การฝืนโชคชะตาเป็นเรื่องที่เพ้อฝัน
ฉันเป็นคนที่บอกคนอื่นว่าเรื่องดวงมันเป็นเรื่องงมงาย ทั้งที่ตัวฉันเองก็มีเครื่องรางหลายรูปแบบทั้งที่ห้อยมือถือ กำไล(ทั้งหินและไม่หิน) และห้อยกระเป๋า เครื่องรางธนูสำหรับจองบัตรคอน หรือเงินที่เก็บไว้เป็นก้นถุง ทั้งหมดนี้ซื้อในปีเดียว
...ส่วนเหตุผลคือเพราะมันไม่คูล


ซึ่งเอาตามความจริง ฉันเลือกเชื่อดวงที่ทำนายว่าดี และเลือกที่จะบอกว่างมงายในเรื่องที่ไม่ดี คนเรามันก็แบบนี้ล่ะนะ


เลือกเชื่อในสิ่งที่เราอยากเชื่อ


เลือกรับรู้ในสิ่งที่เราอยากรับรู้


#ความรักก็เช่นกัน


ก่อนหน้านี้ฉันเคยมีโอกาสไปดูไพ่ยิปซี(หรือทาโร่)มา ตอนนั้นด้วยความที่กำลังมืดแปดด้านเพราะเรื่องความรัก(ที่นานๆ จะโผล่เข้ามา) 
ในเวลานั้นคุณพี่หมอดูทำนายแม่นราวกับจับวาง ถึงกับเอามือทาบอกแล้วบอกว่าแม่นเหี้ยๆ
ไพ่บอกว่่าฉันจะ Lucky in game, but not lucky in Love


“จะกลับมาคุยกันได้ไหมคะ” ฉันถามพี่หมอดูกลับไป


“ถ้ายังโทษอีกฝ่ายกันอยู่แบบนั้น กลับไปก็ไม่ได้อะไรหรอก และไพ่ก็บอกให้หนูเดินหน้าต่อดีกว่านะ” 


ฉันในเวลานั้นถึงกับถอดใจแล้วว่ามันคงไม่มีหวัง ฉันกับใครคนนั้นคงห่างกันแล้วห่างกันเลย ซึ่งก็เข้าใจได้ ถึงเรื่องที่ทะเลาะกันจะเล็กเหี้ยๆ แต่มันคงยิ่งใหญ่สำหรับอีกฝ่ายมาก 



จากนั้นฉันก็ดำเนินชีวิตไปเรื่อยๆ แม้ในใจจะรู้สึกโหวงอยู่บ้าง ไม่แปลก...เรารู้จักกันมาเกือบปี คุยกันทุกวันในรูปแบบเพื่อน จนวันหนึ่งขยับมาคุยกันอีกในสถานะ กระทั่งเกิดเรื่องราวมากมายจนเลิกคุยกันไปคงทำให้ฉันโหวงแบบนี้


ในใจลึกๆ ของฉันในตอนนั้นคือยังอยากกลับไปคุย ฉันค้านในโชคชะตา ค้านเรื่องไพ่ที่ถูกเปิดขึ้นมา และเริ่มคิดว่ามันช่างงมงายเสียเหลือเกิน


“คนเราควรเลือกทางเดินได้เองสิวะ”


หลังจากนั้นประมาณอาทิตย์กว่า ก็เกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้นและทำให้เรากลับมาคุยกันอีกครั้ง ตอนนั้นฉันเริ่มคิดแล้วว่า ‘นี่ไง ดวงก็แค่ดวง’ 


ดวงก็แค่ความเชื่ออย่างหนึ่ง แต่เราสามารถกำหนดชีวิตและทางเดินของตัวเองได้


การกลับมาคุยรอบนี้ทำให้ฉันรู้สึก comfort มากขึ้น และคิดว่าคนเราน่าจะฝืนชะตาได้ ถ้าเราเลือกเดินทางนี้ มันก็จะเป็นไปตามที่เราเลือก ยังไงตัวเราก็รู้ดีที่สุด



แต่ไม่กี่วันก่อน ฉันเกิดฝันขึ้นมา ฝันว่าเขาไลน์มาบอกว่าเลิกคุยกันเถอะ ฉันจำไม่ได้ว่าในฝันทำยังไง แต่เมื่อตื่นขึ้นมาฉันก็ได้แต่หัวเราะแล้วคิดในใจว่า ถ้ามันเป็นเหมือนในฝันอีก ฉันจะยอมถอดใจและปล่อยไปจริงๆ



จากนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก


มันคงเป็นแค่ความฝันไร้สาระ — ฉันคิดแบบนั้น


ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าสุดท้าย...โชคชะตามันก็ฝืนกันไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ


ในที่สุดเราสองคนก็ต้องจบกัน เลิกคุยกัน ด้วยเรื่องไร้สาระ...ใช่ สำหรับฉันแม่งโคตรเป็นเรื่องไร้สาระ แต่สำหรับเขาคงจะเป็นเรื่องใหญ่โตมากทีเดียว 


และมันก็เหมือนในฝัน ฝันที่ฉันบอกว่ามันไร้สาระ


ฉันหวนกลับไปคิดถึงคำพูดพี่หมอดู... เรากลับไปกันไม่ได้แล้วจริงๆ 


เราฝืนชะตาไม่ได้จริงๆ ทั้งที่ฉันพยายามแล้ว


ฉันยอมแพ้


และยอมเข้าใจแล้วว่า การฝืนชะตาแม่งเป็นเรื่องที่เพ้อฝัน


ปล. แต่ก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่ดี





SHARE
Written in this book
เทอ
เทอ เทอนั่นล่ะ เทอคือท้องฟ้าในเดือนมิถุนายน เทอคือเม็ดฝนในเดือนมิถุนายน เทอคือสายรุ้งในเดือนมิถุนายน เทอคือเดือนมิถุนายนของเรา
Writer
everlastingsky
a spec of dust in the galaxy
ชอบมองท้องฟ้า ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้า สีเทา หรือสีพาสเทล

Comments