันก็เริ่มเข้มแข็ง และยิ้มได้มากขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไป ฉันกลับมาทุ่มเทให้กับงานอีกครั้ง ใช้เวลาส่วนใหญ่กับครอบครัว ออกไปเจอเพื่อนฝูงบ้างเป็นครั้งคราว แม้จะเหงาบ้างบางครั้ง... แต่ก็ไม่ร้องไห้อีกแล้ว 




'กริ้งงงงงงง' ฉันควักโทรศัพท์ออกมา

''ฮัลโหล แม่''

'กินข้าวแล้วหรือยังลูก'

''ยังเลยจ้าา เพิ่งคุยงานเสร็จเมื่อกี้ เดี๋ยวค่อยกิน''

'รีบไปหาอะไรกินไป เดี๋ยวจะปวดท้อง แล้วอย่ากลับดึกนะลูก'

''จ้าาาา''

บทสนทนาสั้นๆ ของฉันกับแม่ แม่เป็นห่วงฉันเสมอแม้ว่าวันนี้ฉันจะโตจนมีตีนกาบนหน้าแล้วก็ตาม แม่ยังคงเป็นคนเดียวในโลกที่รักฉัน แม้วันที่ฉันไม่น่ารัก


       ฉันเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ลมอ่อนพัดมาปะทะใบหน้าเบาๆ ฉันลุกขึ้นช้าๆ แล้วเดินมุ่งหน้าสู่ท้องถนนที่แสนวุ่นวายอีกครั้ง 




    '....รีบกลับบ้านไปกินข้าวกับแม่ดีกว่า....'


รอยตีนกาบนใบหน้า คงเป็นตัวบอกประสบการณ์ชีวิตของเรา ไม่ว่าเราผ่านเรื่องราวต่างๆมามากน้อยแค่ไหน มีเรื่องดีและร้าย เปื้อนคราบน้ำตา และยิ้มจนตาหยีมากี่ครั้ง ทุกอย่างเป็นบทเรียน เป็นความทรงจำ และเป็นตัวตนของเรา 




SHARE
Writer
sumomo
นักเขียน
กว่าจะถึงจุดหมาย

Comments