Routine กับ Rituals ส่งผลอย่างไรต่อ Productivity ของเรา
บังเอิญได้อ่านบทความเกี่ยวกับ Routine & Rituals ที่เกี่ยวข้องกับ Productivity เลยเขียนบันทึกไว้หน่อย 

อริสโตเติ้ลเคยกล่าวไว้ว่า “เราจะเป็นอย่างไรนั้นอยู่ที่สิ่งที่เราทำซ้ำในแต่ละวัน”

แน่นอนว่าการเขียนขึ้นมาเช่นนี้เรากำลังจะพูดถึง วงจรในชีวิตประจำวันกับพิธีกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำๆ นั้น มันส่งผลต่อ Productivity เราอย่างไร ซึ่งเป็นประเด็นที่คนทำงานหลายคนสนใจและอยากให้เกิดขึ้นในชีวิตเหลือเกิน

เรื่องของ Productivity นั้นมันเกิดขึ้นตั้งแต่เราลืมตาตื่นนอนขึ้นมาแล้ว และเราก็จะเจอด่านวงจรในชีวิตประจำวันมากมายที่คุ้นเคย เช่น พับผ้าปูที่นอน ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว กินอาหารเช้า และเริ่มวางแผนว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง เพื่อที่จะทำให้ชีวิตในวันนั้นๆ ไม่วุ่นวายจนเกินไป เขียนมาแค่นี้ก็พอรู้แล้วว่าชีวิตเราเต็มไปด้วยวงจรแบบเดิมๆ อย่างเลื่ยงไม่ได้ นี่จึงเป็นอีกเหตุนึงว่าทำไม การออกแบบวงงจรชีวิตประจำวัน (Routine) ถึงสำคัญต่อ Productivity

พออ่านมาแบบนี้จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคนธรรมดาอย่างเราๆ ถึงสนใจชีวิตประจำวันของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ประกอบการ หรือคนทำงานด้านความคิดสร้างสรรค์ และการที่เราคิดว่าจะก๊อปปี้วิธีคิดกับการใช้ชีวิตของบุคคลที่ประสบความสำเร็จมาเพื่อที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์เดียวแบบที่พวกเขาเป็นนั้นน่าจะเป็นทางที่นำไปสู่ชีวิตที่ดี ถ้าคุณกำลังคิดแบบนั้น ผมขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ผิดทันที!

ทำไมนะเหรอ

นั่นเพราะว่าสำหรับชีวิตคนหนึ่งคนนั้นมันมีปัจจัยและความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันสิ้นเชิงนะสิ ปัดโถ่ว!

ลองคิดกันเล่นๆ นะ สมมติว่าคุณรู้ว่า ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิ้ล ตื่นตี 3.45 ทุกวัน คุณคิดว่าชีวิตจะประสบความสำเร็จแล้วเหรอ ซึ่งมันยังไม่ช่ายยยยยยย ยังมีองค์ประกอบมากมายในชีวิตประจำวันที่มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ จริงๆ การไปก๊อปปี้วิถีและวิธีการใช้ชีวิตของผู้อื่นแบบที่เล่าไปเมื่อกี้มันไม่ได้ช่วยอะไรถ้าเรายังไม่รู้จักความต้องการและเมจิกโมเม้นท์ของชีวิตเราดีพอ

ถามว่าไอ้โมเม้นท์ที่ว่ามันคืออะไรว่ะ

อ่าว...เอางี้ถามง่ายๆ เลยว่าเราเคยสังเกตพลังในการทำงานของเราหรือเปล่าว่าทำได้ดีในช่วงเวลาไหน หรือพลังหมดช่วงเวลาใด ลองสังเกตบ่อยๆ แล้วจับชีพจรเอา ซึ่งถ้าเราจับได้ เราก็จะได้วางแผนในการช่วงชิงช่วงเวลาในชีวิตประจำวันเหล่านั้นมาคิดและผลิตงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง นี่คือการปกป้องช่วงเวลาที่ดีที่สุดในแต่ละวันเมื่อเรารู้ว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการคิดหรือสร้างสรรค์งานคือช่วงไหน

“นับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ” เดี๋ยวๆ นั่นมันเพลงบอย – ป๊อด แต่เออ...แม่งเข้าว่ะ

เมื่อกี้เราพูดถึงเรื่องของวงจรในชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่อ Productivity ไปแล้ว ทีนี้มันมีอีกประเด็นหนึ่งที่ทางผู้เขียน JORY MACKAY ได้เขียนเอาไว้ใช้คู่กันนั่นคือ Ritual หรือ พิธีกรรม หลายคนถามว่าอ่าวแล้วมันเกี่ยวข้องกับเรื่อง Productivity อย่างไรหว่า

เอาเข้าจริงตอนอ่านหัวข้อก็ตั้งคำถามเหมือนกัน เพราะเรื่อง Routine ตอนอ่านแล้วมันยังรู้สึกถึงความเป็นวิทยาศาสตร์ได้บ้าง แต่มาประเด็นนี้มันออกดูแนวไสยศาสตร์และความเชื่อเหมือนกันนะ แต่ก็น่าสนุกดีถ้าเราใช้ทั้งสองศาสตร์นี้มาขับเคลื่อนชีวิตได้

เหตุผลที่ยกเรื่องพิธีกรรมมา เพราะมีความเชื่อว่าการทำงานอะไรหนักๆ มาทั้งวัน หรือจากวันก่อนๆ อาจทำให้เกิดภาวะ ‘Attention Residue’ หรือภาวะความคิดความมุ่งมั่นที่ตกค้างจากวันก่อนอยู่นั่นเอง ซึ่งมันอาจจะส่งผลต่อการใหม่ที่เราต้องทำต่อนั่นเอง

ทีนี้ JORY MACKAY ผู้เขียนก็เลยมองว่าไอ้เจ้าพิธีกรรมที่จะขจัดความเครียด ความมุ่งมั่นที่ตกค้างจากงานก่อนๆ มันสามารถแก้ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งบางอย่างมันเกี่ยวข้องกับบรรยากาศ รสสัมผัส หรือแม้กระทั่งความเชื่อด้วยนะ ซึ่งทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละบุคคล กลัวไม่เห็นภาพเราลองไปอ่านตัวอย่างกัน

เมื่อเรามีอาการตึงหรือล้าจากการทำงานในวันก่อนมากๆ การออกไปนั่งร้านกาแฟ จิบรสชาติของมัน สัมผัสกับเนื้อแก้ว และหลีกการคอนเนกกับโลกโซเชียลและผู้คน ก็เป็นพิธีกรรมอีกแบบหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการ ‘Attention Residue’ ลดลงได้เหมือนกัน แต่มันก็ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละคนนะ แต่นี่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งพิธีกรรมที่พี่ JORY MACKAY เขาแนะนำ

หลายคนคงสงสัยว่าเช่นนี้แล้วมันมีประโยชน์จริงเหรอ จริงๆ ก็มีนักวิจัยเก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรมผ่านพิธีกรรมเช่นนี้เหมือนกันนะ โดยนักวิจัยเผยว่าการทำเช่นนี้มันช่วยเรื่อง การรู้ทันตนเอง และสามารถเยียวยาความผิดหวังที่เกิดขึ้นในชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อมได้

ในขณะที่คนดังๆ เขาก็มีพิธีกรรมเฉพาะส่วนตัวของเขาเหมือนกัน เช่น วินสตัน เชอร์ชิลล์ ที่มีความเชื่อว่าเขาจะทำงานได้ดีทุกวันหลังจากได้นอนหลับในเวลากลางวัน และมีการได้ดื่มวิสกี้โซดาอ่อนๆ ในช่วงเย็น ส่วนนักเขียนชื่อดังอย่าง สตีฟเฟ่น คิงส์ ก็ชีวิตประจำวันผสมกับพิธีกรรมที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน คิงส์บอกว่าเขาจะตื่นเช้าทุกวัน และเวลาประมาณแปดโมงถึงแปดโมงครึ่งเขาจะหาที่นั่งสักแห่งพร้อมกับเขียนอะไรบางอย่างพร้อมกับกาแฟหรือชาสักถ้วย

พออ่านจบแล้วถึงขั้นมองหา Routine และ Ritual ของ ตัวเองทันทีเลย ว่าแต่....มันซ่อนอยู่ไหนหว่า
SHARE
Writer
Ohmsiri
Writer
Page CreativeSalary / Books: สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / Podcaster ออฟฟิศ 0.4 / คอลัมนิสต์ aday Bulletin

Comments

nananatte
4 months ago
มันมีหนังสือชื่อ Daily Rituals ของ Mason Currey ที่รวบรวมการทำงานของศิลปินศาสตร์ต่างๆ อยู่นะคะ อันนี้คือตามติดชีวิตศิลปินแต่ละคนระดับตำนานเลยว่าตื่น-เข้านอนกี่โมง วันๆ ทำอะไรกันบ้าง เผื่อคุณ Ohmsiri สนใจนะคะ :-)
Reply
Ohmsiri
4 months ago
โอ้ว ขอบคุณมากๆ ครับ ไว้ผมจะหามาอ่าน ไม่แน่ใจว่า Asia Book มีไหม
nananatte
4 months ago
เอ... มันออกมานานแล้วเหมือนกัน น่าจะ 2013 หรือ 2015 ค่ะ ลองพลิกๆ ดู ต.ย.ใน amazon ก่อนก็ได้ค่ะ ^___^